พันธกิจส่วนตัว
บิชอปGarland F. Byers, Jr., J.D., D.D.
บิชอปสำหรับประชาชาติทั้งหลาย ภายใต้พันธกิจแห่งอัครสาวก

“…ถ้าผู้ใดใคร่จะตามเรามา ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกทุกวัน และตามเรามา”ลูกา 9:23 (KJV ไทย)
เป็นธรรมเนียมทั่วไปที่คริสตจักรและบิชอปแต่ละท่าน ตลอดจนองค์กรทางโลก จะแถลงสิ่งที่โลกเรียกว่า “ถ้อยแถลงพันธกิจ” (mission statement) ข้าพเจ้าเชื่อว่าธรรมเนียมนี้ทั้งให้ความรู้และเป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ในบริบทของการรับใช้ ข้าพเจ้าเชื่อว่าการเรียกสิ่งนี้ว่าแถลงการณ์พันธกิจส่วนตัวนั้นเหมาะสมกว่า การเผยแพร่ข่าวประเสริฐและงานแห่งอาณาจักรแห่งสวรรค์แตกต่างอย่างมากจากธุรกิจที่แสวงหากำไร หรือแม้แต่องค์กรที่ไม่แสวงหากำไรในโลก แม้เรานำธรรมเนียมทางโลกบางอย่างมาใช้ในคริสตจักรเพื่อความสะดวก แต่บางสิ่งควรถูกแยกไว้ต่างหาก และด้วยเหตุนั้นจึงควรเป็นสิ่งบริสุทธิ์
บัดนี้ข้าพเจ้าจะแถลงสิ่งที่ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นการทรงเรียกของข้าพเจ้าเองในการรับใช้พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
ก่อนจะกระทำการนี้ ข้าพเจ้าขอประกาศอย่างชัดเจน อย่างกล้าหาญ และโดยไม่ต้องขออภัยผู้ใด ว่าข้าพเจ้าเชื่อในพระเยซูคริสต์ พระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดจากพระเจ้าพระบิดาผู้ทรงสถิตในสวรรค์1 และเชื่อในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ซึ่งพระเยซูคริสต์ทรงส่งมายังเราเมื่อพระองค์เสด็จขึ้นไปประทับ ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า2 ข้าพเจ้าเป็นของพระเยซู พระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งชีวิตของข้าพเจ้า พระองค์ทรงเป็นนายของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าปรนนิบัติพระองค์แต่ผู้เดียว3 ข้าพเจ้าปฏิเสธซาตานและกิจการทั้งสิ้นของมัน4 และข้าพเจ้าถวายสง่าราศี พระเกียรติ และการสรรเสริญแด่พระเจ้าผู้สูงสุด โดยทางพระบุตรของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา5
แถลงการณ์
พันธกิจส่วนตัว
ถึงคริสตจักร พระกายของพระคริสต์ ที่กระจัดกระจายอยู่6ท่ามกลางสิบอาณาจักร7:
1.ข้าพเจ้าเป็นบิชอปในการสืบทอดตำแหน่งอัครสาวก ได้รับการอภิเษกโดยการวางมือ8 ในสายการสืบทอดที่มีหลักฐานและไม่ขาดตอน บิชอปต่อบิชอป9 จนถึงอัครสาวกสี่ท่านในอัครสาวกสิบสองคนดั้งเดิม ถึงอัครสาวกเปาโล และถึงอัครสาวกห้าท่านในเจ็ดสิบคนที่พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเราได้ทรงส่งออกไปด้วยพระองค์เอง10 โดยทุกสายการสืบทอดได้แสดงไว้ในเว็บไซต์นี้ให้สาธารณชนตรวจสอบได้
2.นอกจากการดำรงตำแหน่งบิชอปในคริสตจักรของพระเยซูคริสต์แล้ว11 ข้าพเจ้ายังได้รับการทรงเรียกและการเจิมให้เป็นธรรมาจารย์แห่งอาณาจักรแห่งสวรรค์ ซึ่งพระเยซูได้ตรัสถึงในพระคัมภีร์12 ข้าพเจ้ามีการทรงเรียกโดยเฉพาะให้เขียนหลักคำสอนสำหรับผู้เชื่อคริสเตียนที่สัตย์ซื่อ แทนที่จะเลี้ยงดูคริสตจักร หรือทำกิจการรับใช้อื่นๆ ซึ่งเป็นการเจิมที่ผู้อื่นได้รับไว้13
3.ในการปฏิบัติตำแหน่งบิชอป ข้าพเจ้าใช้ตำแหน่งหน้าที่แห่งลูกกุญแจ ตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้ทรงมอบตำแหน่งหน้าที่นั้นแก่เหล่าอัครสาวกของพระองค์และแก่ผู้สืบทอดของท่านเหล่านั้น14
4.ข้าพเจ้าสั่งสอนหลักคำสอนที่แท้จริง ซึ่งพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเราได้ทรงมอบไว้15 และซึ่งได้ถูกแปลผิด ถูกทำให้เจือจาง ถูกบิดเบือน16 ถูกนำไปซื้อขายอย่างการซื้อขายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (ซีโมนี)17 และถูกทำให้เป็นอาวุธเพื่อใช้อ้างความชอบธรรมในการฆ่า การลักขโมย และการทำลาย ตลอดทุกยุคสมัย18
5.ข้าพเจ้าแก้ไขหลักคำสอนเท็จทุกแห่งที่พบ ทั้งในขณะที่มีโอกาสและไม่มีโอกาส19 และข้าพเจ้าจงรักภักดีต่อพระเยซูคริสต์ พระมหากษัตริย์แห่งมหากษัตริย์ทั้งปวง แต่ผู้เดียว20
6.ข้าพเจ้าชี้ตัวผู้พยากรณ์เท็จ อัครสาวกเทียม และอาจารย์เท็จ21 และข้าพเจ้าเผชิญหน้ากับคำสอนเท็จของพวกเขา โดยต่อว่าพวกเขาให้แรงๆ เพื่อเขาจะได้มีความเชื่ออันถูกต้อง22
7.ในฐานะบิชอปและธรรมาจารย์แห่งอาณาจักร ข้าพเจ้าใช้พระวจนะของพระเจ้าทลายป้อมอันแข็งแกร่งของศัตรู23 ซึ่งบางแห่งปลอมตัวเป็นกิจการของทูตสวรรค์แห่งความสว่าง24 และล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป25
8.ข้าพเจ้าเผยแพร่พระวจนะของพระเจ้าไปยังประชาชาติทั้งปวง ตามพระประสงค์แห่งพระบัญชาอันชัดแจ้งของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา26
9.ข้าพเจ้าไม่ได้รับใช้นิกายใดและไม่ได้สนับสนุนนิกายใด ข้าพเจ้ารับใช้คริสตจักรเดียวของพระเยซูคริสต์ด้วยคำสอนที่ได้ทรงมอบไว้แต่เดิม27 โดยยอมรับคำสอนและธรรมเนียมที่สอดคล้องกับพระวจนะของพระองค์28 และปฏิเสธหลักคำสอนที่มนุษย์สร้างขึ้นว่าเป็นคำสอนของพวกผีปิศาจ29
10.ข้าพเจ้าเรียกร้องและทำงานเพื่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคริสเตียนในพระกายของพระคริสต์30 เพื่อเราจะสามารถยืนหยัดต้านทานความทุกข์ลำบากอันน่าสะพรึงกลัวที่จะมาถึง31 ในวันเวลาแห่งสิบอาณาจักร32 และการครอบครองของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์33
11.ข้าพเจ้าไม่ได้ประกาศข่าวประเสริฐใหม่แก่ท่านทั้งหลาย โดยระลึกถึงถ้อยคำของเปาโลอย่างครบถ้วน: “แต่แม้ว่าเราเองหรือทูตสวรรค์ ถ้าประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่ท่าน ซึ่งขัดกับข่าวประเสริฐที่เราได้ประกาศแก่ท่านไปแล้วก็ให้ผู้นั้นถูกสาปแช่ง ตามที่เราได้พูดไว้ก่อนแล้ว บัดนี้ข้าพเจ้าพูดอีกว่า ถ้าผู้ใดประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่ท่านที่ขัดกับข่าวประเสริฐซึ่งท่านได้รับไว้แล้ว ผู้นั้นจะต้องถูกสาปแช่ง”34
12.ข้าพเจ้ากล่าวแก่ประชาชาติทั้งหลายในฐานะบิชอปที่ได้รับการอภิเษกเพื่อการรับใช้พระคริสต์35 โดยไม่คำนึงถึงเส้นแบ่งระหว่างนิกาย เพราะเส้นแบ่งเหล่านั้นไม่มีอยู่ในสมัยของพระคริสต์36 และได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อการบริหารคริสตจักรให้เป็นระเบียบเรียบร้อย37 เนื่องจากข้าพเจ้าดำรงตำแหน่งบิชอปและไม่ได้เป็นสมาชิกของนิกายใด ข้าพเจ้าจึงยึดพันธกิจดั้งเดิมของพระคริสต์เป็นหลัก คือการประกาศข่าวประเสริฐแก่ประชาชาติทั้งหลาย38 เพื่อทุกคนจะได้มาถึงความรู้ในความจริง และเพื่อความจริงจะได้ทำให้เขาเป็นไท39
หมายเหตุท้ายเรื่อง
ข้อความพระคัมภีร์อ้างจากพระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV พระวจนะของพระคริสต์พร้อมทั้งเครื่องหมายอัญประกาศพิมพ์ด้วยสีแดง ANF = Ante-Nicene Fathers (บรรดาปิตาจารย์ก่อนสังคายนาแห่งไนเซีย); NPNF2 = Nicene and Post-Nicene Fathers, Second Series (บรรดาปิตาจารย์สมัยไนเซียและหลังไนเซีย ชุดที่สอง); Easton = B. S. Easton, The Apostolic Tradition of Hippolytus (1934)
1ยอห์น 3:16 (KJV ไทย) “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ที่บังเกิดมา เพื่อผู้ใดที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” ยอห์น 1:14 (KJV ไทย) “พระวาทะได้ทรงสภาพของเนื้อหนัง และทรงอยู่ท่ามกลางเรา (และเราทั้งหลายได้เห็นสง่าราศีของพระองค์ คือสง่าราศีอันสมกับพระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดจากพระบิดา) บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง” ยอห์น 1:18 (KJV ไทย) “ไม่มีใครเคยเห็นพระเจ้าในเวลาใดเลย พระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดมา ผู้ทรงสถิตในพระทรวงของพระบิดา พระองค์ได้ทรงสำแดงพระเจ้าแล้ว” 1 ยอห์น 4:9 (KJV ไทย) “โดยข้อนี้ความรักของพระเจ้าที่มีต่อเราทั้งหลายก็เป็นที่ประจักษ์แล้ว เพราะว่าพระเจ้าทรงใช้พระบุตรองค์เดียวของพระองค์ที่บังเกิดมาให้เสด็จเข้ามาในโลก เพื่อเราทั้งหลายจะได้ดำรงชีวิตโดยพระบุตรนั้น” ↩︎
2ยอห์น 16:7 (KJV ไทย) “อย่างไรก็ตามเราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลาย คือการที่เราจากไปนั้นก็เพื่อประโยชน์ของท่าน เพราะถ้าเราไม่ไป พระองค์ผู้ปลอบประโลมใจก็จะไม่เสด็จมาหาท่าน แต่ถ้าเราไปแล้ว เราก็จะใช้พระองค์มาหาท่าน” ยอห์น 14:26 (KJV ไทย) “แต่พระองค์ผู้ปลอบประโลมใจนั้นคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ซึ่งพระบิดาจะทรงใช้มาในนามของเรา พระองค์นั้นจะทรงสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่ง และจะให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราได้กล่าวไว้แก่ท่านแล้ว” ยอห์น 15:26 (KJV ไทย) “แต่เมื่อพระองค์ผู้ปลอบประโลมใจที่เราจะใช้มาจากพระบิดามาหาท่านทั้งหลาย คือพระวิญญาณแห่งความจริง ผู้ทรงมาจากพระบิดานั้นได้เสด็จมาแล้ว พระองค์นั้นจะทรงเป็นพยานถึงเรา” มาระโก 16:19 (KJV ไทย) “ครั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสสั่งเขาแล้ว พระองค์ทรงถูกรับขึ้นไปในสวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า” กิจการ 1:9 (KJV ไทย) “เมื่อพระองค์ตรัสเช่นนั้นแล้ว ในขณะที่เขาทั้งหลายกำลังพินิจดู พระองค์ก็ถูกรับขึ้นไป และมีเมฆคลุมพระองค์ให้พ้นสายตาของเขา” กิจการ 2:33 (KJV ไทย) “เหตุฉะนั้นเมื่อพระหัตถ์เบื้องขวาของพระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์ขึ้น และครั้นพระองค์ได้ทรงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์จากพระบิดาตามพระสัญญา พระองค์ได้ทรงเทฤทธิ์เดชนี้ลงมา ดังที่ท่านทั้งหลายได้ยินและเห็นแล้ว” ฮีบรู 1:3 (KJV ไทย) “พระบุตรทรงเป็นแสงสะท้อนสง่าราศีของพระเจ้า และทรงมีสภาวะเป็นพิมพ์เดียวกันกับพระองค์ และทรงผดุงสรรพสิ่งไว้โดยพระดำรัสอันทรงฤทธิ์ของพระองค์ เมื่อพระบุตรได้ทรงชำระบาปของเราด้วยพระองค์เองแล้ว ก็ได้ทรงประทับนั่ง ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของผู้ทรงเดชานุภาพเบื้องบน” ↩︎
3มัทธิว 4:10 (KJV ไทย) “…จงนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่าน และปรนนิบัติพระองค์แต่ผู้เดียว” ยอห์น 13:13 (KJV ไทย) “ท่านทั้งหลายเรียกเราว่า พระอาจารย์และองค์พระผู้เป็นเจ้า ท่านเรียกถูกแล้ว เพราะเราเป็นเช่นนั้น” มัทธิว 6:24 (KJV ไทย) “ไม่มีผู้ใดปรนนิบัตินายสองนายได้ เพราะเขาจะชังนายข้างหนึ่งและจะรักนายอีกข้างหนึ่ง หรือเขาจะนับถือนายฝ่ายหนึ่งและจะดูหมิ่นนายอีกฝ่ายหนึ่ง ท่านจะปรนนิบัติพระเจ้าและเงินทองพร้อมกันไม่ได้” โรม 14:8 (KJV ไทย) “ถ้าเรามีชีวิตอยู่ก็มีชีวิตอยู่เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และถ้าเราตายก็ตายเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า เหตุฉะนั้นไม่ว่าเรามีชีวิตอยู่หรือตายไปก็ตาม เราก็เป็นคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า” 1 โครินธ์ 6:19–20 (KJV ไทย) “ท่านไม่รู้หรือว่า ร่างกายของท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งสถิตอยู่ในท่าน ซึ่งท่านได้รับจากพระเจ้า ท่านไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง พระเจ้าได้ทรงซื้อท่านไว้แล้วตามราคา เหตุฉะนั้นท่านจงถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าด้วยร่างกายของท่าน และด้วยจิตวิญญาณของท่าน ซึ่งเป็นของพระเจ้า” มรณสักขีของโพลีคาร์ป 9 (ANF 1): “ข้าพเจ้าได้ปรนนิบัติพระองค์มาแปดสิบหกปีแล้ว และพระองค์ไม่เคยทรงทำร้ายข้าพเจ้าเลย แล้วข้าพเจ้าจะหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์และพระผู้ช่วยให้รอดของข้าพเจ้าได้อย่างไร?” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ↩︎
