โปรดอ่านก่อน
บิชอป*Garland F. Byers, Jr., J.D., D.D.‡
บิชอปสำหรับประชาชาติทั้งหลาย ภายใต้พันธกิจแห่งอัครสาวก
หากท่านจะอ่านถ้อยแถลงทางหลักคำสอนที่มีหมายเลขกำกับของบิชอป ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้ท่านอธิษฐานตามคำอธิษฐานนี้ และอ่านส่วนที่เป็นการผูกมัดในภาคที่สองพร้อมทั้งให้ความยินยอมต่อส่วนนั้น เพื่อท่านจะได้อ่านโดยไม่มีสิ่งใดกีดกั้นและไม่มีสิ่งใดขัดขวาง
ภาคที่หนึ่ง: คำอธิษฐานผูกมัด
คำอธิษฐานนี้มุ่งให้เป็นภาคแรกของสองภาค เพื่อให้ผู้อ่านมีความพร้อมฝ่ายจิตวิญญาณที่เหมาะสมและได้รับการปกป้องฝ่ายจิตวิญญาณ ในการอ่านงานเขียนแห่งอัครสาวกที่ว่าด้วยเรื่องการทำสงครามฝ่ายจิตวิญญาณ คำอธิษฐานผูกมัดนี้มุ่งให้อ่านควบคู่กับคำบัญชาผูกมัดแห่งอัครสาวกที่ตามมา คำอธิษฐานนี้ทูลขอให้พระเจ้าทรงกระทำให้การผูกมัดเกิดผลด้วยพระองค์เอง แล้วบิชอปจึงออกคำบัญชาผูกมัดแห่งอัครสาวก ซึ่งทูลขอให้พระเจ้าทรงบังคับให้เป็นไปในพระนามของพระเยซูคริสต์1
ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์2 และองค์ผู้สูงสุด3 พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลายผู้ทรงสถิตในสวรรค์4 ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก5 ข้าพระองค์ทั้งหลาย6 มาเฝ้าพระองค์ด้วยการอธิษฐาน7 ในพระนาม8 ของพระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดมาของพระองค์9 คือพระเยซู10 ผู้ทรงเป็นคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์11 ข้าแต่พระบิดา งานเขียนเหล่านี้เป็นคำสอนแห่งอัครสาวกจากพระวจนะของพระองค์12 และมุ่งหมายเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระองค์และพระบุตรของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์13 ข้าพระองค์ทั้งหลายทราบว่าศัตรู14 มาทันทีที่พระวจนะถูกหว่านลง15 และชิงเอาพระวจนะไปเสียจากใจ เพื่อไม่ให้มนุษย์เชื่อและรอดได้16 ซาตานเป็นพระของโลกนี้จนกว่าพระคริสต์จะเสด็จกลับมา17 และมันกระทำให้ใจของมนุษย์มืดไป18 ทำให้หูตึง19 ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวาย20 และทำให้ผู้เชื่อลืมสิ่งที่ได้รับการสั่งสอนมา21
เหตุฉะนั้น ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ทั้งหลายทูลขอสิ่งต่อไปนี้22 เพื่อทุกคนที่อ่านงานเขียนแห่งอัครสาวกเหล่านี้:23
ข้าพระองค์ทั้งหลายทูลขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ประทานกำลังแก่เขา24 ให้อ่านคำสอนเหล่านี้ด้วยความเข้าใจ25 และด้วยการรู้จักแยกแยะ26 ให้เขาอ่านด้วยพระทัยของพระคริสต์27 มิใช่ด้วยใจฝ่ายเนื้อหนังซึ่งตกอยู่ในความบาป28
ข้าพระองค์ทั้งหลายทูลขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ซึ่งพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลายทรงใช้มา29 เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นไปประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์30 ทรงโปรดให้เขาอ่านด้วยตาฝ่ายจิตวิญญาณ31 และทรงให้เขาระลึกถึงทุกสิ่ง32
ข้าพระองค์ทั้งหลายทูลขอให้ใจของเขาเปิดออกเพื่อรับคำสั่งสอน33 ให้เขาได้รับการนำไปสู่ความจริงทั้งมวล34 และโดยการอ่านคำสอนเหล่านี้ ขอพระองค์ทรงชักนำเขาให้เข้ามาใกล้พระองค์ยิ่งขึ้น35 และให้เขาได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ด้วยความจริงของพระองค์36
ข้าพระองค์ทั้งหลายทูลขอให้พระองค์ทรงผูกมัดมารร้าย37 ผู้เป็นพ่อของการมุสา38 ผู้เป็นศัตรูของมนุษยชาติ39 ผู้เกลียดชังพระองค์และข้าพระองค์ทั้งหลาย40 ผู้ถูกสร้างขึ้นตามพระฉายาของพระองค์41 ข้าพระองค์ทั้งหลายทูลขอให้พระองค์ทรงผูกมัดมันไว้ มิให้ขัดขวางความเข้าใจ42 มิให้ปลุกเร้าอารมณ์ไปในทางร้ายเมื่อได้ยินความจริง43 มิให้ปิดหูและทำให้ใจของเขาแข็งกระด้าง44 และมิให้ทำให้เขาลืมคำสอนเหล่านี้45 อันจะทำให้คำสอนนั้นไม่เกิดผลในตัวเขา46 ในการทำสงครามฝ่ายจิตวิญญาณที่ข้าพระองค์ทั้งหลายกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้47
ข้าพระองค์ทั้งหลายอธิษฐานขอให้พระองค์ทรงอำนวยพระพรแก่ผู้ที่อ่านคำสอนเหล่านี้48 ขอทรงอำนวยพระพรแก่เขาและครัวเรือนของเขา49 และขอพระองค์ทรงผูกมัดศัตรูมิให้แก้แค้นเขา50 เพราะเขาแสวงหาพระพักตร์ของพระองค์51 ข้าพระองค์ทั้งหลายอธิษฐานขอพระโลหิตของพระเยซูปกคลุมเหนือเขา52 เหนือคำสอนเหล่านี้ และเหนือบ้านฝ่ายจิตวิญญาณทั้งสิ้นของเขา53 ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ขอทรงสำแดงฤทธานุภาพของพระองค์ออกมา54 และขอทรงปกป้องผู้รับเจิมของพระองค์55
ข้าพระองค์ทั้งหลายทูลขอให้คำสอนเหล่านี้เตรียมผู้ที่อ่านให้พร้อม56 เพื่อดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรมซึ่งเป็นที่ชอบพระทัยพระองค์57 และให้เขาเป็นเหมือนพระคริสต์มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ58 ทุกวันที่ผ่านไป59
และในที่สุดนี้ ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ทั้งหลายทูลขอให้พระองค์ทรงกระทำให้การผูกมัดฝ่ายจิตวิญญาณเกิดผล60 ซึ่งผู้รับใช้ของพระองค์จะวางไว้บนงานเขียนเหล่านี้ในบัดนี้61 ขอให้ศัตรูถูกขับไล่ให้หนีไป62 และให้ศัตรูตัวสั่นด้วยความกลัว63 หากพวกมันล่วงล้ำรั้วแห่งการปกป้องของพระองค์64
ข้าพระองค์ทั้งหลายขอบพระคุณและสรรเสริญพระองค์65 ข้าแต่พระบิดา ที่พระองค์มิได้ทรงละทิ้งข้าพระองค์ทั้งหลายไว้โดยไร้เครื่องป้องกันในการทำสงครามฝ่ายจิตวิญญาณนี้66 พระองค์ได้ประทานพระวจนะของพระองค์แก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นพระแสงของพระวิญญาณ67 และคมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ68 พระองค์ได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดมาของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะมีชีวิตนิรันดร์69 และเพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะต่อสู้จากจุดแห่งชัยชนะ มิใช่จากความพ่ายแพ้70 โดยที่พระคริสต์ได้ทรงมีชัยเหนือและได้ทรงประจานเทพผู้ครองและศักดิเทพ71 ซึ่งพระของโลกนี้ได้ตั้งไว้ในสถานสูง72 โดยพระโลหิตของพระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายได้รับการรักษาให้หายดี73 ได้กลับคืนดีกับพระองค์74 และได้รับมงกุฎแห่งชัยชนะและชีวิตนิรันดร์75 พระองค์ได้ทรงใช้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์มาเพื่อนำข้าพระองค์ทั้งหลายไปสู่ความจริงทั้งมวล76 และพระองค์ได้ประทานพระกายของพระคริสต์ในโลก คือคริสตจักร แก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย77 ซึ่งพระคริสต์ได้ตรัสถึงว่า “…ประตูแห่งนรกจะมีชัยต่อคริสตจักรนั้นก็หามิได้”78