41 ยอห์น 3:8 (KJV ไทย) “…พระบุตรของพระเจ้าได้เสด็จมาปรากฏก็เพราะเหตุนี้ คือเพื่อทรงทำลายกิจการของพญามารเสีย” ยากอบ 4:7 (KJV ไทย) “เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงยอมน้อมกายต่อพระเจ้า จงต่อสู้กับพญามาร และมันจะหนีไปจากท่าน” เอเฟซัส 6:11 (KJV ไทย) “จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าเพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้” ฮิปโปลิทัส, ธรรมประเพณีของอัครสาวก 21 (Easton): “ข้าพเจ้าขอปฏิเสธเจ้า ซาตาน และบรรดาผู้รับใช้ของเจ้า และกิจการทั้งสิ้นของเจ้า” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ Easton) เทอร์ทูลเลียน, De Spectaculis 4 (ANF 3): “เราเป็นพยานต่อหน้าสาธารณชนว่าเราได้ปฏิเสธมาร ความโอ่อ่าของมัน และทูตทั้งหลายของมันแล้ว” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 3) ซีริลแห่งเยรูซาเล็ม, คำบรรยายคำสอนคริสตศาสนา 19 (ว่าด้วยธรรมล้ำลึก 1), 4–8 (NPNF2 7): “…ท่านได้รับคำสั่งให้กล่าว โดยเหยียดแขนออกไปทางมันเสมือนว่ามันอยู่ตรงหน้า ว่า ‘ข้าพเจ้าขอปฏิเสธเจ้า ซาตาน’ … แล้วในประโยคที่สอง ท่านได้รับการสอนให้กล่าวว่า ‘และกิจการทั้งสิ้นของเจ้า’” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 7) ↩︎
5วิวรณ์ 5:13 (KJV ไทย) “…ขอให้คำสดุดีและเกียรติ และสง่าราศีและฤทธิ์เดช จงมีแด่พระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่ง และแด่พระเมษโปดกตลอดไปเป็นนิตย์” 1 ทิโมธี 1:17 (KJV ไทย) “บัดนี้ พระเกียรติและสง่าราศีจงมีแด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระเจริญอยู่นิรันดร์ ผู้ทรงเป็นองค์อมตะ ซึ่งมิได้ปรากฏแก่ตา พระเจ้าผู้ทรงพระปัญญาแต่พระองค์เดียว สืบๆไปเป็นนิตย์ เอเมน” ยูดาส 25 (KJV ไทย) “สง่าราศี พระอานุภาพ การครอบครอง และศักดานุภาพจงมีแด่พระเจ้าผู้ทรงพระปัญญาแต่เพียงพระองค์เดียว พระผู้ช่วยให้รอดของเรา ทั้งปัจจุบันกาล และในกาลต่อๆไปเป็นนิตย์ เอเมน” โรม 16:27 (KJV ไทย) “โดยพระเยซูคริสต์ ขอสง่าราศีมีแด่พระเจ้าผู้ทรงสัพพัญญูแต่องค์เดียว สืบๆไปเป็นนิตย์ เอเมน [เขียนถึงชาวโรมจากเมืองโครินธ์ และส่งโดยเฟบี ผู้เป็นผู้รับใช้ในคริสตจักรที่อยู่เมืองเคนเครีย]” “พระเจ้าผู้สูงสุด”: ปฐมกาล 14:18–20 (KJV ไทย) “เมลคีเซเดคกษัตริย์เมืองซาเล็มได้นำขนมปังและน้ำองุ่นมาให้ และท่านก็เป็นปุโรหิตของพระเจ้าผู้สูงสุด ท่านก็อวยพรแก่อับรามว่า “ขอให้พระเจ้าผู้สูงสุดผู้ทรงเป็นเจ้าของฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกโปรดให้อับรามได้รับพรเถิด และจงสรรเสริญแด่พระเจ้าผู้สูงสุดผู้ได้ทรงมอบศัตรูทั้งหลายของเจ้าไว้ในมือของเจ้า” และอับรามก็ยกหนึ่งในสิบจากข้าวของทั้งหมดถวายแก่ท่าน” มาระโก 5:7 (KJV ไทย) “แล้วร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่พระเยซูพระบุตรของพระเจ้าสูงสุด ข้าพระองค์เกี่ยวข้องอะไรกับท่านเล่า ข้าพระองค์ขอให้พระองค์ปฏิญาณในพระนามของพระเจ้าว่า จะไม่ทรมานข้าพระองค์”” ลูกา 8:28 (KJV ไทย) “ครั้นเห็นพระเยซูเขาก็โห่ร้อง และกราบลงตรงพระพักตร์พระองค์ ร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่พระเยซูบุตรของพระเจ้าสูงสุด ข้าพระองค์เกี่ยวข้องอะไรกับท่านเล่า ขอพระองค์อย่าทรมานข้าพระองค์”” กิจการ 16:17 (KJV ไทย) “หญิงนั้นตามเปาโลกับพวกเราไปร้องว่า “คนเหล่านี้เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าผู้สูงสุด มากล่าวประกาศทางรอดแก่เราทั้งหลาย”” ↩︎
6ยากอบ 1:1 (KJV ไทย) “…คำนับพงศ์พันธุ์สิบสองตระกูลที่กระจัดกระจายอยู่นั้น” 1 เปโตร 1:1 (KJV ไทย) “…พวกที่กระจัดกระจายไปอยู่ในแคว้นปอนทัส แคว้นกาลาเทีย แคว้นคัปปาโดเซีย แคว้นเอเชีย และแคว้นบิธีเนีย…” ยอห์น 11:52 (KJV ไทย) “…เพื่อจะรวบรวมบุตรทั้งหลายของพระเจ้าที่กระจัดกระจายไปนั้น ให้เข้าเป็นพวกเดียวกัน” ยอห์น 10:16 (KJV ไทย) “แกะอื่นซึ่งมิได้เป็นของคอกนี้เราก็มีอยู่ แกะเหล่านั้นเราก็ต้องพามาด้วย และแกะเหล่านั้นจะฟังเสียงของเรา แล้วจะรวมเป็นฝูงเดียว และมีผู้เลี้ยงเพียงผู้เดียว” กิจการ 8:4 (KJV ไทย) “ฉะนั้นฝ่ายศิษย์ทั้งหลายซึ่งกระจัดกระจายไปก็เที่ยวประกาศพระวจนะนั้น” ↩︎
7ดาเนียล 2:41–44 (KJV ไทย) “ดั่งที่พระองค์ทอดพระเนตรเท้าและนิ้วเท้า เท้าเป็นดินช่างหม้อบ้างเหล็กบ้าง จะเป็นราชอาณาจักรประสม แต่ความแข็งแกร่งของเหล็กจะยังอยู่ในนั้นบ้าง ดังที่พระองค์ทอดพระเนตรเหล็กปนดินเหนียว และนิ้วเท้าเป็นเหล็กปนดินฉันใด ราชอาณาจักรนั้นจึงแข็งแรงบ้างเปราะบ้างฉันนั้น ดังที่พระองค์ทอดพระเนตรเหล็กปนดินเหนียว ราชอาณาจักรจะปนกันด้วยเชื้อสายของมนุษย์ แต่จะไม่ยึดกันแน่นไว้ได้อย่างเดียวกับที่เหล็กไม่ประสมเข้ากับดิน และในสมัยของกษัตริย์เหล่านั้น พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์จะทรงสถาปนาราชอาณาจักรหนึ่ง ซึ่งไม่มีวันทำลายเสียได้ หรือราชอาณาจักรนั้นจะไม่ตกไปแก่ชนชาติอื่น ราชอาณาจักรนั้นจะกระทำให้บรรดาราชอาณาจักรเหล่านี้แตกเป็นชิ้นๆถึงอวสาน และราชอาณาจักรนั้นจะตั้งมั่นอยู่เป็นนิตย์” ดาเนียล 7:7 (KJV ไทย) “ต่อจากนี้ไปข้าพเจ้าได้เห็นในนิมิตกลางคืน และดูเถิด สัตว์ที่สี่มันร้ายกาจและเป็นที่น่ากลัวและแข็งแรงยิ่งนัก มันมีฟันเหล็กมหึมา มันกินและหักเป็นชิ้นๆ และกระทืบสิ่งที่เหลือนั้นเสีย มันต่างกับสัตว์อื่นทั้งหลายที่อยู่ก่อนมัน มันมีเขาสิบเขา” ดาเนียล 7:20 (KJV ไทย) “และเกี่ยวกับเขาสิบเขาซึ่งอยู่บนหัวของมัน และเขาอีกเขาหนึ่งซึ่งงอกขึ้นมาต่อหน้าเขารุ่นแรกสามเขาที่หลุดไป เขาซึ่งมีตาและมีปากซึ่งพูดสิ่งใหญ่โต และซึ่งดูเหมือนจะใหญ่โตกว่าเพื่อนเขาด้วยกัน” ดาเนียล 7:24 (KJV ไทย) “ส่วนเรื่องเขาสิบเขานั้นจากราชอาณาจักรนี้จะมีกษัตริย์สิบพระองค์เกิดขึ้น…” วิวรณ์ 12:3 (KJV ไทย) “และมีการมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งปรากฏในสวรรค์ ดูเถิด มีพญานาคใหญ่สีแดงตัวหนึ่ง มีเจ็ดหัวและมีสิบเขา และที่หัวเหล่านั้นมีมงกุฎเจ็ดอัน” วิวรณ์ 13:1 (KJV ไทย) “และข้าพเจ้าได้ยืนอยู่ที่หาดทรายชายทะเล และเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากทะเล มันมีเจ็ดหัวและสิบเขา ที่เขาทั้งสิบนั้นมีมงกุฎสิบอัน และมีชื่อที่เป็นคำหมิ่นประมาทจารึกไว้ที่หัวทั้งหลายของมัน” วิวรณ์ 17:3 (KJV ไทย) “ทูตสวรรค์องค์นั้นได้นำข้าพเจ้าเข้าไปในถิ่นทุรกันดารโดยพระวิญญาณ และข้าพเจ้าได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนสัตว์ร้ายสีแดงเข้มตัวหนึ่ง ซึ่งมีชื่อหลายชื่อเป็นคำหมิ่นประมาทเต็มไปทั้งตัว มันมีเจ็ดหัวและสิบเขา” วิวรณ์ 17:7 (KJV ไทย) “ทูตสวรรค์องค์นั้นจึงถามข้าพเจ้าว่า “เหตุไฉนท่านจึงอัศจรรย์ใจ ข้าพเจ้าจะบอกให้ท่านรู้ถึงความลึกลับของหญิงนั้น และของสัตว์ร้ายที่มีเจ็ดหัวและสิบเขาที่เป็นพาหนะของหญิงนั้น” วิวรณ์ 17:12 (KJV ไทย) “เขาทั้งสิบเขาที่ท่านได้เห็นนั้นคือกษัตริย์สิบองค์ที่ยังไม่ได้เสวยราชสมบัติ แต่จะรับอำนาจอย่างกษัตริย์ด้วยกันกับสัตว์ร้ายนั้นหนึ่งชั่วโมง” วิวรณ์ 17:13 (KJV ไทย) “กษัตริย์ทั้งหลายนั้นมีน้ำพระทัยอย่างเดียวกัน และทรงมอบฤทธิ์และอำนาจของตนไว้แก่สัตว์ร้ายนั้น” วิวรณ์ 17:16–17 (KJV ไทย) “เขาสิบเขาที่ท่านได้เห็นอยู่บนสัตว์ร้าย จะพากันเกลียดชังหญิงแพศยานั้น จะกระทำให้นางโดดเดี่ยวอ้างว้างและเปลือยกาย และจะกินเนื้อของหญิงนั้น และเผานางเสียด้วยไฟ เพราะว่าพระเจ้าทรงดลใจเขาให้กระทำตามพระทัยของพระองค์ โดยการทรงทำให้พวกเขามีความคิดอย่างเดียวกัน และมอบอาณาจักรของเขาให้แก่สัตว์ร้ายนั้น จนถึงจะสำเร็จตามพระวจนะของพระเจ้า” อีเรเนอัส, ต่อต้านลัทธินอกรีต V.26.1 (ANF 1): “กษัตริย์สิบองค์ซึ่งจะเกิดขึ้นในเวลานั้น ผู้ซึ่งจักรวรรดิที่ปกครอง [แผ่นดินโลก] อยู่ในขณะนี้จะถูกแบ่งสรรในหมู่พวกเขา” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ฮิปโปลิทัส, ว่าด้วยพระคริสต์และปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ 25, 27–28 (ANF 5): “เขาสิบเขาของสัตว์ตัวที่สี่กระจายไปเป็นสิบอาณาจักร” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 5) แลกแทนทิอุส, หลักคำสอนศักดิ์สิทธิ์ VII.16 (ANF 7): “จนกว่ากษัตริย์สิบองค์จะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ผู้ซึ่งจะแบ่งโลก ไม่ใช่เพื่อปกครอง แต่เพื่อกลืนกินโลกนั้น” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 7) จดหมายของบารนาบัส 4 (ANF 1): “สิบอาณาจักรจะครอบครองบนแผ่นดินโลก และกษัตริย์เล็กองค์หนึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากพวกเขา ผู้ซึ่งจะปราบกษัตริย์สามองค์ให้อยู่ใต้อำนาจในคราวเดียว” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ↩︎
81 ทิโมธี 4:14 (KJV ไทย) “อย่าละเลยของประทานที่มีอยู่ในตัวท่าน ซึ่งได้ทรงประทานแก่ท่านตามคำพยากรณ์ เมื่อคณะเพรสไบเตรีได้เอามือวางบนท่าน” 2 ทิโมธี 1:6 (KJV ไทย) “เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงสะกิดใจท่านให้ใช้ของประทานของพระเจ้าที่มีอยู่ในท่าน โดยการวางมือของข้าพเจ้านั้นให้รุ่งเรืองขึ้น” 1 ทิโมธี 5:22 (KJV ไทย) “อย่าด่วนวางมือเจิมผู้ใด และอย่ามีส่วนร่วมในการกระทำบาปของผู้อื่นเลย จงรักษาตัวให้บริสุทธิ์” กิจการ 6:6 (KJV ไทย) “คนทั้งเจ็ดนี้เขาให้มาอยู่ต่อหน้าพวกอัครสาวก และเมื่อพวกอัครสาวกได้อธิษฐานแล้ว จึงได้วางมือบนเขา” กิจการ 13:3 (KJV ไทย) “เมื่อถืออดอาหารและอธิษฐาน และวางมือบนบารนาบัสกับเซาโลแล้ว เขาก็ใช้ท่านไป” กิจการ 14:23 (KJV ไทย) “เมื่อท่านทั้งสองได้เลือกตั้งผู้ปกครองสาวกไว้ทุกคริสตจักร และได้อธิษฐานและถืออดอาหารฝากสาวกไว้กับองค์พระผู้เป็นเจ้าที่เขาเชื่อถือนั้น” ทิตัส 1:5 (KJV ไทย) “…ตั้งผู้ปกครองไว้ทุกเมืองตามที่ข้าพเจ้าได้กำชับท่านแล้ว…” ฮิปโปลิทัส, ธรรมประเพณีของอัครสาวก 2 (Easton): “บรรดาบิชอปจะวางมือบนผู้นั้น และคณะผู้ปกครองจะยืนอยู่ด้วยอย่างเงียบๆ” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ Easton) ↩︎