และข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ทั้งหลายขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ทรงโปรดฟังข้าพระองค์ทั้งหลาย79 และโดยความเชื่อ ข้าพระองค์ทั้งหลายรู้ว่าพระองค์จะทรงอำนวยพระพรแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายและทรงตอบคำอธิษฐานของข้าพระองค์ทั้งหลาย80
ข้าพระองค์ทั้งหลายทูลขอสิ่งทั้งปวงนี้ในพระนามของ81 พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของข้าพระองค์ทั้งหลาย82 เอเมน83
โปรดทราบ: คำอธิษฐานผูกมัดแต่เพียงลำพังอาจไม่เกิดผล ดังที่คำอธิษฐานนั้นเองได้ระบุไว้ ซาตานและพลพรรคผู้ละทิ้งความเชื่อของมันบางครั้งจะโจมตีและแก้แค้นผู้ที่อ่านพระวจนะของพระเจ้า บิชอปถือว่านี่เป็นเรื่องร้ายแรงยิ่ง เป็นเรื่องที่ต้องการการปกป้องอย่างเต็มที่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เหตุฉะนั้นจึงขอสนับสนุนให้ผู้อ่านอ่านคำบัญชาผูกมัดแห่งอัครสาวกด้วย และอ่านด้วยใจอธิษฐาน
บัดนี้ ขอเชิญผู้อ่านด้วยความเคารพและด้วยใจอธิษฐานไปยังคำบัญชาผูกมัดแห่งอัครสาวก เพื่อการปกป้องอย่างเต็มที่ในการอ่านงานเขียนแห่งอัครสาวกที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
ภาคที่สอง: คำบัญชาผูกมัดแห่งอัครสาวก
คำบัญชาผูกมัดแห่งอัครสาวกกำลังอยู่ในระหว่างการจัดเตรียม และจะเผยแพร่ไว้ที่นี่ คำบัญชานี้มุ่งให้อ่านควบคู่กับคำอธิษฐานผูกมัด ก่อนอ่านงานเขียนแห่งอัครสาวกในเว็บไซต์นี้
แก้ไขล่าสุด: 19 ตุลาคม ค.ศ. 2026
หมายเหตุ
1เป็นความลึกลับยิ่งนักสำหรับข้าพเจ้าว่า ตลอดเกือบสองพันปี คริสตจักรได้รู้อยู่ว่าซาตานและพลพรรคผู้ละทิ้งความเชื่อของมันขโมยพระวจนะของพระเจ้าไปจากประชากรของพระเจ้าด้วยวิธีต่างๆ โดยมุ่งหมายจะให้เขาไม่รู้จักความจริง “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางเรา” ยอห์น 14:6 (KJV ไทย) ถึงกระนั้น ไม่มีงานเขียนของคริสตจักรใด และไม่มีงานเขียนของนักเขียนคริสเตียนคนใดเท่าที่ข้าพเจ้าทราบ ที่เริ่มต้นด้วยคำอธิษฐานผูกมัด หรือด้วยคำบัญชาผูกมัดโดยผู้มีสิทธิอำนาจซึ่งดำรงตำแหน่งบิชอปหรืออัครสาวก เมื่อคำนึงถึงการทำสงครามฝ่ายจิตวิญญาณที่เป็นที่ยอมรับกัน ซึ่งคริสตจักรและบรรดาอวัยวะแห่งพระกายของพระคริสต์กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นการสมเหตุสมผลและรอบคอบที่จะใส่คำอธิษฐานผูกมัดเช่นนี้ไว้ในงานเขียนทั้งปวงที่ว่าด้วยเรื่องของความเชื่อคริสเตียน ↩︎
2“…พระเยโฮวาห์ทรงปรากฏแก่อับรามและตรัสแก่ท่านว่า “เราเป็นพระเจ้า ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ จงดำเนินอยู่ต่อหน้าเราและเจ้าจงเป็นคนดีรอบคอบ” ปฐมกาล 17:1 (KJV ไทย) “…สัตว์เหล่านั้นร้องตลอดวันตลอดคืนไม่ได้หยุดเลยว่า “บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า ผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ผู้ได้ทรงสภาพอยู่ในกาลก่อน ผู้ทรงสภาพอยู่ในปัจจุบัน และผู้ซึ่งจะเสด็จมา”” วิวรณ์ 4:8 (KJV ไทย) ↩︎
3“เมลคีเซเดคกษัตริย์เมืองซาเล็มได้นำขนมปังและน้ำองุ่นมาให้ และท่านก็เป็นปุโรหิตของพระเจ้าผู้สูงสุด ท่านก็อวยพรแก่อับรามว่า “ขอให้พระเจ้าผู้สูงสุดผู้ทรงเป็นเจ้าของฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกโปรดให้อับรามได้รับพรเถิด” ปฐมกาล 14:18–19 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าจะร้องทูลต่อพระเจ้าองค์ผู้สูงสุด ต่อพระเจ้าผู้ทรงกระทำการทั้งสิ้นให้สำเร็จเพื่อข้าพเจ้า” เพลงสดุดี 57:2 (KJV ไทย) ↩︎
4“เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงอธิษฐานตามอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ” มัทธิว 6:9 (KJV ไทย) ↩︎
5“ในเริ่มแรกนั้นพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดินโลก” ปฐมกาล 1:1 (KJV ไทย) “…พระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเจ้าเนืองนิตย์ คือพระผู้สร้างที่สุดปลายแผ่นดินโลก พระองค์มิได้ทรงอ่อนเปลี้ย หรือเหน็ดเหนื่อย…” อิสยาห์ 40:28 (KJV ไทย) “ความอุปถัมภ์ของข้าพเจ้ามาจากพระเยโฮวาห์ ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก” เพลงสดุดี 121:2 (KJV ไทย) “พระองค์เจ้าข้า ผู้เป็นพระเจ้าซึ่งได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ แผ่นดินโลก ทะเล และสรรพสิ่งที่มีอยู่ในที่เหล่านั้น” กิจการ 4:24 (KJV ไทย) ↩︎
6คำว่า “ข้าพระองค์ทั้งหลาย” (เรา) ในที่นี้หมายถึงผู้อ่านพร้อมทั้งบิชอปผู้เขียน ↩︎
7“ฉะนั้นขอให้เราทั้งหลายจงมีใจกล้าเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และจะได้พบพระคุณที่จะช่วยเราในขณะที่ต้องการ” ฮีบรู 4:16 (KJV ไทย) ↩︎
8“…ถ้าท่านจะขอสิ่งใดจากพระบิดาในนามของเรา พระองค์จะทรงประทานสิ่งนั้นให้แก่ท่าน” ยอห์น 16:23 (KJV ไทย) “สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายจะขอในนามของเรา เราจะกระทำสิ่งนั้น เพื่อว่าพระบิดาจะทรงได้รับเกียรติทางพระบุตร” ยอห์น 14:13 (KJV ไทย) ↩︎
9“เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ที่บังเกิดมา เพื่อผู้ใดที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” ยอห์น 3:16 (KJV ไทย) “…พระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดมา ผู้ทรงสถิตในพระทรวงของพระบิดา พระองค์ได้ทรงสำแดงพระเจ้าแล้ว” ยอห์น 1:18 (KJV ไทย) “…พระเจ้าทรงใช้พระบุตรองค์เดียวของพระองค์ที่บังเกิดมาให้เสด็จเข้ามาในโลก เพื่อเราทั้งหลายจะได้ดำรงชีวิตโดยพระบุตรนั้น” 1 ยอห์น 4:9 (KJV ไทย) ↩︎
10“…แล้วเจ้าจะเรียกนามของท่านว่า เยซู เพราะว่าท่านจะโปรดช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากความผิดบาปของเขาทั้งหลาย” มัทธิว 1:21 (KJV ไทย) ↩︎