91 เคลเมนต์ 42 (ANF 1): “ท่านเหล่านั้นได้แต่งตั้งผลแรก [แห่งการตรากตรำของท่าน] โดยได้พิสูจน์พวกเขาด้วยพระวิญญาณก่อน ให้เป็นบิชอปและผู้ช่วยศาสนาจารย์ของผู้ที่จะเชื่อต่อมาภายหลัง” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) 1 เคลเมนต์ 44: “ท่านเหล่านั้นได้แต่งตั้ง [ผู้รับใช้] ที่กล่าวถึงแล้วนั้น และต่อมาได้ให้คำสั่งไว้ว่า เมื่อคนเหล่านี้ล่วงหลับไป ก็ให้คนอื่นที่ได้รับการรับรองแล้วสืบทอดการรับใช้ของพวกเขา” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) อีเรเนอัส, ต่อต้านลัทธินอกรีต III.3.1 (ANF 1): “เราอยู่ในฐานะที่จะนับรายชื่อผู้ที่อัครสาวกทั้งหลายได้แต่งตั้งให้เป็นบิชอปในคริสตจักรทั้งหลาย และ [แสดงให้เห็น] การสืบทอดของคนเหล่านี้จนถึงสมัยของเราเอง” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) III.3.3: “ฉะนั้น อัครสาวกผู้ได้รับพระพรทั้งหลาย เมื่อได้วางรากฐานและก่อสร้างคริสตจักรขึ้นแล้ว ก็ได้มอบตำแหน่งบิชอปไว้ในมือของลีนัส” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) เทอร์ทูลเลียน, ข้อโต้แย้งต่อพวกนอกรีต 32 (ANF 3): “ให้พวกเขาคลี่ม้วนรายนามบิชอปของพวกเขาออก ซึ่งสืบทอดลงมาตามลำดับอันถูกต้องตั้งแต่เริ่มแรก” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 3) ยูเซบิอัส, ประวัติศาสตร์คริสตจักร III.4 (ลีนัส) (NPNF2 1): “…ลีนัส ผู้ซึ่งท่านกล่าวถึงในจดหมายฉบับที่สองถึงทิโมธีว่าเป็นเพื่อนร่วมงานของท่านที่กรุงโรม เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งบิชอปของคริสตจักรที่นั่นต่อจากเปโตร ดังที่ได้แสดงไว้แล้ว” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 1) III.22 (เอโวดิอัส): “ในเวลานั้นอิกเนเชียสเป็นที่รู้จักว่าเป็นบิชอปองค์ที่สองแห่งอันทิโอก โดยเอโวดิอัสเป็นองค์แรก” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 1) III.36 (อิกเนเชียส): “…อิกเนเชียส ผู้ซึ่งได้รับเลือกเป็นบิชอปแห่งอันทิโอก เป็นลำดับที่สองในการสืบทอดต่อจากเปโตร และชื่อเสียงของท่านยังคงได้รับการยกย่องจากคนเป็นอันมาก” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 1) ซีเปรียน, จดหมาย 26.1 (ANF 5; Oxford 33): “คริสตจักรตั้งอยู่บนบรรดาบิชอป และทุกการกระทำของคริสตจักรอยู่ในการควบคุมของผู้ปกครองเหล่านี้” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 5) ↩︎
10มัทธิว 10:1–4 (KJV ไทย) “เมื่อพระองค์ทรงเรียกสาวกสิบสองคนของพระองค์มาแล้ว พระองค์ก็ประทานอำนาจให้เขาขับผีโสโครกออกได้ และให้รักษาโรคและความเจ็บไข้ทุกอย่างให้หายได้ อัครสาวกสิบสองคนนั้นมีชื่อดังนี้ คนแรกชื่อซีโมนที่เรียกว่าเปโตร กับอันดรูว์น้องชายของเขา ยากอบบุตรชายเศเบดี กับยอห์นน้องชายของเขา ฟีลิปและบารโธโลมิว โธมัสและมัทธิวคนเก็บภาษี ยากอบบุตรชายอัลเฟอัส และเลบเบอัสผู้ที่มีชื่ออีกว่าธัดเดอัส ซีโมนชาวคานาอันและยูดาสอิสคาริโอทผู้ที่ได้ทรยศพระองค์นั้น” ลูกา 6:13 (KJV ไทย) “ครั้นรุ่งเช้าแล้วพระองค์ทรงเรียกสาวกของพระองค์ แล้วทรงเลือกสิบสองคนออกจากหมู่สาวกนั้น ที่พระองค์ทรงเรียกว่า อัครสาวก” (อัครสาวกสิบสองคน) กาลาเทีย 1:1 (KJV ไทย) “เปาโล ผู้เป็นอัครสาวก (มิใช่มนุษย์แต่งตั้ง หรือมนุษย์เป็นตัวแทนแต่งตั้ง แต่พระเยซูคริสต์และพระเจ้าพระบิดา ผู้ได้ทรงโปรดให้พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตายได้ทรงแต่งตั้ง)” กิจการ 9:15 (KJV ไทย) “ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับท่านว่า “จงไปเถิด เพราะว่าคนนั้นเป็นภาชนะที่เราได้เลือกสรรไว้ สำหรับจะนำนามของเราไปยังประชาชาติ กษัตริย์และชนชาติอิสราเอล” กาลาเทีย 2:9 (KJV ไทย) “เมื่อยากอบ เคฟาสและยอห์น ผู้ที่เขานับถือว่าเป็นหลักได้เห็นพระคุณซึ่งประทานแก่ข้าพเจ้าแล้ว ก็ได้จับมือขวาของข้าพเจ้ากับบารนาบัสแสดงว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน เพื่อให้เราไปหาคนต่างชาติ และท่านเหล่านั้นจะไปหาพวกที่ถือพิธีเข้าสุหนัต” (เปาโล) ลูกา 10:1 (KJV ไทย) “ภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตั้งสาวกอื่นอีกเจ็ดสิบคนไว้และใช้เขาออกไปทีละสองคนๆ ให้ล่วงหน้าพระองค์ไปก่อน ให้เข้าไปทุกเมืองและทุกตำบลที่พระองค์จะเสด็จไปนั้น” ลูกา 10:16 (KJV ไทย) “ผู้ที่ฟังท่านทั้งหลายก็ได้ฟังเรา ผู้ที่เกลียดชังท่านทั้งหลายก็เกลียดชังเรา ผู้ที่เกลียดชังเราก็เกลียดชังผู้ที่ทรงใช้เรามา”” ยูเซบิอัส, ประวัติศาสตร์คริสตจักร I.12 (NPNF2 1) ว่าด้วยสาวกเจ็ดสิบคน: “มีผู้กล่าวว่าธัดเดอัสก็เป็นคนหนึ่งในพวกเขาด้วย…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 1) ↩︎
111 ทิโมธี 3:1 (KJV ไทย) “คำนี้เป็นคำจริง คือว่าถ้าชายคนใดปรารถนาหน้าที่ศิษยาภิบาล คนนั้นก็ปรารถนากิจการงานที่ประเสริฐ” 1 ทิโมธี 3:2–7 (KJV ไทย) “ศิษยาภิบาลนั้นจึงต้องเป็นคนที่ไม่มีใครติได้ เป็นสามีของหญิงคนเดียว เป็นคนรอบคอบ เป็นคนรู้จักประมาณตน เป็นคนมีความประพฤติดี มีอัชฌาสัยรับแขกดี เหมาะที่จะเป็นครู ไม่ดื่มเหล้าองุ่น ไม่เป็นนักเลง ไม่เป็นคนโลภมักได้ แต่เป็นคนสุภาพ ไม่เป็นคนชอบวิวาท ไม่เป็นคนเห็นแก่เงิน ต้องเป็นคนครอบครองบ้านเรือนของตนได้ดี บังคับบัญชาบุตรทั้งหลายของตนด้วยความสง่าผ่าเผยทุกอย่าง (เพราะว่าถ้าชายคนใดไม่รู้จักครอบครองบ้านเรือนของตน คนนั้นจะดูแลคริสตจักรของพระเจ้าอย่างไรได้) อย่าให้ผู้ที่กลับใจใหม่ๆเป็นศิษยาภิบาล เกรงว่าเขาอาจจะเย่อหยิ่ง และก็จะถูกปรับโทษเหมือนอย่างพญามาร นอกนั้นเขาจะต้องมีชื่อเสียงดีในคนภายนอก เกรงว่าเขาจะเป็นที่ติเตียน และจะติดบ่วงแร้วของพญามาร” ทิตัส 1:7–9 (KJV ไทย) “เพราะว่าศิษยาภิบาลนั้น ในฐานะที่เป็นผู้รับมอบฉันทะจากพระเจ้า ต้องเป็นคนที่ไม่มีข้อตำหนิ ไม่เป็นคนเย่อหยิ่ง ไม่เป็นคนเลือดร้อน ไม่เป็นนักเลงสุรา ไม่เป็นนักเลงหัวไม้ และไม่เป็นคนโลภมักได้ แต่เป็นคนมีอัชฌาสัยรับแขกดี เป็นผู้รักคนดี เป็นคนมีสติสัมปชัญญะ เป็นคนชอบธรรม เป็นคนบริสุทธิ์ รู้จักบังคับใจตนเอง และเป็นคนยึดมั่นในหลักคำสอนอันสัตย์ซื่อตามที่ได้เรียนมาแล้ว เพื่อเขาจะสามารถเตือนสติด้วยคำสอนอันถูกต้อง และชี้แจงแก่ผู้ที่คัดค้านคำสอนนั้น” กิจการ 20:28 (KJV ไทย) “เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงระวังตัวให้ดี และจงรักษาฝูงแกะที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงตั้งท่านไว้ให้เป็นผู้ดูแล และเพื่อจะได้บำรุงเลี้ยงคริสตจักรของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงไถ่ด้วยพระโลหิตของพระองค์เอง” ฟีลิปปี 1:1 (KJV ไทย) “เปาโลและทิโมธี ผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์ เรียน บรรดาวิสุทธิชนในพระเยซูคริสต์ ซึ่งอยู่ในเมืองฟีลิปปี ทั้งบรรดาศิษยาภิบาลและผู้ช่วย” 1 เปโตร 5:1–4 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าจึงตักเตือนบรรดาผู้ปกครองในพวกท่านทั้งหลาย ในฐานะที่ข้าพเจ้าก็เป็นผู้ปกครองคนหนึ่งเช่นกัน และเป็นพยานถึงความทุกข์ทรมานของพระคริสต์ และมีส่วนที่จะรับสง่าราศีอันจะมาปรากฏภายหลังด้วย จงเลี้ยงฝูงแกะของพระเจ้าที่อยู่กับท่าน จงเอาใจใส่ดูแล ไม่ใช่ด้วยความฝืนใจ แต่ด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่ด้วยการเห็นแก่ทรัพย์สิ่งของอันเป็นมลทิน แต่ด้วยใจพร้อม และไม่ใช่เหมือนเป็นเจ้านายที่ข่มขี่ผู้สืบทอดของพระเจ้า แต่เป็นแบบอย่างแก่ฝูงแกะนั้น และเมื่อพระผู้เลี้ยงใหญ่จะเสด็จมาปรากฏ ท่านทั้งหลายจะรับมงกุฎแห่งสง่าราศีที่ร่วงโรยไม่ได้เลย” อิกเนเชียส, ถึงชาวเอเฟซัส 6 (ANF 1): “เราควรมองดูบิชอปเหมือนดังที่เรามองดูองค์พระผู้เป็นเจ้าเอง” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ถึงชาวแมกนีเซีย 6: “บิชอปของท่านเป็นประธานในที่ของพระเจ้า และผู้ปกครองของท่านอยู่ในที่ของที่ประชุมแห่งอัครสาวกทั้งหลาย” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ถึงชาวทรัลเลส 3: “ในทำนองเดียวกัน ให้ทุกคนเคารพผู้ช่วยศาสนาจารย์ในฐานะผู้ที่พระเยซูคริสต์ทรงแต่งตั้ง และเคารพบิชอปเหมือนพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นพระบุตรของพระบิดา และเคารพผู้ปกครองเหมือนสภาซันเฮดรินของพระเจ้าและที่ประชุมแห่งอัครสาวกทั้งหลาย นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้วก็ไม่มีคริสตจักร” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ถึงชาวสเมอร์นา 8: “บิชอปปรากฏอยู่ที่ใด ก็ให้มวลชน [แห่งประชาชน] อยู่ที่นั่นด้วย เช่นเดียวกับที่พระเยซูคริสต์ประทับอยู่ที่ใด คริสตจักรคาทอลิกก็อยู่ที่นั่น” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ↩︎
12มัทธิว 13:52 (KJV ไทย) “ฝ่ายพระองค์ตรัสกับเขาว่า “เพราะฉะนั้นพวกธรรมาจารย์ทุกคนที่ได้รับการสั่งสอนถึงอาณาจักรแห่งสวรรค์แล้ว ก็เป็นเหมือนเจ้าของบ้านที่เอาทั้งของใหม่และของเก่าออกจากคลังของตน”” มัทธิว 23:34 (KJV ไทย) “เหตุฉะนั้น ดูเถิด เราใช้พวกศาสดาพยากรณ์ พวกนักปราชญ์ และพวกธรรมาจารย์ต่างๆไปหาพวกเจ้า…” เอสรา 7:6 (KJV ไทย) “เอสราคนนี้ได้ขึ้นไปจากบาบิโลน ท่านเป็นธรรมาจารย์ชำนาญในเรื่องพระราชบัญญัติของโมเสส ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลประทานให้ และกษัตริย์ประทานทุกอย่างที่ท่านทูลขอ เพราะว่าพระหัตถ์ของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านอยู่กับท่าน” เอสรา 7:10 (KJV ไทย) “เพราะเอสราได้ตั้งใจของท่านที่จะแสวงหาพระราชบัญญัติของพระเยโฮวาห์ และกระทำตาม และสอนกฎเกณฑ์และคำตัดสินต่างๆในอิสราเอล” ฮาบากุก 2:2 (KJV ไทย) “และพระเยโฮวาห์ตรัสตอบข้าพเจ้าว่า “จงเขียนนิมิตนั้นลงไป จงเขียนไว้บนแผ่นป้ายให้กระจ่าง เพื่อให้คนที่วิ่งอ่านได้คล่อง” เยเรมีย์ 30:2 (KJV ไทย) ““พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า จงเขียนถ้อยคำทั้งสิ้นที่เราได้บอกแก่เจ้าไว้ในหนังสือม้วนหนึ่ง” วิวรณ์ 1:11 (KJV ไทย) “ตรัสว่า “เราเป็นอัลฟาและโอเมกา เป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย และสิ่งซึ่งท่านได้เห็นจงเขียนไว้ในหนังสือ และฝากไปให้คริสตจักรทั้งเจ็ดที่อยู่ในแคว้นเอเชีย คือคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส เมืองสเมอร์นา เมืองเปอร์กามัม เมืองธิยาทิรา เมืองซาร์ดิส เมืองฟีลาเดลเฟีย และเมืองเลาดีเซีย”” วิวรณ์ 1:19 (KJV ไทย) “จงเขียนเหตุการณ์ซึ่งเจ้าได้เห็น และเหตุการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้ กับทั้งเหตุการณ์ซึ่งจะเกิดขึ้นในภายหน้าด้วย” ↩︎
13เอเฟซัส 4:11 (KJV ไทย) “พระองค์จึงให้บางคนเป็นอัครสาวก บางคนเป็นศาสดาพยากรณ์ บางคนเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐ บางคนเป็นศิษยาภิบาล และอาจารย์” โรม 12:4–8 (KJV ไทย) “เพราะว่าในร่างกายอันเดียวนั้นเรามีอวัยวะหลายอย่าง และอวัยวะนั้นๆมิได้มีหน้าที่เหมือนกันฉันใด พวกเราผู้เป็นหลายคนยังเป็นกายอันเดียวในพระคริสต์ และเป็นอวัยวะแก่กันและกันฉันนั้น และเราทุกคนมีของประทานที่ต่างกันตามพระคุณที่ได้ทรงประทานให้แก่เรา คือถ้าเป็นการพยากรณ์ ก็จงพยากรณ์ตามกำลังของความเชื่อ ถ้าเป็นการปรนนิบัติก็จงปรนนิบัติ ถ้าเป็นการสั่งสอนก็จงสั่งสอน ถ้าเป็นการเตือนสติก็จงเตือนสติ ถ้าเป็นการบริจาคก็จงให้โดยเต็มใจ ผู้ที่ครอบครองก็จงครอบครองด้วยเอาใจใส่ ผู้ที่แสดงความเมตตาก็จงแสดงด้วยใจยินดี” 1 โครินธ์ 12:4–11 (KJV ไทย) “แล้วของประทานนั้นมีต่างๆกัน แต่มีพระวิญญาณองค์เดียวกัน งานรับใช้มีต่างๆกัน แต่มีองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวกัน กิจกรรมมีต่างๆกัน แต่มีพระเจ้าองค์เดียวกันที่ทรงกระทำสารพัดในทุกคน การสำแดงของพระวิญญาณนั้นมีแก่ทุกคนเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ด้วยพระวิญญาณทรงโปรดประทานให้คนหนึ่งมีถ้อยคำประกอบด้วยสติปัญญา และให้อีกคนหนึ่งมีถ้อยคำอันประกอบด้วยความรู้ แต่เป็นโดยพระวิญญาณองค์เดียวกัน และให้อีกคนหนึ่งมีความเชื่อ แต่เป็นโดยพระวิญญาณองค์เดียวกัน และให้อีกคนหนึ่งมีความสามารถรักษาคนป่วยได้ แต่เป็นโดยพระวิญญาณองค์เดียวกัน และให้อีกคนหนึ่งทำการอัศจรรย์ต่างๆ และให้อีกคนหนึ่งพยากรณ์ได้ และให้อีกคนหนึ่งรู้จักสังเกตวิญญาณต่างๆ และให้อีกคนหนึ่งพูดภาษาต่างๆ และให้อีกคนหนึ่งแปลภาษานั้นๆได้ สิ่งสารพัดเหล่านี้ พระวิญญาณองค์เดียวกันทรงบันดาลและประทานแก่แต่ละคนตามชอบพระทัยพระองค์” 1 โครินธ์ 12:28–29 (KJV ไทย) “และพระเจ้าได้ทรงโปรดตั้งบางคนไว้ในคริสตจักร คือหนึ่งอัครสาวก สองผู้พยากรณ์ สามครูบาอาจารย์ แล้วต่อจากนั้นก็มีการอัศจรรย์ ของประทานในการรักษาโรค การช่วยเหลือ การครอบครอง การพูดภาษาต่างๆ ทุกคนเป็นอัครสาวกหรือ ทุกคนเป็นผู้พยากรณ์หรือ ทุกคนเป็นครูบาอาจารย์หรือ ทุกคนกระทำการอัศจรรย์หรือ” 1 โครินธ์ 7:7 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะให้ทุกคนเป็นเหมือนข้าพเจ้า แต่ทุกคนก็ได้รับของประทานจากพระเจ้าเหมาะกับตัว คนหนึ่งได้รับอย่างนี้ และอีกคนหนึ่งได้รับอย่างนั้น” 1 เปโตร 4:10–11 (KJV ไทย) “ตามซึ่งทุกคนได้รับของประทานแล้ว ก็ให้เจือจานของประทานนั้นแก่กันและกัน เหมือนอย่างเจ้าหน้าที่อันดีสำหรับพระคุณต่างๆของพระเจ้า ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดจะกล่าวสั่งสอน ก็ให้กล่าวตามพระโอวาทของพระเจ้า ถ้าคนใดรับการปรนนิบัติ ก็ให้ปรนนิบัติตามกำลังซึ่งพระเจ้าทรงโปรดประทานนั้น เพื่อว่าพระเจ้าจะทรงได้รับเกียรติในการทั้งปวงโดยพระเยซูคริสต์ การสรรเสริญและไอศวรรยานุภาพจงมีแด่พระองค์ตลอดไปเป็นนิตย์ เอเมน” 1 เคลเมนต์ 41 (ANF 1): “พี่น้องทั้งหลาย ให้ท่านทุกคนขอบพระคุณพระเจ้าตามลำดับของตน … โดยไม่ล่วงเกินกฎแห่งการรับใช้ที่ได้กำหนดไว้สำหรับตน” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ดีดาเค 15.1 (ANF 7): “เหตุฉะนั้น จงแต่งตั้งบิชอปและผู้ช่วยศาสนาจารย์ที่สมควรแก่องค์พระผู้เป็นเจ้าไว้สำหรับท่านทั้งหลาย คือคนที่สุภาพอ่อนโยน ไม่รักเงิน ซื่อสัตย์ และได้รับการพิสูจน์แล้ว เพราะคนเหล่านี้ก็ปฏิบัติการรับใช้แบบผู้พยากรณ์และอาจารย์แก่ท่านทั้งหลายด้วย” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 7) ↩︎
14มัทธิว 16:18–19 (KJV ไทย) “…เราจะมอบลูกกุญแจของอาณาจักรแห่งสวรรค์ให้ไว้แก่ท่านท่าน จะผูกมัดสิ่งใดในโลก สิ่งนั้นก็จะถูกมัดในสวรรค์ และท่านจะปล่อยสิ่งใดในโลก สิ่งนั้นจะถูกปล่อยในสวรรค์” มัทธิว 18:18 (KJV ไทย) “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า สิ่งใดซึ่งท่านจะผูกมัดในโลก ก็จะถูกผูกมัดในสวรรค์ และสิ่งซึ่งท่านจะปล่อยในโลกก็จะถูกปล่อยในสวรรค์” ยอห์น 20:21–23 (KJV ไทย) “พระเยซูจึงตรัสกับเขาอีกว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาของเราทรงใช้เรามาฉันใด เราก็ใช้ท่านทั้งหลายไปฉันนั้น” ครั้นพระองค์ตรัสดังนั้นแล้วจึงทรงระบายลมหายใจออกเหนือเขา และตรัสกับเขาว่า “ท่านทั้งหลายจงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์เถิด ถ้าท่านจะยกความผิดบาปของผู้ใด ความผิดบาปนั้นก็จะถูกยกเสีย และถ้าท่านจะให้ความผิดบาปติดอยู่กับผู้ใด ความผิดบาปก็จะติดอยู่กับผู้นั้น”” อิสยาห์ 22:22 (KJV ไทย) “และเราจะวางลูกกุญแจของวังดาวิดไว้บนบ่าของเขา เขาจะเปิดและไม่มีผู้ใดปิด เขาจะปิดและไม่มีผู้ใดเปิด” วิวรณ์ 1:18 (KJV ไทย) “และเป็นผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่ เราได้ตายแล้ว แต่ ดูเถิด เราก็ยังดำรงชีวิตอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์ เอเมน และเราถือลูกกุญแจแห่งนรกและแห่งความตาย” วิวรณ์ 3:7 (KJV ไทย) “จงเขียนถึงทูตสวรรค์แห่งคริสตจักรที่เมืองฟีลาเดลเฟีย ว่า ‘พระองค์ผู้บริสุทธิ์ ผู้สัตย์จริง ผู้ทรงถือลูกกุญแจของดาวิด ผู้ทรงเปิดแล้วจะไม่มีผู้ใดปิด ผู้ทรงปิดแล้วจะไม่มีผู้ใดเปิด ได้ตรัสดังนี้ว่า” ผู้สืบทอด: กิจการ 1:20–26 (KJV ไทย) “ด้วยมีคำเขียนไว้ในหนังสือสดุดีว่า ‘ขอให้ที่อาศัยของเขารกร้างและอย่าให้ผู้ใดอาศัยอยู่ที่นั่น’ และ ‘ขอให้อีกผู้หนึ่งมายึดตำแหน่งของเขา’ เหตุฉะนั้นในบรรดาชายเหล่านี้ที่เป็นพวกเดียวกับเราเสมอตลอดเวลาที่พระเยซูเจ้าได้เสด็จเข้าออกกับเรา คือตั้งแต่บัพติศมาของยอห์น จนถึงวันที่พระองค์ทรงถูกรับขึ้นไปจากเรา คนหนึ่งในพวกนี้จะต้องตั้งไว้ให้เป็นพยานกับเราถึงการคืนพระชนม์ของพระองค์” เขาทั้งหลายจึงเสนอชื่อคนสองคน คือโยเซฟที่เรียกว่าบารซับบาส มีนามสกุลว่ายุสทัส และมัทธีอัส แล้วพวกสาวกจึงอธิษฐานว่า “พระองค์เจ้าข้า ผู้ทรงทราบใจของมนุษย์ทั้งปวง ขอทรงสำแดงว่าในสองคนนี้พระองค์ทรงเลือกคนไหน ให้รับส่วนในการปรนนิบัตินี้ และรับตำแหน่งเป็นอัครสาวกแทนยูดาส ซึ่งโดยการละเมิดนั้นได้หลงจากหน้าที่ไปยังที่ของตน” เขาทั้งหลายจึงจับสลากกัน และสลากนั้นได้แก่มัทธีอัสจึงนับเขาเข้ากับอัครสาวกสิบเอ็ดคนนั้น” 2 ทิโมธี 2:2 (KJV ไทย) “จงมอบคำสอนเหล่านั้นซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายคนไว้กับคนที่สัตย์ซื่อ ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย” ทิตัส 1:5 (KJV ไทย) “เพราะเหตุนี้เองข้าพเจ้าจึงละท่านไว้ที่เกาะครีต ก็เพื่อท่านจะได้แก้ไขสิ่งที่ยังบกพร่องให้เรียบร้อย และตั้งผู้ปกครองไว้ทุกเมืองตามที่ข้าพเจ้าได้กำชับท่านแล้ว” ออริเกน, อรรถาธิบายหนังสือมัทธิว XII.10–11, 14 (ANF 9): “ลูกกุญแจของอาณาจักรแห่งสวรรค์นั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมอบให้แก่เปโตรผู้เดียวหรือ และไม่มีผู้ได้รับพระพรคนอื่นใดจะได้รับลูกกุญแจนั้นเลยหรือ?” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 9) และ “ให้เราพิจารณาดูว่าคำที่ตรัสแก่เปโตร และแก่เปโตรทุกคน ว่า ‘เราจะมอบลูกกุญแจของอาณาจักรแห่งสวรรค์ให้แก่ท่าน’ นั้น มีความหมายอย่างไร” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 9) ซีเปรียน, ว่าด้วยเอกภาพของคริสตจักร 4–5 (ANF 5): “หลังจากการคืนพระชนม์ของพระองค์ พระองค์ทรงประทานอำนาจอันเท่าเทียมกันแก่อัครสาวกทั้งปวง” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 5); “ตำแหน่งบิชอปเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งแต่ละคนถือส่วนของตนไว้เพื่อส่วนรวมทั้งหมด” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 5) ↩︎
15ยอห์น 7:16 (KJV ไทย) “พระเยซูจึงตรัสตอบเขาว่า “คำสอนของเราไม่ใช่ของเราเอง แต่เป็นของพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา” ยอห์น 12:49–50 (KJV ไทย) “เพราะเรามิได้กล่าวตามใจเราเอง แต่ซึ่งเรากล่าวและพูดนั้น พระบิดาผู้ทรงใช้เรามา พระองค์นั้นได้ทรงบัญชาให้แก่เรา เรารู้ว่าพระบัญชาของพระองค์นั้นเป็นชีวิตนิรันดร์ เหตุฉะนั้นสิ่งที่เราพูดนั้น เราก็พูดตามที่พระบิดาทรงบัญชาเรา”” ยอห์น 14:24 (KJV ไทย) “ผู้ที่ไม่รักเรา ก็ไม่รักษาคำของเรา และคำซึ่งท่านได้ยินนี้ไม่ใช่คำของเรา แต่เป็นของพระบิดาผู้ทรงใช้เรามา” ยอห์น 17:8 (KJV ไทย) “เพราะว่าพระดำรัสที่พระองค์ตรัสประทานให้แก่ข้าพระองค์นั้น ข้าพระองค์ได้ให้เขาแล้ว และเขาได้รับไว้ และเขารู้แน่ว่าข้าพระองค์มาจากพระองค์ และเขาเชื่อว่า พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพระองค์มา” มัทธิว 28:20 (KJV ไทย) “สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกท่านไว้ ดูเถิด เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นโลกเอเมน”” ยูดาส 3 (KJV ไทย) “…ต่อสู้อย่างจริงจังเพื่อความเชื่อซึ่งครั้งหนึ่งได้ทรงโปรดมอบไว้แก่วิสุทธิชนแล้ว” 2 ทิโมธี 1:13 (KJV ไทย) “จงถือไว้เป็นแบบแห่งคำสอนอันถูกต้องที่ท่านได้ยินจากข้าพเจ้า ในความเชื่อและความรักซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์” ฮีบรู 2:3 (KJV ไทย) “ดังนั้นถ้าเราละเลยความรอดอันยิ่งใหญ่แล้ว เราจะรอดพ้นไปอย่างไรได้ ความรอดนั้นได้เริ่มขึ้นโดยการประกาศขององค์พระผู้เป็นเจ้าเอง และบรรดาผู้ที่ได้ยินพระองค์ ก็ได้รับรองแก่เราว่าเป็นความจริง” ↩︎
162 โครินธ์ 2:17 (KJV ไทย) “เพราะว่า เราไม่เหมือนคนเป็นอันมากที่ทำให้พระวจนะของพระเจ้าเสื่อมเสีย…” 2 โครินธ์ 4:2 (KJV ไทย) “แต่ว่าเราได้สละทิ้งกิจการต่างๆที่ไม่ซื่อสัตย์ซึ่งปิดบังซ่อนเร้นไว้ คือไม่ได้ดำเนินอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมและไม่ได้พลิกแพลงพระวจนะของพระเจ้าด้วยวิธีการอันล่อลวง แต่เราได้มอบตัวของเราไว้กับจิตสำนึกผิดชอบของคนทั้งปวง โดยสำแดงความจริงในสายพระเนตรของพระเจ้า” 2 เปโตร 3:16 (KJV ไทย) “เหมือนในจดหมายของท่านทุกฉบับ ท่านได้กล่าวถึงเหตุการณ์เหล่านั้น และในจดหมายนั้นมีบางข้อที่เข้าใจยาก ซึ่งคนทั้งหลายที่ไม่ได้เรียนรู้และไม่แน่นอนมั่นคงนั้นได้เปลี่ยนแปลงเสีย เหมือนเขาได้เปลี่ยนแปลงข้ออื่นๆในพระคัมภีร์ จึงเป็นเหตุกระทำให้ตัวพินาศ” เยเรมีย์ 8:8 (KJV ไทย) “เจ้าจะพูดได้อย่างไรว่า ‘เรามีปัญญา และพระราชบัญญัติของพระเยโฮวาห์ก็อยู่กับเรา’ แต่ดูเถิด แน่นอนเขาทำอย่างไร้ประโยชน์ คือปากกาของพวกอาลักษณ์ได้ทำอย่างไร้ประโยชน์” กาลาเทีย 1:7 (KJV ไทย) “ซึ่งมิใช่อย่างอื่นดอก แต่ว่ามีบางคนที่ทำให้ท่านยุ่งยาก และปรารถนาที่จะบิดเบือนข่าวประเสริฐของพระคริสต์” พระราชบัญญัติ 4:2 (KJV ไทย) “ท่านทั้งหลายอย่าเสริมเติมคำที่ข้าพเจ้าได้บัญชาท่านไว้และอย่าตัดออก เพื่อท่านทั้งหลายจะรักษาพระบัญญัติของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่าน” วิวรณ์ 22:18–19 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าเป็นพยานแก่ทุกคนที่ได้ยินคำพยากรณ์ในหนังสือนี้ว่า ถ้าผู้ใดจะเพิ่มเติมคำเข้าไปในหนังสือนี้ พระเจ้าก็จะทรงเพิ่มภัยพิบัติที่เขียนไว้ในหนังสือม้วนนี้แก่ผู้นั้น และถ้าผู้ใดตัดข้อความออกจากหนังสือพยากรณ์นี้ พระเจ้าก็จะทรงเอาส่วนแบ่งของผู้นั้นที่มีอยู่ในหนังสือแห่งชีวิต และที่มีอยู่ในเมืองบริสุทธิ์นั้น และจากสิ่งที่มีเขียนไว้ในหนังสือม้วนนี้ไปเสีย” อีเรเนอัส, ต่อต้านลัทธินอกรีต I.8.1 (ANF 1): พวกนอกรีตจัดการกับพระคัมภีร์เหมือนคนที่เอารูปของกษัตริย์ซึ่งประดับด้วยอัญมณี “มาแยกออกเป็นชิ้นๆ แล้วจัดเรียงอัญมณีเหล่านั้นใหม่ และประกอบเข้าด้วยกันให้เป็นรูปสุนัขหรือสุนัขจิ้งจอก” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) I.9.4: “พวกเขาบิดเบือนถ้อยคำเหล่านั้น ดังที่เราได้กล่าวไว้แล้ว จากความหมายตามธรรมชาติไปเป็นความหมายที่ผิดธรรมชาติ” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) เทอร์ทูลเลียน, ข้อโต้แย้งต่อพวกนอกรีต 38: “ที่ใดพบความแตกต่างแห่งหลักคำสอน ที่นั่นก็ต้องถือว่ามีการทำให้เสื่อมเสียทั้งพระคัมภีร์และการอธิบายพระคัมภีร์นั้น … คนหนึ่งบิดเบือนพระคัมภีร์ด้วยมือของเขา อีกคนหนึ่งบิดเบือนความหมายของพระคัมภีร์ด้วยการอธิบายของเขา” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) ↩︎