11“ด้วยเหตุว่า มีพระเจ้าองค์เดียวและมีคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสภาพเป็นมนุษย์” 1 ทิโมธี 2:5 (KJV ไทย) “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางเรา” ยอห์น 14:6 (KJV ไทย) “…พระองค์ได้ทรงเป็นคนกลางแห่งพันธสัญญาอันประเสริฐกว่าเก่า เพราะได้ทรงตั้งขึ้นโดยพระสัญญาอันดีกว่าเก่า…” ฮีบรู 8:6 (KJV ไทย) ถ้อยคำ “ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์” ยังคงไว้ตามที่บันทึกใน 1 ทิโมธี 2:5 (KJV ไทย) ซึ่งแปลจากภาษากรีกต้นฉบับ เพื่อให้อ้างพระคัมภีร์ได้ครบถ้วนไม่ตัดทอน คำภาษากรีกคือ anthrōpos (Strong’s G444) ซึ่งหมายถึงมนุษย์โดยไม่คำนึงถึงเพศ ต่างจาก anēr (G435) ซึ่งหมายถึงผู้ชายในฐานะเพศชาย ดังนั้นข้อพระคัมภีร์นี้จึงรวมทั้งผู้หญิงและผู้ชายไว้เช่นเดียวกัน เพราะในพระคริสต์ “จะไม่เป็นชายหรือหญิง เพราะว่าท่านทั้งหลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในพระเยซูคริสต์” กาลาเทีย 3:28 (KJV ไทย) ↩︎
12“เขาทั้งหลายได้ตั้งมั่นคงอยู่ในคำสอนของจำพวกอัครสาวก และในการสามัคคีธรรม และร่วมใจกันในการหักขนมปัง และการอธิษฐาน” กิจการ 2:42 (KJV ไทย) “เหตุฉะนั้น พี่น้องทั้งหลาย จงมั่นคงไว้ และยึดถือโอวาทที่ท่านได้เรียนแล้ว ไม่ว่าจะด้วยคำพูด หรือด้วยจดหมายของเรา” 2 เธสะโลนิกา 2:15 (KJV ไทย) “ท่านได้ถูกประดิษฐานขึ้นบนรากแห่งพวกอัครสาวกและพวกศาสดาพยากรณ์ พระเยซูคริสต์เองทรงเป็นศิลามุมเอก” เอเฟซัส 2:20 (KJV ไทย) “จงประกาศพระวจนะ ให้ขะมักเขม้นที่จะทำการทั้งในขณะที่มีโอกาสและไม่มีโอกาส จงว่ากล่าว ห้ามปราม และตักเตือนด้วยความอดทนทุกอย่างและการสั่งสอน” 2 ทิโมธี 4:2 (KJV ไทย) ↩︎
13“ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดจะกล่าวสั่งสอน ก็ให้กล่าวตามพระโอวาทของพระเจ้า…เพื่อว่าพระเจ้าจะทรงได้รับเกียรติในการทั้งปวงโดยพระเยซูคริสต์ การสรรเสริญและไอศวรรยานุภาพจงมีแด่พระองค์ตลอดไปเป็นนิตย์ เอเมน” 1 เปโตร 4:11 (KJV ไทย) “พระบิดาเจ้าข้า ถึงเวลาแล้ว ขอทรงโปรดให้พระบุตรของพระองค์ได้รับเกียรติ เพื่อพระบุตรจะได้ถวายเกียรติแด่พระองค์” ยอห์น 17:1 (KJV ไทย) “เพื่อคนทั้งปวงจะได้ถวายเกียรติแด่พระบุตรเหมือนที่เขาถวายเกียรติแด่พระบิดา” ยอห์น 5:23 (KJV ไทย) “…หรือจะทำอะไรก็ตาม จงกระทำเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า” 1 โครินธ์ 10:31 (KJV ไทย) ↩︎
14“ท่านทั้งหลายจงเป็นคนใจหนักแน่น จงระวังระไวให้ดี ด้วยว่าศัตรูของท่าน คือพญามาร วนเวียนอยู่รอบๆดุจสิงโตคำราม เที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้” 1 เปโตร 5:8 (KJV ไทย) ↩︎
15“ซึ่งตกริมหนทางนั้นได้แก่พระวจนะที่หว่านแล้ว และเมื่อบุคคลใดได้ฟัง ในทันใดนั้นซาตานก็มาชิงเอาพระวจนะซึ่งหว่านในใจเขานั้นไปเสีย” มาระโก 4:15 (KJV ไทย) “…มารร้ายก็มาฉวยเอาพืชซึ่งหว่านในใจเขานั้นไปเสีย” มัทธิว 13:19 (KJV ไทย) ↩︎
16“ที่ตกตามหนทางได้แก่คนเหล่านั้นที่ได้ยิน แล้วพญามารมาชิงเอาพระวจนะจากใจของเขา เพื่อไม่ให้เขาเชื่อและรอดได้” ลูกา 8:12 (KJV ไทย) ↩︎
17“…เดี๋ยวนี้ผู้ครองโลกนี้จะถูกโยนทิ้งออกไปเสีย” ยอห์น 12:31 (KJV ไทย) “…เจ้าแห่งอำนาจในย่านอากาศ คือวิญญาณที่ครอบครองอยู่ในบุตรแห่งการไม่เชื่อฟัง” เอเฟซัส 2:2 (KJV ไทย) “ส่วนคนที่ไม่เชื่อนั้น พระของยุคนี้ได้กระทำใจของเขาให้มืดไป…” 2 โครินธ์ 4:4 (KJV ไทย) “ส่วนพญามารที่ล่อลวงเขาเหล่านั้นก็ถูกโยนลงไปในบึงไฟและกำมะถัน ที่สัตว์ร้ายและผู้พยากรณ์เท็จอยู่นั้น และมันต้องทนทุกข์ทรมานทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดไปเป็นนิตย์” วิวรณ์ 20:10 (KJV ไทย) ↩︎
18“ส่วนคนที่ไม่เชื่อนั้น พระของยุคนี้ได้กระทำใจของเขาให้มืดไป เพื่อไม่ให้ความสว่างของข่าวประเสริฐอันมีสง่าราศีของพระคริสต์ ผู้เป็นพระฉายของพระเจ้า ส่องแสงถึงพวกเขา” 2 โครินธ์ 4:4 (KJV ไทย) ↩︎
19“อ้ายผีใบ้หูหนวก เราสั่งเจ้าให้ออกมาจากเขา อย่าได้กลับเข้าสิงเขาอีกเลย” มาระโก 9:25 (KJV ไทย) “เมื่อผู้ใดได้ยินพระวจนะแห่งอาณาจักรนั้นแต่ไม่เข้าใจ มารร้ายก็มาฉวยเอาพืชซึ่งหว่านในใจเขานั้นไปเสีย” มัทธิว 13:19 (KJV ไทย) ↩︎
20“เพราะว่าพระเจ้าไม่ใช่ผู้ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวาย แต่ทรงเป็นผู้ก่อให้เกิดสันติสุข เหมือนที่ได้เกิดขึ้นในบรรดาคริสตจักรแห่งวิสุทธิชนนั้น” 1 โครินธ์ 14:33 (KJV ไทย) “ปัญญาเช่นนี้ไม่ได้มาจากเบื้องบน แต่เป็นปัญญาอย่างโลก และเป็นเดียรัจฉานตัณหา และเป็นเช่นปิศาจ เพราะว่าที่ใดมีความอิจฉาและการแก่งแย่งกัน ที่นั่นก็วุ่นวายและมีการกระทำชั่วช้าเลวทรามทุกอย่าง” ยากอบ 3:15–16 (KJV ไทย) “แต่ข้าพเจ้าเกรงว่างูนั้นได้ล่อลวงนางเอวาด้วยอุบายของมันฉันใด จิตใจของท่านก็จะถูกล่อลวงให้หลงไปจากความบริสุทธิ์ ซึ่งมีอยู่ในพระคริสต์โดยวิธีหนึ่งวิธีใดฉันนั้น” 2 โครินธ์ 11:3 (KJV ไทย) ↩︎
21“เหตุฉะนั้นเราควรจะสนใจในข้อความเหล่านั้นที่เราได้ยินได้ฟังให้มากขึ้นอีก เพราะมิฉะนั้นในเวลาหนึ่งเวลาใดเราจะห่างไกลไปจากข้อความเหล่านั้น” ฮีบรู 2:1 (KJV ไทย) “เหตุฉะนั้น ถึงแม้ว่าท่านจะรู้และตั้งมั่นคงอยู่ในความจริงที่ท่านรับแล้วนั้นก็ดี ข้าพเจ้าก็ไม่ละเลยที่จะเตือนสติท่านทั้งหลายเสมอให้ระลึกถึงสิ่งเหล่านี้” 2 เปโตร 1:12 (KJV ไทย) “ซึ่งตกริมหนทางนั้นได้แก่พระวจนะที่หว่านแล้ว และเมื่อบุคคลใดได้ฟัง ในทันใดนั้นซาตานก็มาชิงเอาพระวจนะซึ่งหว่านในใจเขานั้นไปเสีย” มาระโก 4:15 (KJV ไทย) ↩︎
22“อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ” ฟีลิปปี 4:6 (KJV ไทย) “จงขอแล้วจะได้ จงหาแล้วจะพบ จงเคาะแล้วจะเปิดให้แก่ท่าน” มัทธิว 7:7 (KJV ไทย) ↩︎
23“เพราะเหตุนี้พวกเราเหมือนกัน นับตั้งแต่วันที่เราได้ยิน ก็ไม่ได้หยุดในการที่จะอธิษฐานขอเพื่อท่าน และปรารถนาให้ท่านเต็มไปด้วยความรู้ถึงพระประสงค์ของพระองค์ในสรรพปัญญาและในความเข้าใจฝ่ายจิตวิญญาณ” โคโลสี 1:9 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าจึงได้ขอบพระคุณเพราะท่านทั้งหลายไม่หยุดเลย คือเอ่ยถึงท่านในคำอธิษฐานของข้าพเจ้า เพื่อพระเจ้าแห่งพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา คือพระบิดาผู้ทรงสง่าราศี จะทรงโปรดประทานให้ท่านทั้งหลายมีจิตใจอันประกอบด้วยสติปัญญา และความประจักษ์แจ้งในเรื่องความรู้ถึงพระองค์” เอเฟซัส 1:16–17 (KJV ไทย) ↩︎