17กิจการ 8:20 (KJV ไทย) “ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่ซีโมนว่า “ให้เงินของเจ้าพินาศไปด้วยกันกับเจ้าเถิด เพราะเจ้าคิดว่าจะซื้อของประทานแห่งพระเจ้าด้วยเงินได้” กิจการ 8:18–23 (KJV ไทย) “เมื่อซีโมนเห็นว่า คนเหล่านั้นได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยการวางมือของอัครสาวก จึงนำเงินมาให้อัครสาวก และว่า “ขอให้ข้าพเจ้ามีฤทธิ์อย่างนี้ด้วย เพื่อว่าเมื่อข้าพเจ้าจะวางมือบนผู้ใด ผู้นั้นจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์” ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่ซีโมนว่า “ให้เงินของเจ้าพินาศไปด้วยกันกับเจ้าเถิด เพราะเจ้าคิดว่าจะซื้อของประทานแห่งพระเจ้าด้วยเงินได้ เจ้าไม่มีส่วนหรือส่วนแบ่งในการนี้เลย เพราะใจของเจ้าไม่ซื่อตรงในสายพระเนตรของพระเจ้า เหตุฉะนั้น จงกลับใจใหม่จากการชั่วร้ายของเจ้านี้ และอธิษฐานขอพระเจ้าชะรอยพระองค์จะทรงโปรดยกความผิดซึ่งเจ้าคิดในใจของเจ้า ด้วยเราเห็นว่าเจ้าจะต้องรับความขมขื่นและติดพันธนะแห่งความชั่วช้า”” มัทธิว 10:8 (KJV ไทย) “จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย คนโรคเรื้อนให้หายสะอาด คนตายแล้วให้ฟื้น และจงขับผีให้ออก ท่านทั้งหลายได้รับเปล่าๆ ก็จงให้เปล่าๆ” 1 ทิโมธี 6:5 (KJV ไทย) “และการวิวาทที่ดื้อดึงของผู้มีใจทรามและไร้ความจริง ที่คาดว่าการได้กำไรนั้นเป็นทางของพระเจ้า จงถอนตัวไปเสียจากคนเช่นนี้” 1 ทิโมธี 6:10 (KJV ไทย) “ด้วยว่าการรักเงินนั้นเป็นรากเหง้าแห่งความชั่วทั้งสิ้น ขณะที่บางคนโลภสิ่งเหล่านี้จึงได้หลงไปจากความเชื่อนั้น และทิ่มแทงตัวของเขาเองให้ทะลุด้วยความทุกข์ใจเป็นอันมาก” ทิตัส 1:11 (KJV ไทย) “จำเป็นต้องให้เขาสงบปากเสีย ด้วยเขาพลิกบ้านคว่ำทั้งครัวเรือนให้เสียไป โดยสอนสิ่งที่ไม่ควรจะสอนเลย เพราะเห็นแก่เล็กแก่น้อย” 2 เปโตร 2:3 (KJV ไทย) “และด้วยความโลภเขาจะกล่าวคำตลบตะแลงเพื่อค้ากำไรจากท่านทั้งหลาย การลงโทษคนเหล่านั้นที่ได้ถูกพิพากษานานมาแล้วจะไม่เนินช้า และความหายนะของเขาก็จะไม่หลับไหลไป” มีคาห์ 3:11 (KJV ไทย) “ผู้เป็นประมุขของเมืองนี้ตัดสินความด้วยเห็นแก่สินบน ปุโรหิตของเธอสั่งสอนด้วยเห็นแก่สินจ้าง ผู้พยากรณ์ของเธอทำนายด้วยเห็นแก่เงิน ถึงกระนั้นเขาทั้งหลายยังอิงพระเยโฮวาห์และกล่าวว่า “พระเยโฮวาห์ทรงสถิตท่ามกลางเรามิใช่หรือ ไม่มีความชั่วอย่างไรเกิดขึ้นแก่เราได้”” ยอห์น 2:16 (KJV ไทย) “และพระองค์ตรัสแก่บรรดาคนขายนกเขาว่า “จงเอาของเหล่านี้ไปเสีย อย่าทำพระนิเวศของพระบิดาเราให้เป็นที่ค้าขาย”” ดีดาเค 11.6 (ANF 7): “ถ้าเขาขอเงิน เขาก็เป็นผู้พยากรณ์เท็จ” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 7) กฎของอัครสาวก 29 (NPNF2 14): “ถ้าบิชอป ผู้ปกครอง หรือผู้ช่วยศาสนาจารย์คนใดได้ตำแหน่งอันมีเกียรตินั้นมาด้วยเงิน ก็ให้ปลดทั้งผู้นั้นและผู้ที่บวชให้เขาเสีย…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 14) สังคายนาแห่งคาลซีดอน (ค.ศ. 451) กฎข้อที่ 2 (NPNF2 14): “ถ้าบิชอปคนใดบวชให้ผู้อื่นเพื่อเงิน และนำพระคุณซึ่งไม่อาจขายได้ออกขาย…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 14) ↩︎
18ยอห์น 10:10 (KJV ไทย) “ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลักและฆ่าและทำลายเสีย เราได้มาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้ชีวิต และจะได้อย่างครบบริบูรณ์” ยอห์น 16:2 (KJV ไทย) “เขาจะไล่ท่านเสียจากธรรมศาลา แท้จริงวันหนึ่งคนใดที่ประหารชีวิตของท่านจะคิดว่า เขาทำการนั้นเป็นการปฏิบัติพระเจ้า” มัทธิว 23:34–35 (KJV ไทย) “เหตุฉะนั้น ดูเถิด เราใช้พวกศาสดาพยากรณ์ พวกนักปราชญ์ และพวกธรรมาจารย์ต่างๆไปหาพวกเจ้า เจ้าก็ฆ่าเสียบ้าง ตรึงเสียที่กางเขนบ้าง เฆี่ยนตีในธรรมศาลาของเจ้าบ้าง ข่มเหงไล่ออกจากเมืองนี้ไปเมืองโน้นบ้าง ดังนั้นบรรดาโลหิตอันชอบธรรมซึ่งตกที่แผ่นดินโลก ตั้งแต่โลหิตของอาแบลผู้ชอบธรรมจนถึงโลหิตของเศคาริยาห์บุตรชายบารัคยา ที่พวกเจ้าได้ฆ่าเสียในระหว่างพระวิหารกับแท่นบูชานั้น ย่อมตกบนพวกเจ้าทั้งหลาย” เยเรมีย์ 23:1–2 (KJV ไทย) “พระเยโฮวาห์ตรัสว่า “วิบัติจงมีแก่ผู้เลี้ยงแกะผู้ทำลายและกระจายแกะของลานหญ้าของเรา” เพราะฉะนั้น พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสกับผู้เลี้ยงแกะผู้ดูแลประชาชนของเราดังนี้ว่า “เจ้าทั้งหลายได้กระจายฝูงแกะของเรา และได้ขับไล่มันไปเสีย และเจ้ามิได้เอาใจใส่มัน” พระเยโฮวาห์ตรัสว่า “ดูเถิด เราจะลงโทษเจ้าเพราะการกระทำที่ชั่วของเจ้า” ↩︎
192 ทิโมธี 4:2 (KJV ไทย) “จงประกาศพระวจนะ ให้ขะมักเขม้นที่จะทำการทั้งในขณะที่มีโอกาสและไม่มีโอกาส จงว่ากล่าว ห้ามปราม และตักเตือนด้วยความอดทนทุกอย่างและการสั่งสอน” ทิตัส 1:9 (KJV ไทย) “และเป็นคนยึดมั่นในหลักคำสอนอันสัตย์ซื่อตามที่ได้เรียนมาแล้ว เพื่อเขาจะสามารถเตือนสติด้วยคำสอนอันถูกต้อง และชี้แจงแก่ผู้ที่คัดค้านคำสอนนั้น” 1 ทิโมธี 1:3 (KJV ไทย) “เมื่อข้าพเจ้าได้ไปยังแคว้นมาซิโดเนีย ตามที่ข้าพเจ้าได้ขอร้องให้ท่านคอยอยู่ในเมืองเอเฟซัส เพื่อท่านจะได้กำชับบางคนไม่ให้เขาสอนคำสอนอื่นๆ” 2 ทิโมธี 2:25 (KJV ไทย) “ด้วยความอ่อนสุภาพจงสอนคนเหล่านั้นที่ต่อสู้กับตัวเอง ถ้าพระเจ้าอาจจะทรงโปรดให้เขากลับใจเสียใหม่มารับความจริง” เอเฟซัส 4:14 (KJV ไทย) “เพื่อเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไปถูกซัดไปซัดมาและหันไปเหมาด้วยลมปากแห่งคำสั่งสอนทุกอย่าง และด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ตามอุบายฉลาดอันเป็นการล่อลวง” กิจการ 20:28–31 (KJV ไทย) “เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงระวังตัวให้ดี และจงรักษาฝูงแกะที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงตั้งท่านไว้ให้เป็นผู้ดูแล และเพื่อจะได้บำรุงเลี้ยงคริสตจักรของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงไถ่ด้วยพระโลหิตของพระองค์เอง ข้าพเจ้าทราบอยู่ว่า เมื่อข้าพเจ้าไปแล้ว จะมีสุนัขป่าอันร้ายเข้ามาในหมู่พวกท่าน และจะไม่ละเว้นฝูงแกะไว้เลย จะมีบางคนในหมู่พวกท่านเองขึ้นกล่าวบิดเบือนความจริง เพื่อจะชักชวนพวกสาวกให้หลงตามเขาไป เหตุฉะนั้นจงตื่นตัวอยู่และจำไว้ว่า ข้าพเจ้าได้สั่งสอนเตือนสติท่านทุกคนด้วยน้ำตาไหล ทั้งกลางวันกลางคืนตลอดสามปีมิได้หยุดหย่อน” โพลีคาร์ป, ถึงชาวฟีลิปปี 7 (ANF 1): “เหตุฉะนั้น ให้เราละทิ้งความไร้สาระของคนเป็นอันมาก และหลักคำสอนเท็จของพวกเขา แล้วกลับมาหาพระวจนะที่ได้ถ่ายทอดมาถึงเราตั้งแต่เริ่มแรก…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1); อิกเนเชียส, ถึงชาวแมกนีเซีย 8 (ANF 1): “อย่าให้หลักคำสอนแปลกๆหรือนิทานเก่าๆซึ่งไม่มีประโยชน์ล่อลวงท่านได้” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ↩︎
20วิวรณ์ 19:16 (KJV ไทย) “…พระมหากษัตริย์แห่งมหากษัตริย์ทั้งปวงและเจ้านายแห่งเจ้านายทั้งปวง” วิวรณ์ 17:14 (KJV ไทย) “กษัตริย์เหล่านี้จะกระทำสงครามกับพระเมษโปดก และพระเมษโปดกจะทรงชนะพวกเขา เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งหลาย และทรงเป็นพระมหากษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย และผู้ที่อยู่กับพระองค์นั้นเป็นผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียก และทรงเลือกไว้ และเป็นผู้ที่สัตย์ซื่อ”” 1 ทิโมธี 6:15 (KJV ไทย) “ซึ่งพระองค์จะทรงสำแดงให้ปรากฏในเวลาของพระองค์ คือพระองค์ผู้เสวยสุขและทรงฤทธิ์สูงสุดแต่พระองค์เดียว พระมหากษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งปวง และองค์พระผู้เป็นเจ้าเหนือเจ้านายทั้งปวง” กิจการ 5:29 (KJV ไทย) “ฝ่ายเปโตรกับอัครสาวกอื่นๆตอบว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายจำต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์” โคโลสี 3:24 (KJV ไทย) “ด้วยรู้แล้วว่าท่านจะได้รับมรดกจากองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นบำเหน็จเพราะท่านปรนนิบัติพระคริสต์เจ้าอยู่” มัทธิว 6:24 (KJV ไทย) “ไม่มีผู้ใดปรนนิบัตินายสองนายได้ เพราะเขาจะชังนายข้างหนึ่งและจะรักนายอีกข้างหนึ่ง หรือเขาจะนับถือนายฝ่ายหนึ่งและจะดูหมิ่นนายอีกฝ่ายหนึ่ง ท่านจะปรนนิบัติพระเจ้าและเงินทองพร้อมกันไม่ได้” ↩︎
21มัทธิว 7:15–16, 20 (KJV ไทย) “จงระวังผู้พยากรณ์เท็จที่มาหาท่านนุ่งห่มดุจแกะ แต่ภายในเขาร้ายกาจดุจสุนัขป่า ท่านจะรู้จักเขาได้ด้วยผลของเขา…” มัทธิว 24:11 (KJV ไทย) “จะมีผู้พยากรณ์เท็จหลายคนเกิดขึ้นและล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป” มัทธิว 24:24 (KJV ไทย) “ด้วยว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จและผู้พยากรณ์เทียมเท็จเกิดขึ้นหลายคน และจะทำหมายสำคัญอันใหญ่และการมหัศจรรย์ ถ้าเป็นไปได้จะล่อลวงแม้ผู้ที่ทรงเลือกสรรให้หลง” 1 ยอห์น 4:1 (KJV ไทย) “ท่านที่รักทั้งหลาย อย่าเชื่อวิญญาณเสียทุกๆวิญญาณ แต่จงพิสูจน์วิญญาณเหล่านั้นว่ามาจากพระเจ้าหรือไม่ เพราะว่ามีผู้พยากรณ์เท็จเป็นอันมากออกเที่ยวไปในโลก” 2 โครินธ์ 11:13 (KJV ไทย) “เพราะคนอย่างนั้นเป็นอัครสาวกเทียม เป็นคนงานที่หลอกลวง ปลอมตัวเป็นอัครสาวกของพระคริสต์” 2 เปโตร 2:1–3 (KJV ไทย) “แต่ว่าได้มีผู้พยากรณ์เท็จท่ามกลางประชาชนทั้งหลายด้วย เช่นเดียวกับที่จะมีอาจารย์เท็จท่ามกลางท่านทั้งหลาย ผู้ซึ่งจะแอบเอาลัทธิที่ออกนอกลู่นอกทางอันจะนำไปสู่ความหายนะเข้ามาด้วย และจะปฏิเสธองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ได้ทรงไถ่เขาไว้ และจะนำความพินาศอย่างฉับพลันมาถึงตนเอง จะมีหลายคนประพฤติตามทางแห่งการสาปแช่งของเขา และเพราะคนเหล่านั้นเป็นเหตุ ทางแห่งความจริงจะถูกกล่าวร้าย และด้วยความโลภเขาจะกล่าวคำตลบตะแลงเพื่อค้ากำไรจากท่านทั้งหลาย การลงโทษคนเหล่านั้นที่ได้ถูกพิพากษานานมาแล้วจะไม่เนินช้า และความหายนะของเขาก็จะไม่หลับไหลไป” ยูดาส 4 (KJV ไทย) “เพราะว่ามีบางคนได้เล็ดลอดเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกเล็งไว้ล่วงหน้ามานานแล้วว่าจะได้รับการพิพากษาลงโทษอย่างนี้ เป็นคนอธรรม ที่ได้บิดเบือนพระคุณของพระเจ้าของเราไปเป็นการกระทำความชั่วช้าลามก และได้ปฏิเสธพระเจ้าคือองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว และพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” กิจการ 20:29–30 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าทราบอยู่ว่า เมื่อข้าพเจ้าไปแล้ว จะมีสุนัขป่าอันร้ายเข้ามาในหมู่พวกท่าน และจะไม่ละเว้นฝูงแกะไว้เลย จะมีบางคนในหมู่พวกท่านเองขึ้นกล่าวบิดเบือนความจริง เพื่อจะชักชวนพวกสาวกให้หลงตามเขาไป” 1 ทิโมธี 4:1–2 (KJV ไทย) “บัดนี้ พระวิญญาณได้ตรัสไว้อย่างชัดแจ้งว่า ในกาลภายหลังจะมีบางคนละทิ้งความเชื่อ โดยหันไปเชื่อฟังวิญญาณที่ล่อลวง และฟังคำสอนของพวกผีปิศาจ การหน้าซื่อใจคดของคนที่พูดโกหก คือทำไปทั้งรู้ๆเหมือนอย่างกับเอาเหล็กแดงนาบลงไปบนจิตสำนึกผิดชอบของเขา” พระราชบัญญัติ 13:1–5 (KJV ไทย) ““ถ้าในหมู่พวกท่านเกิดมีผู้พยากรณ์หรือผู้ฝันเห็นเหตุการณ์ขึ้น และสำแดงหมายสำคัญหรือการมหัศจรรย์แก่ท่าน และหมายสำคัญหรือการมหัศจรรย์ซึ่งเขาบอกท่านนั้นสำเร็จจริง ถ้าเขากล่าวว่า ‘ให้เราติดตามพระอื่นกันเถิด’ ซึ่งเป็นพระที่ท่านไม่รู้จัก ‘และให้เรามาปรนนิบัติพระนั้น’ ท่านอย่าเชื่อฟังคำของผู้พยากรณ์หรือผู้ฝันเห็นเหตุการณ์คนนั้น เพราะพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านลองใจท่านดู เพื่อให้ทรงทราบว่า ท่านทั้งหลายรักพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจของท่านหรือไม่ ท่านทั้งหลายจงดำเนินตามพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน และยำเกรงพระองค์ และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ และเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์ และท่านจงปรนนิบัติพระองค์ และติดสนิทอยู่กับพระองค์ แต่ผู้พยากรณ์หรือผู้ฝันเห็นเหตุการณ์คนนั้นต้องมีโทษถึงตาย