24“แต่ท่านทั้งหลายจะได้รับพระราชทานฤทธิ์เดช เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมาเหนือท่าน…” กิจการ 1:8 (KJV ไทย) “ขอให้พระองค์ทรงโปรดประทานกำลังเรี่ยวแรงมากฝ่ายจิตใจแก่ท่าน โดยเดชพระวิญญาณของพระองค์ตามความไพบูลย์แห่งสง่าราศีของพระองค์” เอเฟซัส 3:16 (KJV ไทย) ↩︎
25“จงใคร่ครวญถึงสิ่งที่ข้าพเจ้าได้พูดเถิด ด้วยองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงประทานความเข้าใจให้แก่ท่านในทุกสิ่ง” 2 ทิโมธี 2:7 (KJV ไทย) “ครั้งนั้น พระองค์ทรงบันดาลให้ใจเขาทั้งหลายเกิดความสว่างขึ้นเพื่อจะได้เข้าใจพระคัมภีร์” ลูกา 24:45 (KJV ไทย) ↩︎
26“ชาวเมืองนั้นสุภาพกว่าชาวเมืองเธสะโลนิกา ด้วยเขาได้รับพระวจนะด้วยความเต็มใจ และค้นดูพระคัมภีร์ทุกวัน หวังจะรู้ว่า ข้อความเหล่านั้นจะจริงดังกล่าวหรือไม่” กิจการ 17:11 (KJV ไทย) “จงพิสูจน์ทุกสิ่ง สิ่งที่ดีนั้นจงยึดถือไว้ให้มั่น” 1 เธสะโลนิกา 5:21 (KJV ไทย) “…คือผู้ที่เคยฝึกหัดความคิดของเขาจนสังเกตได้ว่าไหนดีไหนชั่ว” ฮีบรู 5:14 (KJV ไทย) “และข้าพเจ้าอธิษฐานขอให้ความรักของท่านจำเริญยิ่งๆขึ้นในความรู้และในวิจารณญาณทุกอย่าง เพื่อท่านทั้งหลายจะสังเกตได้ว่าสิ่งใดประเสริฐที่สุด…” ฟีลิปปี 1:9–10 (KJV ไทย) ↩︎
27“เพราะว่า ‘ใครเล่ารู้จักพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้าเพื่อจะแนะนำสั่งสอนพระองค์ได้’ แต่เราก็มีพระทัยของพระคริสต์” 1 โครินธ์ 2:16 (KJV ไทย) “ท่านจงมีน้ำใจอย่างนี้ เหมือนอย่างที่พระเยซูคริสต์ทรงมีด้วย” ฟีลิปปี 2:5 (KJV ไทย) ↩︎
28“ด้วยว่าซึ่งปักใจอยู่กับเนื้อหนังก็คือความตาย และซึ่งปักใจอยู่กับพระวิญญาณก็คือชีวิตและสันติสุข เหตุว่าใจซึ่งปักอยู่กับเนื้อหนังนั้นก็เป็นศัตรูต่อพระเจ้า เพราะหาได้อยู่ใต้บังคับพระราชบัญญัติของพระเจ้าไม่ และที่จริงจะอยู่ใต้บังคับพระราชบัญญัตินั้นไม่ได้” โรม 8:6–7 (KJV ไทย) “แต่มนุษย์ธรรมดาจะรับสิ่งเหล่านั้นซึ่งเป็นของพระวิญญาณแห่งพระเจ้าไม่ได้ เพราะเขาเห็นว่าเป็นสิ่งโง่เขลา และเขาไม่สามารถเข้าใจได้ เพราะว่าจะเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ก็ต้องสังเกตด้วยจิตวิญญาณ” 1 โครินธ์ 2:14 (KJV ไทย) “…ท่านอย่าดำเนินตามอย่างคนต่างชาติที่เขาดำเนินกันนั้น คือมีใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ไม่มีสาระ โดยที่ความเข้าใจของเขามืดมนไปและเขาอยู่ห่างจากชีวิตซึ่งมาจากพระเจ้า เพราะเหตุความโง่ซึ่งอยู่ในตัวเขา…” เอเฟซัส 4:17–18 (KJV ไทย) “เหตุฉะนั้นเช่นเดียวกับที่บาปได้เข้ามาในโลกเพราะคนๆเดียว และความตายก็เกิดมาเพราะบาปนั้น…” โรม 5:12 (KJV ไทย) ↩︎
29“อย่างไรก็ตามเราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลาย คือการที่เราจากไปนั้นก็เพื่อประโยชน์ของท่าน เพราะถ้าเราไม่ไป พระองค์ผู้ปลอบประโลมใจก็จะไม่เสด็จมาหาท่าน แต่ถ้าเราไปแล้ว เราก็จะใช้พระองค์มาหาท่าน” ยอห์น 16:7 (KJV ไทย) “แต่เมื่อพระองค์ผู้ปลอบประโลมใจที่เราจะใช้มาจากพระบิดามาหาท่านทั้งหลาย คือพระวิญญาณแห่งความจริง ผู้ทรงมาจากพระบิดานั้นได้เสด็จมาแล้ว พระองค์นั้นจะทรงเป็นพยานถึงเรา” ยอห์น 15:26 (KJV ไทย) ↩︎
30“เหตุฉะนั้นเมื่อพระหัตถ์เบื้องขวาของพระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์ขึ้น และครั้นพระองค์ได้ทรงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์จากพระบิดาตามพระสัญญา พระองค์ได้ทรงเทฤทธิ์เดชนี้ลงมา ดังที่ท่านทั้งหลายได้ยินและเห็นแล้ว” กิจการ 2:33 (KJV ไทย) “ครั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสสั่งเขาแล้ว พระองค์ทรงถูกรับขึ้นไปในสวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า” มาระโก 16:19 (KJV ไทย) ↩︎
31“และขอให้ตาใจของท่านสว่างขึ้นเพื่อท่านจะได้รู้ว่า ในการที่พระองค์ทรงเรียกท่านนั้น พระองค์ได้ประทานความหวังอะไรแก่ท่าน…” เอเฟซัส 1:18 (KJV ไทย) “ขอเบิกตาข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะเห็นสิ่งมหัศจรรย์จากพระราชบัญญัติของพระองค์” เพลงสดุดี 119:18 (KJV ไทย) “แล้วเอลีชาก็อธิษฐานว่า “ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ขอทรงเบิกตาของเขาเพื่อเขาจะได้เห็น”…” 2 พงศ์กษัตริย์ 6:17 (KJV ไทย) ↩︎
32“แต่พระองค์ผู้ปลอบประโลมใจนั้นคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ซึ่งพระบิดาจะทรงใช้มาในนามของเรา พระองค์นั้นจะทรงสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่ง และจะให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราได้กล่าวไว้แก่ท่านแล้ว” ยอห์น 14:26 (KJV ไทย) ↩︎
33“…ลิเดีย…องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงเปิดใจของเขาให้สนใจในถ้อยคำซึ่งเปาโลได้กล่าว” กิจการ 16:14 (KJV ไทย) “จงเอาใจของเจ้ารับคำสั่งสอน และเอาหูของเจ้ารับถ้อยคำแห่งความรู้” สุภาษิต 23:12 (KJV ไทย) “…จงน้อมใจรับพระวจนะที่ทรงปลูกฝังไว้แล้วนั้น ซึ่งสามารถช่วยจิตวิญญาณของท่านทั้งหลายให้รอดได้” ยากอบ 1:21 (KJV ไทย) ↩︎
34“เมื่อพระองค์ พระวิญญาณแห่งความจริงจะเสด็จมาแล้ว พระองค์จะนำท่านทั้งหลายไปสู่ความจริงทั้งมวล…” ยอห์น 16:13 (KJV ไทย) ↩︎
35“ไม่มีผู้ใดมาถึงเราได้นอกจากพระบิดาผู้ทรงใช้เรามาจะทรงชักนำให้เขามา…” ยอห์น 6:44 (KJV ไทย) “…เราได้รักเจ้าด้วยความรักนิรันดร์ เพราะฉะนั้นเราจึงชวนเจ้ามาด้วยความเมตตา” เยเรมีย์ 31:3 (KJV ไทย) “จงเข้าใกล้พระเจ้า และพระองค์จะสถิตอยู่ใกล้ท่าน” ยากอบ 4:8 (KJV ไทย) “เจ้าได้หันเหไปเสียจากกฎของเราและมิได้รักษาไว้ตั้งแต่ครั้งสมัยบรรพบุรุษของเจ้า พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสว่า เจ้าจงกลับมาหาเรา และเราจะกลับมาหาเจ้าทั้งหลาย” มาลาคี 3:7 (KJV ไทย) “เพราะฉะนั้น จงกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า จงกลับมาหาเรา พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้แหละ และเราจะกลับมาหาเจ้า พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้แหละ” เศคาริยา 1:3 (KJV ไทย) ↩︎