เพราะว่าเขาได้สั่งสอนให้กบฏต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ผู้ทรงนำท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์ และทรงไถ่ท่านออกจากเรือนทาส เขากระทำให้ท่านทิ้งหนทางซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านบัญชาให้ท่านดำเนินตามเสีย ดังนั้นแหละท่านจะต้องล้างความชั่วเช่นนี้จากท่ามกลางท่าน” พระราชบัญญัติ 18:20–22 (KJV ไทย) “แต่ผู้พยากรณ์คนใดบังอาจกล่าวคำในนามของเราซึ่งเรามิได้บัญชาให้กล่าวหรือผู้นั้นกล่าวในนามของพระอื่น ผู้พยากรณ์นั้นต้องมีโทษถึงตาย’ และถ้าท่านนึกในใจว่า ‘ทำอย่างไรเราจึงจะรู้พระวจนะที่พระเยโฮวาห์ยังมิได้ตรัสนั้นได้’ เมื่อผู้พยากรณ์กล่าวคำในพระนามของพระเยโฮวาห์ ถ้ามิได้เป็นไปจริงตามถ้อยคำของผู้กล่าว ถ้อยคำนั้นมิได้เป็นพระวจนะที่พระเยโฮวาห์ตรัส ผู้พยากรณ์นั้นบังอาจกล่าวเอง ท่านทั้งหลายอย่าเกรงกลัวเขาเลย”” เยเรมีย์ 23:16–32 (KJV ไทย) “พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า “อย่าฟังถ้อยคำของผู้พยากรณ์ที่พยากรณ์ให้ท่านฟัง เขากระทำให้ท่านไร้สาระ เขากล่าวถึงนิมิตแห่งใจของเขาเอง มิใช่จากพระโอษฐ์ของพระเยโฮวาห์ เขายังพูดกับคนที่ดูหมิ่นเราว่า ‘พระเยโฮวาห์ได้ตรัสว่า ท่านจะสุขสบาย’ และแก่ทุกคนที่ดำเนินตามความดื้อกระด้างแห่งจิตใจของตนเอง เขาทั้งหลายกล่าวว่า ‘จะไม่มีเหตุร้ายมาเหนือเจ้า’” เพราะว่าผู้ใดเล่าที่ได้ยืนอยู่ในคำตักเตือนของพระเยโฮวาห์ ที่จะพิเคราะห์เห็นและฟังพระวจนะของพระองค์ หรือผู้ใดที่เชื่อฟังพระวจนะของพระองค์และคอยฟัง ดูเถิด นั่นลมหมุนของพระเยโฮวาห์ได้ออกไปแล้วด้วยพระพิโรธ เป็นลมหมุนอย่างรุนแรง มันจะตกหนักบนศีรษะของคนชั่ว ความกริ้วของพระเยโฮวาห์จะไม่หันกลับ จนกว่าพระองค์จะทรงกระทำให้สำเร็จ และจนกว่าพระองค์ทรงกระทำตามพระเจตนาแห่งพระหฤทัยของพระองค์ ในวันหลังๆเจ้าทั้งหลายจะเข้าใจเรื่องนี้แจ่มแจ้ง “เรามิได้ใช้ผู้พยากรณ์เหล่านั้น แต่เขาทั้งหลายยังวิ่งไป เราไม่ได้พูดกับเขาทั้งหลาย แต่เขาทั้งหลายยังพยากรณ์ แต่ถ้าเขาทั้งหลายได้ยืนอยู่ในคำตักเตือนของเรา แล้วเขาจะได้ป่าวร้องถ้อยคำของเราต่อประชาชนของเรา และเขาทั้งหลายจะได้ให้ประชาชนหันกลับจากทางชั่วของเขาแล้ว และหันกลับจากความชั่วร้ายในการกระทำของเขา” พระเยโฮวาห์ตรัสว่า “เราเป็นพระเจ้าใกล้แค่คืบ มิใช่พระเจ้าที่อยู่ไกลด้วยดอกหรือ” พระเยโฮวาห์ตรัสว่า “คนใดจะซ่อนจากเราไปอยู่ในที่ลับเพื่อเราจะมิได้เห็นเขาได้หรือ” พระเยโฮวาห์ตรัสว่า “เรามิได้อยู่เต็มฟ้าสวรรค์และโลกดอกหรือ เราได้ยินผู้พยากรณ์ ผู้ซึ่งพยากรณ์เรื่องเท็จในนามของเรา ได้กล่าวแล้วว่า ‘ข้าพเจ้าฝันไป ข้าพเจ้าฝันไป’ นานสักเท่าใดที่คำมุสาจะอยู่ในใจของผู้พยากรณ์ ซึ่งพยากรณ์เรื่องเท็จ และผู้พยากรณ์ตามการหลอกลวงแห่งจิตใจของเขาเอง ผู้ซึ่งคิดว่าจะกระทำให้ประชาชนของเราลืมนามของเราโดยความฝันของเขาทั้งหลาย ซึ่งเขาเล่าสู่กันและกันฟัง อย่างกับบรรพบุรุษของเขาลืมนามของเราไปติดตามพระบาอัล จงให้ผู้พยากรณ์ที่ฝันเล่าความฝัน แต่ให้คนที่มีถ้อยคำของเรากล่าวถ้อยคำของเราอย่างสุจริต” พระเยโฮวาห์ตรัสว่า “ฟางข้าวมีอะไรบ้างที่เหมือนข้าวสาลี” พระเยโฮวาห์ตรัสว่า “ถ้อยคำของเราไม่เหมือนไฟหรือ หรือเหมือนค้อนที่ทุบหินให้แตกเป็นชิ้นๆ” พระเยโฮวาห์ตรัสว่า “เพราะฉะนั้น ดูเถิด เราต่อสู้กับบรรดาผู้พยากรณ์ ผู้ขโมยถ้อยคำของเราจากกันและกัน” พระเยโฮวาห์ตรัสว่า “ดูเถิด เราต่อสู้กับบรรดาผู้พยากรณ์ ผู้ใช้ลิ้นของเขากล่าวว่า ‘พระเจ้าตรัสว่า’” พระเยโฮวาห์ตรัสว่า “ดูเถิด เราต่อสู้คนเหล่านั้นที่พยากรณ์ความฝันเท็จ และผู้ซึ่งบอกและนำประชาชนของเราให้หลงไปโดยคำมุสาและคำโอ้อวดของเขา เมื่อเรามิได้ใช้เขาหรือสั่งเขา เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่เป็นประโยชน์แก่ชนชาตินี้อย่างใดเลย” พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้แหละ” เอเสเคียล 13:1–9 (KJV ไทย) “พระวจนะของพระเยโฮวาห์มาถึงข้าพเจ้าว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เจ้าจงพยากรณ์กล่าวโทษผู้พยากรณ์ของอิสราเอลที่พยากรณ์ และกล่าวแก่คนเหล่านั้นที่พยากรณ์ตามอำเภอใจของตนว่า ‘จงฟังพระวจนะของพระเยโฮวาห์’ องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า วิบัติแก่ผู้พยากรณ์โฉดเขลา ผู้ติดตามวิญญาณของตนเอง และไม่เคยได้เห็นอะไรเลย โอ อิสราเอลเอ๋ย ผู้พยากรณ์ของเจ้าเหมือนสุนัขจิ้งจอกท่ามกลางสิ่งปรักหักพัง เจ้าไม่ได้ขึ้นไปถึงที่ชำรุด และไม่ได้สร้างรั้วต้นไม้เพื่อวงศ์วานอิสราเอล เพื่อให้ตั้งอยู่ได้ในสงครามในวันแห่งพระเยโฮวาห์ เขาทั้งหลายเห็นนิมิตเท็จและทำนายมุสา เขากล่าวว่า ‘พระเยโฮวาห์ตรัสว่า’ ในเมื่อพระเยโฮวาห์มิได้ทรงใช้เขาไป เขาทำให้คนอื่นหวังว่าเขาจะรับรองถ้อยคำของเขา เจ้าได้เคยเห็นนิมิตเท็จ และเคยทำนายมุสามิใช่หรือ ในเมื่อเจ้ากล่าวว่า ‘พระเยโฮวาห์ตรัสว่า’ ทั้งที่เรามิได้พูดเลย” เพราะฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า “เพราะเจ้ากล่าวเท็จและได้เห็นนิมิตมุสา องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสว่า เพราะฉะนั้นดูเถิด เราเป็นปฏิปักษ์กับเจ้า มือของเราจะต่อสู้ผู้พยากรณ์ผู้เห็นนิมิตเท็จและผู้ให้คำทำนายมุสา เขาจะไม่ได้เข้าอยู่ในสภาแห่งประชาชนของเรา หรือขึ้นทะเบียนอยู่ในทะเบียนของวงศ์วานอิสราเอล และเขาจะไม่ได้เข้าในแผ่นดินอิสราเอล และเจ้าจะทราบว่าเราคือองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้า” วิวรณ์ 2:2 (KJV ไทย) “เรารู้จักแนวการกระทำของเจ้า รู้ความเหนื่อยยากและความอดทนของเจ้า และรู้ว่าเจ้าไม่สามารถทนต่อทุรชนได้ เจ้าได้ลองใจคนเหล่านั้นที่กล่าวว่าเขาเป็นอัครสาวก และหาได้เป็นไม่ และเจ้าก็เห็นว่าเขาเป็นคนมุสา” ดีดาเค 11–12 (ANF 7): “แต่ผู้ใดก็ตามที่กล่าวโดยพระวิญญาณว่า จงให้เงินแก่ข้าพเจ้า หรือสิ่งอื่นใด อย่าฟังเขาเลย…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 7) เฮอร์มาส, บัญญัติ 11 (ANF 2): “จงพิสูจน์ผู้ที่อ้างว่าตนได้รับการดลใจ ด้วยการกระทำและการดำเนินชีวิตของเขา” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 2) อิกเนเชียส, ถึงชาวเอเฟซัส 7: “เพราะบางคนมีนิสัยชอบนำพระนาม [ของพระเยซูคริสต์] ไปอ้างด้วยเล่ห์กลอันชั่วร้าย ในขณะที่ยังประพฤติสิ่งที่ไม่สมควรต่อพระเจ้า ท่านทั้งหลายต้องหนีให้พ้นคนเหล่านี้เหมือนหนีสัตว์ป่า” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ถึงชาวเอเฟซัส 9: “อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าได้ยินว่ามีบางคนได้ผ่านจากที่นี่ไปหาท่านทั้งหลาย โดยมีหลักคำสอนเท็จ ซึ่งท่านไม่ยอมให้เขาหว่านลงท่ามกลางท่าน แต่ได้ปิดหูของท่านเสีย เพื่อท่านจะไม่รับสิ่งที่พวกเขาหว่านไว้…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ถึงชาวทรัลเลส 6 (ANF 1): “เหมือนคนที่ให้ยาพิษร้ายแรงผสมในเหล้าองุ่นหวาน” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ถึงชาวสเมอร์นา 4–5: “แต่ข้าพเจ้าขอปกป้องท่านทั้งหลายไว้ล่วงหน้าจากสัตว์ร้ายในร่างมนุษย์เหล่านั้น ซึ่งท่านไม่เพียงต้องไม่ต้อนรับ แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็อย่าแม้แต่จะพบกับพวกเขา… บางคนปฏิเสธพระองค์เพราะความไม่รู้ หรือกล่าวให้ถูกคือ พระองค์ได้ทรงปฏิเสธพวกเขาแล้ว เพราะพวกเขาเป็นผู้สนับสนุนความตายมากกว่าความจริง” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) จัสติน มรณสักขี, บทสนทนากับทริโฟ 35 (ANF 1): “สหายทั้งหลาย มีคนเป็นอันมากที่มาในพระนามของพระเยซู และสอนให้พูดและทำสิ่งที่ไม่ยำเกรงพระเจ้าและหมิ่นประมาท” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ↩︎
22ทิตัส 1:13 (KJV ไทย) “…เหตุฉะนั้นท่านจงต่อว่าเขาให้แรงๆเพื่อเขาจะได้มีความเชื่ออันถูกต้อง” ทิตัส 1:10–11 (KJV ไทย) “เพราะว่ามีคนเป็นอันมากที่ดื้อกระด้าง พูดมากไม่เป็นสาระ และหลอกลวง โดยเฉพาะบรรดาผู้ที่เข้าสุหนัต จำเป็นต้องให้เขาสงบปากเสีย ด้วยเขาพลิกบ้านคว่ำทั้งครัวเรือนให้เสียไป โดยสอนสิ่งที่ไม่ควรจะสอนเลย เพราะเห็นแก่เล็กแก่น้อย” ทิตัส 3:10 (KJV ไทย) “คนใดๆที่ยุให้แตกนิกายกัน เมื่อได้ตักเตือนเขาหนหนึ่งและสองหนแล้ว ก็จงปฏิเสธ” โรม 16:17–18 (KJV ไทย) “พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าจึงขอวิงวอนท่าน ให้สังเกตดูคนเหล่านั้นที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันและทำให้คนอื่นหลงไป ซึ่งเป็นการผิดคำสอนที่ท่านทั้งหลายได้เรียนมา จงเมินหน้าจากคนเหล่านั้น เพราะว่าคนเหล่านั้นไม่ได้ปรนนิบัติพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา แต่ได้ปรนนิบัติท้องของตัวเอง และได้ล่อลวงคนซื่อให้หลงด้วยคำดีคำอ่อนหวาน” 1 ทิโมธี 5:20 (KJV ไทย) “สำหรับผู้ปกครองที่ยังคงกระทำบาป จงว่ากล่าวเขาต่อหน้าคนทั้งปวง เพื่อผู้อื่นจะได้เกรงกลัวด้วย” 2 ยอห์น 10–11 (KJV ไทย) “ถ้าผู้ใดมาหาท่านและไม่นำพระโอวาทนี้มาด้วย อย่ารับเขาไว้ในเรือน และอย่าขอพรให้เขาเลย เพราะว่าผู้ที่ขอพรให้เขา ก็เข้าส่วนในการกระทำชั่วของเขานั้น” เอเฟซัส 5:11 (KJV ไทย) “และอย่าเข้าส่วนกับกิจการของความมืดอันไร้ผล แต่จงติเตียนกิจการเหล่านั้นดีกว่า” กาลาเทีย 2:11 (KJV ไทย) “แต่เมื่อเปโตรมาถึงอันทิโอกแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้คัดค้านท่านซึ่งๆหน้า เพราะว่าท่านทำผิดแน่” ฟีลิปปี 3:2 (KJV ไทย) “จงระวังพวกสุนัข จงระวังบรรดาคนที่ทำชั่ว จงระวังพวกถือการเชือดเนื้อเถือหนัง” โพลีคาร์ป, ถึงชาวฟีลิปปี 7 (ANF 1): “ผู้ใดก็ตามที่ไม่ยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ได้เสด็จมาในเนื้อหนัง ผู้นั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ↩︎