36“ขอทรงโปรดชำระเขาให้บริสุทธิ์ด้วยความจริงของพระองค์ พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง” ยอห์น 17:17 (KJV ไทย) “…พระเจ้าได้ทรงเลือกท่านไว้ตั้งแต่เริ่มแรกให้ถึงที่รอด โดยพระวิญญาณทรงชำระตั้งท่านไว้ให้บริสุทธิ์ และโดยท่านได้เชื่อความจริง” 2 เธสะโลนิกา 2:13 (KJV ไทย) ↩︎
37“ข้าพระองค์ไม่ได้ขอให้พระองค์เอาเขาออกไปจากโลก แต่ขอปกป้องเขาไว้ให้พ้นจากความชั่วร้าย” ยอห์น 17:15 (KJV ไทย) “แล้วข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์องค์หนึ่งลงมาจากสวรรค์ ท่านถือลูกกุญแจของเหวที่ไม่มีก้นเหวนั้นและถือโซ่ใหญ่ และท่านได้จับพญานาค ซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์ ผู้ซึ่งเป็นพญามารและซาตาน และล่ามมันไว้พันปี” วิวรณ์ 20:1–2 (KJV ไทย) “หรือใครจะเข้าไปในเรือนของคนที่มีกำลังมากและปล้นเอาทรัพย์ของเขาอย่างไรได้ เว้นแต่จะจับคนที่มีกำลังมากนั้นมัดไว้เสียก่อน” มัทธิว 12:29 (KJV ไทย) “แต่ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสัตย์ซื่อ จะทรงเสริมกำลังท่านทั้งหลาย และทรงป้องกันท่านไว้ให้พ้นจากการชั่วร้าย” 2 เธสะโลนิกา 3:3 (KJV ไทย) ↩︎
38“ท่านทั้งหลายมาจากพ่อของท่านคือพญามาร และท่านใคร่จะทำตามความปรารถนาของพ่อท่าน มันเป็นฆาตกรตั้งแต่เดิมมา และมิได้ตั้งอยู่ในความจริง เพราะความจริงมิได้อยู่ในมัน เมื่อมันพูดมุสามันก็พูดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้มุสา และเป็นพ่อของการมุสา” ยอห์น 8:44 (KJV ไทย) ↩︎
39“ศัตรูผู้หว่านข้าวละมานได้แก่พญามาร…” มัทธิว 13:39 (KJV ไทย) “…ศัตรูของท่าน คือพญามาร วนเวียนอยู่รอบๆดุจสิงโตคำราม เที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้” 1 เปโตร 5:8 (KJV ไทย) “ดูเถิด เราได้ให้พวกท่านมีอำนาจเหยียบงูร้ายและแมลงป่อง และมีอำนาจใหญ่ยิ่งกว่ากำลังศัตรู…” ลูกา 10:19 (KJV ไทย) ↩︎
40“…แต่วิบัติจะมีแก่ผู้ที่อยู่ในแผ่นดินโลกและทะเล เพราะว่าพญามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย” วิวรณ์ 12:12 (KJV ไทย) “พญานาคโกรธแค้นหญิงนั้น มันจึงออกไปทำสงครามกับเชื้อสายของนางที่เหลืออยู่นั้น คือผู้ที่รักษาพระบัญญัติของพระเจ้า และยึดถือคำพยานของพระเยซูคริสต์” วิวรณ์ 12:17 (KJV ไทย) “มันเป็นฆาตกรตั้งแต่เดิมมา” ยอห์น 8:44 (KJV ไทย) ↩︎
41“ดังนั้นพระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ตามแบบพระฉายาของพระองค์ พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามแบบพระฉายาของพระเจ้า พระองค์ได้ทรงสร้างพวกเขาให้เป็นชายและหญิง” ปฐมกาล 1:27 (KJV ไทย) “For God created man to be immortal, and made him to be an image of his own eternity. Nevertheless through envy of the devil came death into the world . . .” ปรีชาญาณของซาโลมอน 2:23–24 (KJV) (พระคัมภีร์ KJV ไทยไม่มีหนังสือเล่มนี้) ↩︎
42“เมื่อผู้ใดได้ยินพระวจนะแห่งอาณาจักรนั้นแต่ไม่เข้าใจ มารร้ายก็มาฉวยเอาพืชซึ่งหว่านในใจเขานั้นไปเสีย” มัทธิว 13:19 (KJV ไทย) “ส่วนคนที่ไม่เชื่อนั้น พระของยุคนี้ได้กระทำใจของเขาให้มืดไป…” 2 โครินธ์ 4:4 (KJV ไทย) ↩︎
43“‘โกรธก็โกรธเถิด แต่อย่าทำบาป’ อย่าให้ถึงตะวันตกท่านยังโกรธอยู่ และอย่าให้โอกาสแก่พญามาร” เอเฟซัส 4:26–27 (KJV ไทย) “เมื่อเขาทั้งหลายได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกบาดใจ และขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเข้าใส่สเทเฟน” (เมื่อได้ฟังคำเทศนาของสเทเฟน) กิจการ 7:54 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าจึงได้กลายเป็นศัตรูของท่านเพราะข้าพเจ้าบอกความจริงแก่ท่านหรือ” กาลาเทีย 4:16 (KJV ไทย) “…จงให้ทุกคนไวในการฟัง ช้าในการพูด ช้าในการโกรธ เพราะว่าความโกรธของมนุษย์ไม่ได้กระทำให้เกิดความชอบธรรมอย่างพระเจ้า” ยากอบ 1:19–20 (KJV ไทย) ↩︎
44“เพราะว่าชนชาตินี้กลายเป็นคนมีใจเฉื่อยชา หูก็ตึง และตาเขาเขาก็ปิด…” มัทธิว 13:15 (KJV ไทย) “ท่านจงเตือนสติกันและกันทุกวัน ตลอดเวลาที่เรียกว่า “วันนี้” เพื่อว่าจะไม่มีผู้ใดในพวกท่านมีใจแข็งกระด้างไปเพราะเล่ห์กลของบาป” ฮีบรู 3:13 (KJV ไทย) “ท่านคนชาติหัวแข็ง ใจดื้อ หูตึง ท่านทั้งหลายขัดขวางพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่เสมอ…” กิจการ 7:51 (KJV ไทย) ↩︎
45“…และเมื่อบุคคลใดได้ฟัง ในทันใดนั้นซาตานก็มาชิงเอาพระวจนะซึ่งหว่านในใจเขานั้นไปเสีย” มาระโก 4:15 (KJV ไทย) “…ผู้นั้นไม่ได้เป็นผู้ฟังแล้วหลงลืม แต่เป็นผู้ประพฤติตามกิจการนั้น คนนั้นจะได้ความสุขในการของตน” ยากอบ 1:25 (KJV ไทย) “…เพราะมิฉะนั้นในเวลาหนึ่งเวลาใดเราจะห่างไกลไปจากข้อความเหล่านั้น” ฮีบรู 2:1 (KJV ไทย) ↩︎
46“…แล้วความกังวลตามธรรมดาโลก และการล่อลวงแห่งทรัพย์สมบัติก็รัดพระวจนะนั้นเสีย และเขาจึงไม่เกิดผล” มัทธิว 13:22 (KJV ไทย) “เจ้าทั้งหลายจึงทำให้พระวจนะของพระเจ้าเป็นหมันไปด้วยประเพณีของพวกท่าน…” มาระโก 7:13 (KJV ไทย) ↩︎
47“เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือดแต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ” เอเฟซัส 6:12 (KJV ไทย) “เพราะว่า ถึงแม้เรายังดำเนินอยู่ในเนื้อหนังก็จริง แต่เราก็ไม่ได้สู้รบตามฝ่ายเนื้อหนัง (เพราะว่าศาสตราวุธแห่งการสงครามของเราไม่เป็นฝ่ายเนื้อหนัง แต่มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่จากพระเจ้าที่จะทลายป้อมอันแข็งแกร่งลงได้) คือทำลายความคิด…และน้อมนำความคิดทุกประการให้เข้าอยู่ใต้บังคับจนถึงเชื่อฟังพระคริสต์” 2 โครินธ์ 10:3–5 (KJV ไทย) “จงเอาความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะและจงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือพระวจนะของพระเจ้า” เอเฟซัส 6:17 (KJV ไทย) ↩︎
48“ขอความสุขจงมีแก่บรรดาผู้อ่านและผู้ฟังคำพยากรณ์เหล่านี้ และถือรักษาข้อความที่เขียนไว้ในคำพยากรณ์นี้…” วิวรณ์ 1:3 (KJV ไทย) “ขอพระเยโฮวาห์ทรงอำนวยพระพรแก่ท่าน และพิทักษ์รักษาท่าน ขอพระเยโฮวาห์ทรงให้พระพักตร์ของพระองค์ทอแสงแก่ท่าน และทรงพระกรุณาท่าน ขอพระเยโฮวาห์ทรงมีสีพระพักตร์แช่มชื่นต่อท่านและประทานสันติสุขแก่ท่าน” กันดารวิถี 6:24–26 (KJV ไทย) ↩︎