232 โครินธ์ 10:4–5 (KJV ไทย) “(เพราะว่าศาสตราวุธแห่งการสงครามของเราไม่เป็นฝ่ายเนื้อหนัง แต่มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่จากพระเจ้าที่จะทลายป้อมอันแข็งแกร่งลงได้) คือทำลายความคิด และทิฐิมานะทุกประการที่ตั้งตัวขึ้นขัดขวางความรู้ของพระเจ้า…” เอเฟซัส 6:11–17 (KJV ไทย) “จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าเพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้ เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือดแต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ เหตุฉะนั้นจงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้ เพื่อท่านจะได้ต่อต้านในวันอันชั่วร้ายนั้นและเมื่อเสร็จแล้วจะยืนมั่นได้ เหตุฉะนั้นท่านจงยืนมั่น เอาความจริงคาดเอว เอาความชอบธรรมเป็นทับทรวงเครื่องป้องกันอก และเอาข่าวประเสริฐแห่งสันติสุข ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความพรั่งพร้อมมาสวมเป็นรองเท้า และพร้อมกับสิ่งทั้งหมดนี้ จงเอาความเชื่อเป็นโล่ ด้วยโล่นั้นท่านจะได้ดับลูกศรเพลิงของผู้ชั่วร้ายนั้นเสีย จงเอาความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะและจงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือพระวจนะของพระเจ้า” ฮีบรู 4:12 (KJV ไทย) “เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้านั้นมีชีวิต และทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งจิตและวิญญาณ ตลอดข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย” เยเรมีย์ 1:10 (KJV ไทย) “ดูซิ ในวันนี้เราได้ตั้งเจ้าไว้เหนือบรรดาประชาชาติและเหนือราชอาณาจักรทั้งหลาย ให้ถอนออกและให้พังลง ให้ทำลายและให้คว่ำเสีย ให้สร้างและให้ปลูก”” เยเรมีย์ 23:29 (KJV ไทย) “พระเยโฮวาห์ตรัสว่า “ถ้อยคำของเราไม่เหมือนไฟหรือ หรือเหมือนค้อนที่ทุบหินให้แตกเป็นชิ้นๆ”” ปฐมกาล 3:4–5 (KJV ไทย) “งูจึงกล่าวแก่หญิงนั้นว่า “เจ้าจะไม่ตายแน่ เพราะว่าพระเจ้าทรงทราบว่า เจ้ากินผลไม้นั้นวันใด ตาของเจ้าจะสว่างขึ้นวันนั้น และเจ้าจะเป็นเหมือนพระที่รู้ดีรู้ชั่ว”” ยอห์น 8:44 (KJV ไทย) “ท่านทั้งหลายมาจากพ่อของท่านคือพญามาร และท่านใคร่จะทำตามความปรารถนาของพ่อท่าน มันเป็นฆาตกรตั้งแต่เดิมมา และมิได้ตั้งอยู่ในความจริง เพราะความจริงมิได้อยู่ในมัน เมื่อมันพูดมุสามันก็พูดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้มุสา และเป็นพ่อของการมุสา” มัทธิว 23:34–35 (KJV ไทย) “เหตุฉะนั้น ดูเถิด เราใช้พวกศาสดาพยากรณ์ พวกนักปราชญ์ และพวกธรรมาจารย์ต่างๆไปหาพวกเจ้า เจ้าก็ฆ่าเสียบ้าง ตรึงเสียที่กางเขนบ้าง เฆี่ยนตีในธรรมศาลาของเจ้าบ้าง ข่มเหงไล่ออกจากเมืองนี้ไปเมืองโน้นบ้าง ดังนั้นบรรดาโลหิตอันชอบธรรมซึ่งตกที่แผ่นดินโลก ตั้งแต่โลหิตของอาแบลผู้ชอบธรรมจนถึงโลหิตของเศคาริยาห์บุตรชายบารัคยา ที่พวกเจ้าได้ฆ่าเสียในระหว่างพระวิหารกับแท่นบูชานั้น ย่อมตกบนพวกเจ้าทั้งหลาย” ลูกา 11:49–51 (KJV ไทย) “เหตุฉะนั้น พระปัญญาของพระเจ้าก็ตรัสด้วยว่า ‘เราจะใช้พวกศาสดาพยากรณ์และอัครสาวกไปหาเขา และเขาจะฆ่าเสียบ้าง และข่มเหงบ้าง’ เพื่อคนยุคนี้แหละจะต้องรับผิดชอบในเรื่องโลหิตของบรรดาศาสดาพยากรณ์ ซึ่งต้องไหลออกตั้งแต่แรกสร้างโลก คือตั้งแต่โลหิตของอาแบล จนถึงโลหิตของเศคาริยาห์ที่ถูกฆ่าตายระหว่างแท่นบูชากับพระวิหาร เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนยุคนี้จะต้องรับผิดชอบในโลหิตนั้น” ↩︎
242 โครินธ์ 11:14 (KJV ไทย) “การกระทำเช่นนั้นไม่แปลกประหลาดเลย ถึงซาตานเองก็ยังปลอมตัวเป็นทูตสวรรค์แห่งความสว่างได้” 2 โครินธ์ 11:15 (KJV ไทย) “เหตุฉะนั้นจึงไม่เป็นการแปลกอะไรที่ผู้รับใช้ของซาตานจะปลอมตัวเป็นผู้รับใช้ของความชอบธรรม ท้ายที่สุดของเขาจะเป็นไปตามการกระทำของเขา” อาทานาซีอัส, ชีวประวัติของอันโตนี 25, 35–36 (NPNF2 4): พวกผีปิศาจ “ปลอมตัวเป็นนักพรตและแสร้งพูดอย่างผู้บริสุทธิ์” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 4) และเกี่ยวกับนิมิตที่แท้จริงว่า “แทนที่สิ่งนั้นก็มีความชื่นชมยินดีอันเหลือที่จะพรรณนา ความเบิกบานใจ ความกล้าหาญ กำลังที่ฟื้นคืนมา ความสงบแห่งความคิด” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 4) และเกี่ยวกับวิญญาณชั่วว่า “ความกลัวในใจ ความวุ่นวายและความสับสนแห่งความคิด ความหดหู่” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 4) ↩︎
25มัทธิว 24:5 (KJV ไทย) “ด้วยว่าจะมีหลายคนมาต่างอ้างนามของเรา กล่าวว่า ‘เราเป็นพระคริสต์’ เขาจะล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป” มัทธิว 24:11 (KJV ไทย) “จะมีผู้พยากรณ์เท็จหลายคนเกิดขึ้นและล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป” มัทธิว 24:24 (KJV ไทย) “ด้วยว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จและผู้พยากรณ์เทียมเท็จเกิดขึ้นหลายคน และจะทำหมายสำคัญอันใหญ่และการมหัศจรรย์ ถ้าเป็นไปได้จะล่อลวงแม้ผู้ที่ทรงเลือกสรรให้หลง” วิวรณ์ 12:9 (KJV ไทย) “พญานาคใหญ่ซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์ ที่เขาเรียกกันว่า พญามารและซาตาน ผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลก พญานาคและพวกทูตของมันก็ถูกผลักทิ้งลงมาในแผ่นดินโลก” 2 เธสะโลนิกา 2:9–11 (KJV ไทย) “คือผู้นั้นที่มาโดยการดลบันดาลของซาตาน พร้อมกับบรรดาการอิทธิฤทธิ์และหมายสำคัญ และการมหัศจรรย์แห่งความเท็จ และอุบายอธรรมทั้งหลายสำหรับคนเหล่านั้นที่พินาศอยู่ เพราะเขาทั้งหลายไม่ได้รับความรักแห่งความจริงไว้เพื่อจะรอดได้ เพราะเหตุนี้พระเจ้าจึงทรงให้ความลุ่มหลงมาครอบงำเขา ให้เขาเชื่อสิ่งที่เท็จ” 1 ทิโมธี 4:1 (KJV ไทย) “บัดนี้ พระวิญญาณได้ตรัสไว้อย่างชัดแจ้งว่า ในกาลภายหลังจะมีบางคนละทิ้งความเชื่อ โดยหันไปเชื่อฟังวิญญาณที่ล่อลวง และฟังคำสอนของพวกผีปิศาจ” ↩︎
26มัทธิว 28:18–20 (KJV ไทย) “พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้ แล้วตรัสกับเขาว่า “ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดี ทรงมอบไว้แก่เราแล้ว เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกท่านไว้ ดูเถิด เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นโลกเอเมน”” มาระโก 16:15 (KJV ไทย) “ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลกประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน” ลูกา 24:46–48 (KJV ไทย) “พระองค์ตรัสกับเขาว่า “มีคำเขียนไว้อย่างนั้นว่า พระคริสต์จะต้องทนทุกข์ทรมาน และเป็นขึ้นมาจากความตายในวันที่สาม และจะต้องประกาศในพระนามของพระองค์เรื่องการกลับใจใหม่ และเรื่องยกบาปทั่วทุกประเทศ ตั้งต้นที่กรุงเยรูซาเล็ม ท่านทั้งหลายเป็นพยานด้วยข้อความเหล่านั้น” กิจการ 1:8 (KJV ไทย) “แต่ท่านทั้งหลายจะได้รับพระราชทานฤทธิ์เดช เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมาเหนือท่าน และท่านทั้งหลายจะเป็นพยานฝ่ายเราทั้งในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย แคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก”” มัทธิว 24:14 (KJV ไทย) “ข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักรนี้จะประกาศไปทั่วโลกให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง” โรม 10:14–18 (KJV ไทย) “แต่ผู้ที่ยังไม่เชื่อในพระองค์จะทูลขอต่อพระองค์อย่างไรได้ และผู้ที่ยังไม่ได้ยินถึงพระองค์จะเชื่อในพระองค์อย่างไรได้ และเมื่อไม่มีผู้ใดประกาศให้เขาฟัง เขาจะได้ยินอย่างไรได้ และถ้าไม่มีใครใช้เขาไป เขาจะไปประกาศอย่างไรได้ ตามที่มีคำเขียนไว้แล้วว่า ‘เท้าของคนเหล่านั้นที่ประกาศข่าวประเสริฐแห่งสันติสุข และประกาศข่าวประเสริฐแห่งสิ่งอันประเสริฐ ก็งามสักเท่าใด’ แต่มิใช่ทุกคนได้เชื่อฟังข่าวประเสริฐนั้น เพราะอิสยาห์ได้กล่าวไว้ว่า ‘พระองค์เจ้าข้า ใครเล่าได้เชื่อสิ่งที่เขาได้ยินจากเราทั้งหลาย’ ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ยิน และการได้ยินเกิดขึ้นได้ก็เพราะการประกาศพระวจนะของพระเจ้า ข้าพเจ้าถามว่า “เขาทั้งหลายไม่ได้ยินหรือ” เขาได้ยินแล้วจริงๆ ‘เสียงของพวกเขากระจายออกไปทั่วแผ่นดินโลก และถ้อยคำของพวกเขาประกาศออกไปถึงที่สุดปลายพิภพ’” วิวรณ์ 14:6 (KJV ไทย) “แล้วข้าพเจ้าได้เห็นทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งที่บินอยู่ในท้องฟ้า เพื่อประกาศข่าวประเสริฐอันเป็นอมตะแก่คนทั้งหลายที่อยู่ในโลก แก่ทุกชาติ ทุกตระกูล ทุกภาษา และประชากร” ยูเซบิอัส, ประวัติศาสตร์คริสตจักร III.1 (NPNF2 1): “ตามประเพณีที่สืบกันมา ปาร์เธียได้ตกเป็นเขตงานของโธมัส ไซเธียเป็นของอันดรูว์ และเอเชียเป็นของยอห์น…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 1) เทอร์ทูลเลียน, คำแก้ต่าง 37 (ANF 3): “เราเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง แต่เราก็ได้เต็มไปทุกแห่งในหมู่ท่านทั้งหลายแล้ว…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 3) ↩︎
27กิจการ 2:42 (KJV ไทย) “เขาทั้งหลายได้ตั้งมั่นคงอยู่ในคำสอนของจำพวกอัครสาวก และในการสามัคคีธรรม และร่วมใจกันในการหักขนมปัง และการอธิษฐาน” 2 เธสะโลนิกา 2:15 (KJV ไทย) “เหตุฉะนั้น พี่น้องทั้งหลาย จงมั่นคงไว้ และยึดถือโอวาทที่ท่านได้เรียนแล้ว ไม่ว่าจะด้วยคำพูด หรือด้วยจดหมายของเรา” 1 โครินธ์ 11:2 (KJV ไทย) “พี่น้องทั้งหลาย บัดนี้ข้าพเจ้าขอชมท่านทั้งหลายเพราะท่านได้ระลึกถึงข้าพเจ้าทุกประการ และท่านได้รักษากฎที่ข้าพเจ้าได้มอบไว้กับท่าน” 1 โครินธ์ 15:1–4 (KJV ไทย) “ยิ่งกว่านี้ พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอให้ท่านคำนึงถึงข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าเคยประกาศแก่ท่านทั้งหลาย ซึ่งท่านได้ยอมรับไว้ อันเป็นฐานซึ่งท่านทั้งหลายตั้งมั่นอยู่ และซึ่งทำให้ท่านรอดด้วย ถ้าท่านยึดหลักคำสอนที่ข้าพเจ้าได้ประกาศไว้แก่ท่านทั้งหลายนั้น เว้นเสียแต่ท่านได้เชื่ออย่างไร้ประโยชน์ เรื่องซึ่งข้าพเจ้ารับไว้นั้น ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่านทั้งหลายก่อน คือว่าพระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์เพราะบาปของเราทั้งหลาย ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ และทรงถูกฝังไว้ แล้ววันที่สามพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาใหม่ตามที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์นั้น” ยูดาส 3 (KJV ไทย) “ท่านที่รักทั้งหลาย เมื่อข้าพเจ้าพากเพียรเขียนถึงท่านทั้งหลายในเรื่องเกี่ยวกับความรอดสำหรับคนทั่วไปนั้น ข้าพเจ้าก็เห็นว่า ข้าพเจ้าจำเป็นต้องเขียนเตือนสติท่านให้ต่อสู้อย่างจริงจังเพื่อความเชื่อซึ่งครั้งหนึ่งได้ทรงโปรดมอบไว้แก่วิสุทธิชนแล้ว” 1 เธสะโลนิกา 5:21 (KJV ไทย) “จงพิสูจน์ทุกสิ่ง สิ่งที่ดีนั้นจงยึดถือไว้ให้มั่น” ↩︎
28มาระโก 7:7–8 (KJV ไทย) “เขานมัสการเราโดยหาประโยชน์มิได้ ด้วยเอาบทบัญญัติของมนุษย์มาอวดอ้างว่า เป็นพระดำรัสสอน’ เจ้าทั้งหลายละพระบัญญัติของพระเจ้า และกลับไปถือตามประเพณีของมนุษย์…” มาระโก 7:13 (KJV ไทย) “เจ้าทั้งหลายจึงทำให้พระวจนะของพระเจ้าเป็นหมันไปด้วยประเพณีของพวกท่านซึ่งพวกท่านได้สอนไว้ และสิ่งอื่นๆเช่นนี้อีกหลายสิ่ง เจ้าทั้งหลายก็ทำอยู่”” มัทธิว 15:9 (KJV ไทย) “เขานมัสการเราโดยหาประโยชน์มิได้ ด้วยเอาบทบัญญัติของมนุษย์มาอวดอ้างว่า เป็นพระดำรัสสอน’”” อิสยาห์ 29:13 (KJV ไทย) “และองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เพราะชนชาตินี้เข้ามาใกล้เราด้วยปากของเขา และให้เกียรติเราด้วยริมฝีปากของเขา แต่เขาให้จิตใจของเขาห่างไกลจากเรา เขายำเกรงเราเพียงแต่เหมือนเป็นข้อบังคับของมนุษย์ที่สอนกันมา” โคโลสี 2:8 (KJV ไทย) “จงระวังให้ดี เกรงว่าจะมีผู้ใดทำให้ท่านตกเป็นเหยื่อด้วยหลักปรัชญาและด้วยคำล่อลวงอันไม่มีสาระ ตามธรรมเนียมของมนุษย์ ตามหลักการต่างๆที่เป็นของโลก ไม่ใช่ตามพระคริสต์” โคโลสี 2:20–22 (KJV ไทย) “ถ้าท่านตายกับพระคริสต์พ้นจากหลักการต่างๆที่เป็นของโลกแล้ว เหตุไฉนท่านจึงมีชีวิตอยู่เหมือนกับว่าท่านยังอยู่ฝ่ายโลก ยอมอยู่ใต้กฎต่างๆ (เช่น “อย่าแตะต้อง” “อย่าชิม” “อย่าเอามือหยิบ” ซึ่งทั้งหมดจะพินาศเมื่อทำดังนั้น) อันเป็นหลักธรรมและคำสอนของมนุษย์” ทิตัส 1:14 (KJV ไทย) “และจะมิได้สนใจในนิยายของพวกยิว และในบทบัญญัติของมนุษย์ซึ่งให้หันไปเสียจากความจริง” เทอร์ทูลเลียน, ว่าด้วยการคลุมศีรษะของหญิงพรหมจารี 1 (ANF 4): “แต่พระคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้ทรงขนานพระนามพระองค์เองว่าความจริง มิใช่ขนบธรรมเนียม” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 4) ซีเปรียน, จดหมาย 73.9 (ANF 5; Oxford 74): “…เพราะขนบธรรมเนียมที่ปราศจากความจริงก็คือความเก่าแก่ของความผิดพลาด” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 5) อีเรเนอัส, ต่อต้านลัทธินอกรีต III.4.1–2: “เหตุฉะนั้น เมื่อเรามีหลักฐานเช่นนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องแสวงหาความจริงในหมู่คนอื่น ซึ่งหาได้ง่ายจากคริสตจักร… ดังนั้น โดยอาศัยธรรมประเพณีโบราณของอัครสาวกนั้น พวกเขาจึงไม่ยอมให้จิตใจของตนนึกคิดสิ่งใดตาม [หลักคำสอนที่ชักนำโดย] ถ้อยคำอันพิสดารของอาจารย์เหล่านี้…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) วินเซนต์แห่งเลแร็งส์, Commonitorium 2 (NPNF2 11): “เรายึดถือความเชื่อที่ได้รับการเชื่อถือในทุกแห่ง ทุกเวลา และโดยทุกคน” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 11) ↩︎