49“เพราะฉะนั้น บัดนี้ขอโปรดให้เป็นที่พอพระทัยพระองค์ที่จะอำนวยพระพรแก่ราชวงศ์ผู้รับใช้ของพระองค์ เพื่อให้ดำรงอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์เป็นนิตย์…” 2 ซามูเอล 7:29 (KJV ไทย) (ดาวิดอธิษฐานขอพระพรแก่บ้านฝ่ายจิตวิญญาณของท่าน เป็นแบบอย่างโดยตรงสำหรับคำอธิษฐานนี้) “จงเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์เจ้า และท่านจะรอดได้ทั้งครอบครัวของท่านด้วย” กิจการ 16:31 (KJV ไทย) ↩︎
50“พระองค์มิได้ทรงกั้นรั้วต้นไม้รอบตัวเขา และครัวเรือนของเขา และทุกสิ่งที่เขามีอยู่เสียทุกด้านหรือ…” โยบ 1:10 (KJV ไทย) (ถ้อยคำของซาตานที่บันทึกไว้ ซึ่งยืนยันว่าการปกป้องของพระเจ้าเป็นเสมือนรั้วล้อมรอบคนชอบธรรมและครัวเรือนของเขา [ซึ่งได้รับการยืนยันโดยการพิจารณาหนังสือโยบและเนื้อหาอื่นๆ โดยละเอียด และอยู่นอกขอบเขตของการอ้างอิงในที่นี้] ข้าพเจ้าได้เรียกสิ่งนี้ว่า “การอธิษฐานล้อมรั้ว” เมื่อปฏิบัติพันธกิจร่วมกับคริสเตียนผู้ซื่อสัตย์ทั้งหลาย) “ซีโมน ซีโมนเอ๋ย ดูเถิด ซาตานได้ขอท่านไว้เพื่อจะฝัดร่อนท่านเหมือนฝัดข้าวสาลี แต่เราได้อธิษฐานเผื่อตัวท่าน เพื่อความเชื่อของท่านจะไม่ได้ขาด…” ลูกา 22:31–32 (KJV ไทย) “…ภายหลังเมื่อเกิดการยากลำบากและการข่มเหงต่างๆเพราะพระวจนะนั้น ก็เลิกเสียในทันทีทันใด” มาระโก 4:17 (KJV ไทย) (ข้อนี้แสดงให้เห็นว่าซาตานและพลพรรคผู้ละทิ้งความเชื่อของมันสามารถแก้แค้น และบางครั้งก็แก้แค้นจริง ต่อผู้ฟังหรือผู้อ่านพระวจนะของพระเจ้า เพราะเขาได้รับพระวจนะนั้น คำอธิษฐานนี้ทูลขอพระเจ้ามิให้ทรงยอมให้เกิดเช่นนี้ในคำสอนนี้) “ไม่มีการร้ายใดๆจะตกมาบนท่าน ไม่มีภัยมาใกล้ที่อาศัยของท่าน” เพลงสดุดี 91:10 (KJV ไทย) (… เพราะรั้วที่ได้ทูลขอในคำอธิษฐาน ซึ่งพระเจ้าทรงสดับและทรงตอบแล้ว) ↩︎
51“พระองค์ตรัสแล้วว่า “จงหาหน้าของเรา” จิตใจของข้าพระองค์ทูลพระองค์ว่า “ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ข้าพระองค์จะแสวงหาพระพักตร์ของพระองค์”” เพลงสดุดี 27:8 (KJV ไทย) (พระบัญชาโดยตรงของพระเจ้าให้เราแสวงหาพระพักตร์ของพระองค์ ซึ่งได้รับการตอบรับในที่นี้) “ถ้าประชาชนของเราผู้ซึ่งเขาเรียกกันโดยนามของเรานั้นจะถ่อมตัวลง และอธิษฐาน และแสวงหาหน้าของเรา และหันเสียจากทางชั่วของเขา เราก็จะฟังจากสวรรค์…” 2 พงศาวดาร 7:14 (KJV ไทย) ↩︎
52“แต่เลือดที่บ้านที่เจ้าทั้งหลายอยู่นั้น จะเป็นหมายสำคัญสำหรับเจ้า เมื่อเราเห็นเลือดนั้นเราจะผ่านเว้นเจ้าทั้งหลายไป จะไม่มีภัยพิบัติทำลายเจ้า…” อพยพ 12:13 (KJV ไทย) “…เพราะพระคริสต์ผู้ทรงเป็นปัสกาของเรา ได้ถูกฆ่าบูชาเพื่อเราเสียแล้ว” 1 โครินธ์ 5:7 (KJV ไทย) “เขาเหล่านั้นชนะพญามารด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดก และโดยคำพยานของพวกเขาเอง…” วิวรณ์ 12:11 (KJV ไทย) “…โดยพระวิญญาณได้ทรงชำระ ให้บังเกิดความนบนอบเชื่อฟัง และให้รับการประพรมด้วยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์…” 1 เปโตร 1:2 (KJV ไทย) ↩︎
53“และท่านทั้งหลายก็เสมือนศิลาที่มีชีวิต ที่กำลังก่อขึ้นเป็นพระนิเวศฝ่ายวิญญาณ เป็นปุโรหิตบริสุทธิ์ เพื่อถวายสักการบูชาฝ่ายจิตวิญญาณ ที่ชอบพระทัยของพระเจ้าโดยทางพระเยซูคริสต์” 1 เปโตร 2:5 (KJV ไทย) “แล้วท่านก็เอาเลือดประพรมพลับพลากับเครื่องใช้ทุกชนิดในการปฏิบัตินั้นเช่นเดียวกัน และตามพระราชบัญญัติถือว่า เกือบทุกสิ่งจะถูกชำระด้วยโลหิต…” ฮีบรู 9:21–22 (KJV ไทย) (ในที่นี้ มีการใช้เลือดกับสิ่งของที่ใช้ในการปรนนิบัติ และแน่นอนว่าการสอนพระวจนะเป็นเครื่องมือสำคัญยิ่ง) ↩︎
54“ขอพระเจ้าทรงลุกขึ้น ให้ศัตรูของพระองค์กระจายไป ให้บรรดาผู้ที่เกลียดชังพระองค์หนีไปต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์” เพลงสดุดี 68:1 (KJV ไทย) “โอ ข้าแต่พระกรของพระเยโฮวาห์ จงตื่นเถิด ตื่นเถิด จงสวมกำลัง จงตื่นอย่างสมัยโบราณในชั่วอายุนานมาแล้ว…” อิสยาห์ 51:9 (KJV ไทย) “ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ขอทรงเป็นที่ยกย่องเชิดชูในพระกำลังของพระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายจะร้องเพลงสรรเสริญฤทธานุภาพของพระองค์” เพลงสดุดี 21:13 (KJV ไทย) “และรู้ว่าฤทธานุภาพอันใหญ่ของพระองค์มีมากยิ่งเพียงไรสำหรับเราทั้งหลายที่เชื่อ ตามการกระทำแห่งฤทธานุภาพอันใหญ่ยิ่งของพระองค์” เอเฟซัส 1:19 (KJV ไทย) ↩︎
55“ขอทอดพระเนตร โอ ข้าแต่พระเจ้าโล่ของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทอดพระเนตรหน้าผู้รับเจิมของพระองค์” เพลงสดุดี 84:9 (KJV ไทย) “อย่าแตะต้องบรรดาผู้ที่เราเจิมไว้ อย่าทำอันตรายแก่ผู้พยากรณ์ทั้งหลายของเรา” เพลงสดุดี 105:15 (KJV ไทย) “พระเยโฮวาห์ทรงเป็นกำลังของเขาทั้งหลาย พระองค์ทรงเป็นป้อมแห่งความรอดของผู้รับเจิมของพระองค์” เพลงสดุดี 28:8 (KJV ไทย) “ท่านทั้งหลายได้รับการทรงเจิมจากพระองค์ผู้บริสุทธิ์แล้ว และท่านก็รู้ทุกสิ่ง” 1 ยอห์น 2:20 (KJV ไทย) (ผู้เชื่อทุกคนได้รับการเจิม) ↩︎
56“พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอบรมในเรื่องความชอบธรรม เพื่อคนของพระเจ้าจะดีรอบคอบ พรักพร้อมที่จะกระทำการดีทุกอย่าง” 2 ทิโมธี 3:16–17 (KJV ไทย) “พระองค์จึงให้บางคนเป็นอัครสาวก บางคนเป็นศาสดาพยากรณ์ บางคนเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐ บางคนเป็นศิษยาภิบาล และอาจารย์ เพื่อเตรียมวิสุทธิชนให้ดีรอบคอบ เพื่อช่วยในการรับใช้ เพื่อเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์ให้จำเริญขึ้น” เอเฟซัส 4:11–12 (KJV ไทย) “ทรงกระทำให้ท่านทั้งหลายสมบูรณ์ในการดีทุกอย่าง เพื่อจะได้ปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระองค์ และทรงทำงานในท่านทั้งหลายให้เป็นที่ชอบในสายพระเนตรของพระองค์โดยพระเยซูคริสต์…” ฮีบรู 13:21 (KJV ไทย) ↩︎
57“…เพื่อเราจะได้ดำเนินชีวิตอย่างเงียบๆและสงบสุข ในทางที่เป็นอย่างพระเจ้าและอย่างซื่อสัตย์ การเช่นนี้เป็นการดีและเป็นที่ชอบในสายพระเนตรของพระเจ้า พระผู้ช่วยให้รอดของเรา” 1 ทิโมธี 2:2–3 (KJV ไทย) “พี่น้องทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์ เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต อันบริสุทธิ์ และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการปรนนิบัติอันสมควรของท่านทั้งหลาย อย่าทำตามอย่างชาวโลกนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจเสียใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบพระประสงค์ของพระเจ้าว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัย และอะไรดียอดเยี่ยม” โรม 12:1–2 (KJV ไทย) “…และดำเนินชีวิตในโลกปัจจุบันนี้อย่างมีสติสัมปชัญญะ อย่างชอบธรรม และตามทางพระเจ้า” ทิตัส 2:12 (KJV ไทย) ↩︎
58“แต่เราทั้งหลายไม่มีผ้าคลุมหน้าไว้ จึงแลดูสง่าราศีขององค์พระผู้เป็นเจ้าเหมือนมองดูในกระจก และตัวเราก็เปลี่ยนไปเป็นเหมือนพระฉายขององค์พระผู้เป็นเจ้าคือมีสง่าราศีเป็นลำดับขึ้นไป เช่นอย่างสง่าราศีที่มาจากพระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้า” 2 โครินธ์ 3:18 (KJV ไทย) “แต่ให้เราพูดความจริงด้วยใจรักเพื่อจะจำเริญขึ้นทุกอย่างสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะคือพระคริสต์” เอเฟซัส 4:15 (KJV ไทย) “แต่ขอท่านทั้งหลายจงเจริญขึ้นในพระคุณ และในความรู้เกี่ยวกับพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเรา…” 2 เปโตร 3:18 (KJV ไทย) “แต่วิถีของคนชอบธรรมเหมือนแสงอรุณ ซึ่งฉายสุกใสยิ่งขึ้นๆจนเต็มวัน” สุภาษิต 4:18 (KJV ไทย) ↩︎
59“…ถึงแม้ว่ากายภายนอกของเรากำลังทรุดโทรมไป แต่จิตใจภายในนั้นก็ยังคงจำเริญขึ้นใหม่ทุกวัน” 2 โครินธ์ 4:16 (KJV ไทย) ↩︎
60“ผู้รับรองถ้อยคำของผู้รับใช้ของพระองค์ และให้สัมฤทธิ์ผลตามแผนงานแห่งทูตของพระองค์…” อิสยาห์ 44:26 (KJV ไทย) (ทูลขอให้พระเจ้าทรงรับรองและทรงให้สัมฤทธิ์ผลตามถ้อยคำที่ผู้รับใช้ของพระองค์กล่าว) “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า สิ่งใดซึ่งท่านจะผูกมัดในโลก ก็จะถูกผูกมัดในสวรรค์…เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายอีกว่า ถ้าในพวกท่านที่อยู่ในโลกสองคนจะร่วมใจกันขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ก็จะทรงกระทำให้” มัทธิว 18:18–19 (KJV ไทย) “พวกสาวกเหล่านั้นจึงออกไปเทศนาสั่งสอนทุกแห่งทุกตำบล และองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงร่วมงานกับเขา และทรงสนับสนุนคำสอนของเขาโดยหมายสำคัญที่ประกอบนั้น เอเมน” มาระโก 16:20 (KJV ไทย) ↩︎
61“เปาโล ผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งพระองค์ทรงเรียกให้เป็นอัครสาวก และได้ถูกแยกตั้งไว้สำหรับข่าวประเสริฐของพระเจ้า” โรม 1:1 (KJV ไทย) “ด้วยว่าเราไม่ได้ประกาศตัวเราเอง แต่ได้ประกาศพระเยซูคริสต์ว่าทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และได้ประกาศตัวเราเองเป็นผู้รับใช้ของท่านทั้งหลายเพราะเห็นแก่พระเยซู” 2 โครินธ์ 4:5 (KJV ไทย) “เราจะมอบลูกกุญแจของอาณาจักรแห่งสวรรค์ให้ไว้แก่ท่านท่าน จะผูกมัดสิ่งใดในโลก สิ่งนั้นก็จะถูกมัดในสวรรค์…” มัทธิว 16:19 (KJV ไทย) ↩︎
62“เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงยอมน้อมกายต่อพระเจ้า จงต่อสู้กับพญามาร และมันจะหนีไปจากท่าน” ยากอบ 4:7 (KJV ไทย) “พวกเจ้าห้าคนจะขับไล่ศัตรูร้อยคนและพวกเจ้าร้อยคนจะขับไล่ศัตรูหมื่นคนให้กระจัดกระจายไป และศัตรูของเจ้าจะล้มลงด้วยดาบต่อหน้าเจ้า” เลวีนิติ 26:8 (KJV ไทย) “พระเยโฮวาห์จะทรงกระทำให้ศัตรูผู้ลุกขึ้นต่อสู้ท่านพ่ายแพ้ต่อหน้าท่าน เขาจะออกมาต่อสู้ท่านทางหนึ่ง และหนีให้พ้นหน้าท่านเจ็ดทาง” พระราชบัญญัติ 28:7 (KJV ไทย) “ขอพระเจ้าทรงลุกขึ้น ให้ศัตรูของพระองค์กระจายไป ให้บรรดาผู้ที่เกลียดชังพระองค์หนีไปต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์” เพลงสดุดี 68:1 (KJV ไทย) ↩︎
63“ท่านเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียว นั่นก็ดีอยู่แล้ว แม้พวกปิศาจก็เชื่อเช่นกัน และกลัวจนตัวสั่น” ยากอบ 2:19 (KJV ไทย) “ความรู้สึกเสียวสยอง และความตกใจกลัวจะอุบัติขึ้นในใจของเขา เนื่องด้วยฤทธานุภาพแห่งพระกรของพระองค์ เขาจะหยุดนิ่งอยู่เหมือนก้อนหิน…” อพยพ 15:16 (KJV ไทย) “…ท่านมาที่นี่เพื่อจะทรมานพวกเราก่อนเวลาหรือ” มัทธิว 8:29 (KJV ไทย) (นี่เป็นตัวอย่างของความยำเกรงพระเยโฮวาห์ในฝ่ายศัตรู ซึ่งบันทึกไว้เพื่อผู้ซื่อสัตย์ในพระคริสต์จะเชื่อในฤทธานุภาพของพระองค์ด้วย) ↩︎
64“พระองค์มิได้ทรงกั้นรั้วต้นไม้รอบตัวเขา และครัวเรือนของเขา และทุกสิ่งที่เขามีอยู่เสียทุกด้านหรือ…” โยบ 1:10 (KJV ไทย) (ซาตานพูดกับพระเจ้าและยอมรับว่าพระเจ้าได้ทรงห้ามมันมิให้แตะต้องสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับโยบไม่ว่าในทางใด เสมือนมีรั้วแห่งการปกป้อง เป็นรั้วแห่งไฟบริสุทธิ์ ล้อมรอบโยบและทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับท่าน) (“รั้ว” เป็นคำที่พระคัมภีร์บันทึกว่าซาตานเองได้ใช้เพื่อพรรณนาถึงการปกป้องของพระเจ้า) “เพราะว่าเราจะเป็นเหมือนกำแพงเพลิงล้อมเธอไว้ พระเยโฮวาห์ตรัสว่า และเราจะเป็นสง่าราศีในเมืองนั้น” เศคาริยา 2:5 (KJV ไทย) “ทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์ได้ตั้งค่ายล้อมบรรดาผู้ที่เกรงกลัวพระองค์ และช่วยเขาทั้งหลายให้รอด” เพลงสดุดี 34:7 (KJV ไทย) “เพราะพระองค์จะรับสั่งเหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์ในเรื่องท่าน ให้ระแวดระวังท่านในทางทั้งปวงของท่าน” เพลงสดุดี 91:11 (KJV ไทย) ↩︎
65“จงเข้าประตูของพระองค์ด้วยการโมทนา และเข้าบริเวณพระนิเวศของพระองค์ด้วยการสรรเสริญ จงถวายโมทนาขอบพระคุณพระองค์ จงถวายสาธุการแด่พระนามของพระองค์” เพลงสดุดี 100:4 (KJV ไทย) “อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ” ฟีลิปปี 4:6 (KJV ไทย) ↩︎
66“เราจะไม่ละทิ้งท่านทั้งหลายไว้ให้เปล่าเปลี่ยว เราจะมาหาท่าน” ยอห์น 14:18 (KJV ไทย) “จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าเพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้” เอเฟซัส 6:11 (KJV ไทย) “(เพราะว่าศาสตราวุธแห่งการสงครามของเราไม่เป็นฝ่ายเนื้อหนัง แต่มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่จากพระเจ้าที่จะทลายป้อมอันแข็งแกร่งลงได้)” 2 โครินธ์ 10:4 (KJV ไทย) ↩︎
67“จงเอาความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะและจงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือพระวจนะของพระเจ้า” เอเฟซัส 6:17 (KJV ไทย) ↩︎
68“เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้านั้นมีชีวิต และทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งจิตและวิญญาณ ตลอดข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย” ฮีบรู 4:12 (KJV ไทย) ↩︎
69“พระองค์ผู้มิได้ทรงหวงพระบุตรของพระองค์เอง แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อเราทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้นพระองค์จะไม่ทรงโปรดประทานสิ่งสารพัดให้เราทั้งหลาย ด้วยกันกับพระบุตรนั้นหรือ” โรม 8:32 (KJV ไทย) “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ที่บังเกิดมา เพื่อผู้ใดที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” ยอห์น 3:16 (KJV ไทย) ↩︎
70“แต่จงขอบพระคุณแด่พระเจ้า ผู้ทรงประทานชัยชนะแก่เราทั้งหลายโดยพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” 1 โครินธ์ 15:57 (KJV ไทย) “แต่ว่าในเหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านี้ เรามีชัยเหลือล้นโดยพระองค์ผู้ได้ทรงรักเราทั้งหลาย” โรม 8:37 (KJV ไทย) “ด้วยว่าผู้ใดที่บังเกิดจากพระเจ้า ก็มีชัยชนะต่อโลก และนี่แหละเป็นชัยชนะซึ่งได้มีชัยต่อโลก คือความเชื่อของเราทั้งหลายนี่เอง” 1 ยอห์น 5:4 (KJV ไทย) ↩︎
71“พระองค์ทรงปลดเทพผู้ครองและศักดิเทพเสีย พระองค์ได้ทรงประจานเขาและชนะเขาโดยกางเขนนั้น” โคโลสี 2:15 (KJV ไทย) ↩︎
72“เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือดแต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ” เอเฟซัส 6:12 (KJV ไทย) “ส่วนคนที่ไม่เชื่อนั้น พระของยุคนี้ได้กระทำใจของเขาให้มืดไป…” 2 โครินธ์ 4:4 (KJV ไทย) ↩︎
73“แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายปลอดภัยนั้นตกแก่ท่าน ที่ต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี” อิสยาห์ 53:5 (KJV ไทย) “ในพระเยซูนั้น เราได้รับการไถ่โดยพระโลหิตของพระองค์ คือได้รับการอภัยโทษบาปของเรา โดยพระคุณอันอุดมของพระองค์” เอเฟซัส 1:7 (KJV ไทย) ↩︎
74“เพราะว่าถ้าขณะที่เรายังเป็นศัตรู เราได้กลับคืนดีกับพระเจ้าโดยที่พระบุตรของพระองค์สิ้นพระชนม์ ยิ่งกว่านั้นอีกเมื่อเรากลับคืนดีแล้ว เราก็จะรอดโดยพระชนม์ชีพของพระองค์แน่” โรม 5:10 (KJV ไทย) “และโดยพระองค์นั้นให้สิ่งสารพัดกลับคืนดีกับพระองค์เอง…พระองค์ทรงทำให้มีสันติภาพโดยพระโลหิตแห่งกางเขนของพระองค์” โคโลสี 1:20 (KJV ไทย) ↩︎
75“ความสุขย่อมมีแก่คนนั้นที่สู้ทนการทดลอง เพราะเมื่อปรากฏว่าผู้นั้นทนได้แล้ว เขาจะได้รับมงกุฎแห่งชีวิต ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงสัญญาไว้แก่คนทั้งหลายที่รักพระองค์” ยากอบ 1:12 (KJV ไทย) “…แต่เจ้าจงสัตย์ซื่อจนถึงความตาย และเราจะมอบมงกุฎแห่งชีวิตให้แก่เจ้า” วิวรณ์ 2:10 (KJV ไทย) ↩︎
76“เมื่อพระองค์ พระวิญญาณแห่งความจริงจะเสด็จมาแล้ว พระองค์จะนำท่านทั้งหลายไปสู่ความจริงทั้งมวล…” ยอห์น 16:13 (KJV ไทย) ↩︎
77“บัดนี้ฝ่ายท่านทั้งหลายเป็นกายของพระคริสต์ และต่างก็เป็นอวัยวะของพระกายนั้น” 1 โครินธ์ 12:27 (KJV ไทย) “พระเจ้าได้ทรงปราบสิ่งสารพัดลงไว้ใต้พระบาทของพระคริสต์ และได้ทรงตั้งพระองค์ไว้เป็นประมุขเหนือสิ่งสารพัดแห่งคริสตจักร ซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ คือซึ่งเต็มบริบูรณ์ด้วยพระองค์ ผู้ทรงอยู่เต็มทุกอย่างทุกแห่งหน” เอเฟซัส 1:22–23 (KJV ไทย) ↩︎
78“ฝ่ายเราบอกท่านด้วยว่า ท่านคือเปโตร และบนศิลานี้เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ และประตูแห่งนรกจะมีชัยต่อคริสตจักรนั้นก็หามิได้” มัทธิว 16:18 (KJV ไทย) ↩︎
79“ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ทรงโปรดฟังข้าพระองค์” ยอห์น 11:41 (KJV ไทย) (พระคริสต์ทรงขอบพระคุณก่อนที่ลาซารัสจะถูกทำให้เป็นขึ้นมา) “และนี่คือความมั่นใจที่เรามีต่อพระองค์ คือถ้าเราทูลขอสิ่งใดตามพระประสงค์ของพระองค์ พระองค์ก็ทรงโปรดฟังเรา และถ้าเรารู้ว่า พระองค์ทรงโปรดฟังเรา เมื่อเราทูลขอสิ่งใดๆ เราก็รู้ว่าเราได้รับตามที่เราทูลขอจากพระองค์นั้น” 1 ยอห์น 5:14–15 (KJV ไทย) ↩︎
80“เหตุฉะนั้นเราบอกท่านทั้งหลายว่า ขณะเมื่อท่านจะอธิษฐานขอสิ่งใด จงเชื่อว่าได้รับ และท่านจะได้รับสิ่งนั้น” มาระโก 11:24 (KJV ไทย) “แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะเป็นที่พอพระทัยของพระองค์ก็ไม่ได้เลย เพราะว่าผู้ที่จะมาหาพระเจ้าได้นั้นต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่ปลงใจแสวงหาพระองค์” ฮีบรู 11:6 (KJV ไทย) ↩︎
81“…ถ้าท่านจะขอสิ่งใดจากพระบิดาในนามของเรา พระองค์จะทรงประทานสิ่งนั้นให้แก่ท่าน แม้จนบัดนี้ท่านยังไม่ได้ขอสิ่งใดในนามของเรา จงขอเถิดแล้วจะได้ เพื่อความชื่นชมยินดีของท่านจะมีเต็มเปี่ยม” ยอห์น 16:23–24 (KJV ไทย) “และเมื่อท่านจะกระทำสิ่งใดด้วยวาจาหรือด้วยการประพฤติก็ตาม จงกระทำทุกสิ่งในพระนามของพระเยซูเจ้าและขอบพระคุณพระเจ้าพระบิดาโดยพระองค์นั้น” โคโลสี 3:17 (KJV ไทย) ↩︎
82“แต่ขอท่านทั้งหลายจงเจริญขึ้นในพระคุณ และในความรู้เกี่ยวกับพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเรา สง่าราศีจงมีแด่พระองค์ทั้งในปัจจุบันนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ เอเมน” 2 เปโตร 3:18 (KJV ไทย) ↩︎
83“บรรดาพระสัญญาของพระเจ้าก็เป็นจริงโดยพระเยซู เพราะเหตุนี้เราจึงพูดว่าเอเมนโดยพระองค์ เป็นที่ถวายเกียรติยศแด่พระเจ้า” 2 โครินธ์ 1:20 (KJV ไทย) ↩︎
ข้อพระคัมภีร์ภาษาไทยทั้งหมดในหน้านี้ยกมาจาก พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มา: ebible.org/thaKJV ส่วนที่ละไว้แสดงด้วยจุดไข่ปลา (…)
พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV — The Holy Bible in Thai, translated from the English King James Version
copyright © 2003 Philip Pope
Translation by: Philip Pope
This translation is made available to you under the terms of the Creative Commons Attribution-Noncommercial-No Derivatives license 4.0.