291 ทิโมธี 4:1 (KJV ไทย) “บัดนี้ พระวิญญาณได้ตรัสไว้อย่างชัดแจ้งว่า ในกาลภายหลังจะมีบางคนละทิ้งความเชื่อ โดยหันไปเชื่อฟังวิญญาณที่ล่อลวง และฟังคำสอนของพวกผีปิศาจ” 1 ทิโมธี 4:2–3 (KJV ไทย) “การหน้าซื่อใจคดของคนที่พูดโกหก คือทำไปทั้งรู้ๆเหมือนอย่างกับเอาเหล็กแดงนาบลงไปบนจิตสำนึกผิดชอบของเขา เขาห้ามทำการสมรส ไม่ให้รับประทานอาหารซึ่งพระเจ้าทรงสร้างไว้ให้ผู้ที่เชื่อและรู้จักความจริงรับประทานด้วยขอบพระคุณ” ยากอบ 3:15 (KJV ไทย) “ปัญญาเช่นนี้ไม่ได้มาจากเบื้องบน แต่เป็นปัญญาอย่างโลก และเป็นเดียรัจฉานตัณหา และเป็นเช่นปิศาจ” 2 โครินธ์ 11:3–4 (KJV ไทย) “แต่ข้าพเจ้าเกรงว่างูนั้นได้ล่อลวงนางเอวาด้วยอุบายของมันฉันใด จิตใจของท่านก็จะถูกล่อลวงให้หลงไปจากความบริสุทธิ์ ซึ่งมีอยู่ในพระคริสต์โดยวิธีหนึ่งวิธีใดฉันนั้น เพราะว่าถ้าคนใดจะมาเทศนาสั่งสอนถึงพระเยซูอีกองค์หนึ่ง ซึ่งแตกต่างกับที่เราได้เทศนาสั่งสอนนั้น หรือถ้าท่านจะรับวิญญาณอื่นซึ่งแตกต่างกับที่ท่านได้รับแต่ก่อน หรือรับข่าวประเสริฐอื่นซึ่งแตกต่างกับที่ท่านได้รับไว้แล้ว แหมท่านทั้งหลายช่างอดทนสนใจฟังเขาเสียจริงๆ” ↩︎
30ยอห์น 17:21 (KJV ไทย) “เพื่อเขาทั้งหลายจะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังที่พระองค์คือพระบิดาทรงสถิตในข้าพระองค์ และข้าพระองค์ในพระองค์ เพื่อให้เขาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระองค์และกับข้าพระองค์ด้วย เพื่อโลกจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มา” ยอห์น 17:20–23 (KJV ไทย) “ข้าพระองค์มิได้อธิษฐานเพื่อคนเหล่านี้พวกเดียว แต่เพื่อคนทั้งปวงที่จะเชื่อในข้าพระองค์เพราะถ้อยคำของเขา เพื่อเขาทั้งหลายจะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังที่พระองค์คือพระบิดาทรงสถิตในข้าพระองค์ และข้าพระองค์ในพระองค์ เพื่อให้เขาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระองค์และกับข้าพระองค์ด้วย เพื่อโลกจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มา เกียรติซึ่งพระองค์ได้ประทานแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้มอบให้แก่เขา เพื่อเขาจะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังที่พระองค์กับข้าพระองค์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้น ข้าพระองค์อยู่ในเขา และพระองค์ทรงอยู่ในข้าพระองค์ เพื่อเขาทั้งหลายจะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างสมบูรณ์ และเพื่อโลกจะได้รู้ว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มา และพระองค์ทรงรักเขาเหมือนดังที่พระองค์ทรงรักข้าพระองค์” เอเฟซัส 4:3–6 (KJV ไทย) “จงเพียรพยายามเอาสันติสุขผูกมัดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของพระวิญญาณ มีกายเดียวและมีพระวิญญาณองค์เดียว เหมือนมีความหวังใจอันเดียวที่เนื่องในการที่ทรงเรียกท่าน มีองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว ความเชื่อเดียว บัพติศมาเดียว พระเจ้าองค์เดียวผู้เป็นพระบิดาของคนทั้งปวง ผู้ทรงอยู่เหนือคนทั้งปวง และทั่วคนทั้งปวง และในท่านทั้งปวง” เอเฟซัส 4:13 (KJV ไทย) “จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อและในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า จนกว่าเราจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่คือเต็มถึงขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์” 1 โครินธ์ 1:10 (KJV ไทย) “พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านในพระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอให้ท่านเห็นพร้อมกันในทางวาจา และไม่มีการแตกแยกกันระหว่างพวกท่าน แต่ขอให้ท่านเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในทางความคิดและตัดสินอย่างเดียวกัน” โรม 12:5 (KJV ไทย) “พวกเราผู้เป็นหลายคนยังเป็นกายอันเดียวในพระคริสต์ และเป็นอวัยวะแก่กันและกันฉันนั้น” โคโลสี 3:14–15 (KJV ไทย) “แล้วจงสวมความรักทับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เพราะความรักย่อมผูกพันทุกสิ่งไว้ให้ถึงซึ่งความสมบูรณ์ และจงให้สันติสุขแห่งพระเจ้าครอบครองอยู่ในใจของท่านทั้งหลาย ในสันติสุขนั้นทรงเรียกท่านทั้งหลายไว้ให้เป็นกายอันเดียวด้วย และท่านทั้งหลายจงขอบพระคุณ” เพลงสดุดี 133:1 (KJV ไทย) “ดูเถิด ซึ่งพี่น้องอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ก็เป็นการดีและน่าชื่นใจมากสักเท่าใด” 1 เคลเมนต์ 46 (ANF 1): “เหตุใดจึงมีการวิวาท ความวุ่นวาย การแตกแยก การแบ่งพรรคแบ่งพวก และสงครามในหมู่ท่านทั้งหลาย?” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) อิกเนเชียส, ถึงชาวเอเฟซัส 4–5: “เหตุฉะนั้น จึงเป็นประโยชน์ที่ท่านทั้งหลายจะดำเนินชีวิตในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอันไม่มีที่ติ เพื่อท่านจะได้ร่วมสามัคคีธรรมกับพระเจ้าเสมอ … ข้าพเจ้ายิ่งนับว่าท่านทั้งหลายเป็นสุขมากเพียงใด ที่ได้ผูกพันกับท่านเหมือนอย่างที่คริสตจักรผูกพันกับพระเยซูคริสต์ และอย่างที่พระเยซูคริสต์ทรงผูกพันกับพระบิดา เพื่อสิ่งสารพัดจะได้ลงรอยกันในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน!” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1); ถึงชาวฟีลาเดลเฟีย 3: “ถ้าผู้ใดติดตามคนที่ทำให้เกิดการแตกแยกในคริสตจักร ผู้นั้นจะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ซีเปรียน, ว่าด้วยเอกภาพของคริสตจักร 5–6: “และเอกภาพนี้เราควรยึดถือไว้อย่างมั่นคงและยืนยัน โดยเฉพาะพวกเราที่เป็นบิชอปผู้เป็นประธานในคริสตจักร เพื่อเราจะพิสูจน์ได้ด้วยว่าตำแหน่งบิชอปนั้นเป็นหนึ่งเดียวและไม่แบ่งแยก … ผู้ที่ไม่มีคริสตจักรเป็นมารดาก็ไม่อาจมีพระเจ้าเป็นพระบิดาได้อีกต่อไป” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) ↩︎
31มัทธิว 24:21 (KJV ไทย) “ด้วยว่าในคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่ง อย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่เริ่มโลกมาจนถึงเวลานี้ และจะไม่มีต่อไปอีกเลย” มัทธิว 24:22 (KJV ไทย) “และถ้ามิได้ทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า จะไม่มีเนื้อหนังใดๆรอดได้เลย แต่เพราะทรงเห็นแก่ผู้ที่เลือกสรรไว้ จึงทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า” มัทธิว 24:29 (KJV ไทย) “แต่พอสิ้นความทุกข์ลำบากแห่งวันเหล่านั้นแล้ว ‘ดวงอาทิตย์จะมืดไปและดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง ดวงดาวทั้งปวงจะตกจากฟ้า และบรรดาสิ่งที่มีอำนาจในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้านไป’” มาระโก 13:19–20 (KJV ไทย) “ด้วยว่าในคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากอย่างที่ไม่เคยมี ตั้งแต่พระเจ้าทรงสร้างโลกมาจนถึงเวลานี้ และจะไม่มีต่อไปอีกเลย ถ้าองค์พระผู้เป็นเจ้ามิได้ทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า จะไม่มีเนื้อหนังใดๆรอดได้เลย แต่เพราะทรงเห็นแก่ผู้ถูกเลือกสรรซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้ พระองค์จึงทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า” ดาเนียล 12:1 (KJV ไทย) ““ในครั้งนั้น มีคาเอล เจ้าผู้พิทักษ์ยิ่งใหญ่ ผู้คุ้มกันชนชาติของท่านจะลุกขึ้น และจะมีเวลายากลำบากอย่างไม่เคยมีมาตั้งแต่ครั้งมีประชาชาติจนถึงสมัยนั้น แต่ในครั้งนั้นชนชาติของท่านจะรับการช่วยให้พ้น คือทุกคนที่มีชื่อบันทึกไว้ในหนังสือ” ดาเนียล 7:21–25 (KJV ไทย) “เมื่อข้าพเจ้ามองดู เขานี้ทำสงครามกับวิสุทธิชนและชนะ จนถึงผู้เจริญด้วยวัยวุฒิเสด็จมาถึงและทรงให้มีการพิพากษาให้แก่วิสุทธิชนขององค์ผู้สูงสุดนั้น และจนสมัยเมื่อวิสุทธิชนรับราชอาณาจักรมาถึง ท่านผู้นั้นกล่าวดังนี้ว่า ‘เรื่องสัตว์ตัวที่สี่จะมีราชอาณาจักรที่สี่บนพิภพซึ่งจะผิดกับราชอาณาจักรทั้งสิ้น และจะกินทั้งพิภพนี้เสียและเหยียบพิภพลง และหักพิภพนั้นให้แตกออกเป็นชิ้นๆ ส่วนเรื่องเขาสิบเขานั้นจากราชอาณาจักรนี้จะมีกษัตริย์สิบพระองค์เกิดขึ้น และมีกษัตริย์อีกองค์หนึ่งเกิดขึ้นภายหลัง ผิดแปลกกว่ากษัตริย์ที่มีมาก่อน และจะโค่นกษัตริย์เสียสามองค์ ท่านจะพูดคำกล่าวร้ายองค์ผู้สูงสุด และจะให้วิสุทธิชนขององค์ผู้สูงสุดนั้นอิดหนาระอาใจ และจะคิดเปลี่ยนแปลงบรรดาวาระและพระราชบัญญัติ และเขาทั้งหลายจะถูกมอบไว้ในมือของท่าน ตลอดหนึ่งวาระ สองวาระ กับครึ่งวาระ” วิวรณ์ 7:14 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าตอบท่านว่า “ท่านเจ้าข้า ท่านก็ทราบอยู่แล้ว” ท่านจึงบอกข้าพเจ้าว่า “คนเหล่านี้คือคนที่มาจากความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่ พวกเขาได้ชำระล้างเสื้อผ้าของเขาในพระโลหิตของพระเมษโปดกจนเสื้อผ้านั้นขาวสะอาด” วิวรณ์ 13:7 (KJV ไทย) “และยอมให้มันทำสงครามกับพวกวิสุทธิชน และชนะเขา…” ดีดาเค 16 (ANF 7): “จงเฝ้าระวังเพื่อชีวิตของท่าน … จงเตรียมพร้อมไว้ เพราะท่านไม่รู้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราจะเสด็จมาในโมงใด” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 7) จดหมายของบารนาบัส 4: “สิ่งสะดุดสุดท้าย (หรือต้นเหตุแห่งอันตราย) กำลังใกล้เข้ามา ซึ่งมีเขียนไว้ถึงเรื่องนี้ ดังที่เอโนคกล่าว…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ); ซีริลแห่งเยรูซาเล็ม, คำบรรยายคำสอนคริสตศาสนา 15: “ใครเล่าคือผู้ที่ได้รับพระพร ที่จะเป็นพยานถึงพระคริสต์ด้วยความเลื่อมใสในเวลานั้น? … เพราะบรรดามรณสักขีจนถึงบัดนี้ได้ต่อสู้กับมนุษย์เท่านั้น แต่ในสมัยของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ พวกเขาจะต่อสู้กับซาตานเองโดยตรง” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) ↩︎
32ดูหมายเหตุ 7 ↩︎
331 ยอห์น 2:18 (KJV ไทย) “ลูกเล็กๆทั้งหลายเอ๋ย บัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแล้ว และตามที่ท่านทั้งหลายได้ยินได้ฟังมาว่า ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์จะมา บัดนี้ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ก็มีอยู่มากแล้ว…” 1 ยอห์น 2:22 (KJV ไทย) “ใครเล่าเป็นผู้ที่พูดมุสา ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นผู้ที่ปฏิเสธว่าพระเยซูมิใช่พระคริสต์ ผู้ใดที่ปฏิเสธพระบิดาและพระบุตร ผู้นั้นแหละเป็นปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์” 1 ยอห์น 4:3 (KJV ไทย) “และวิญญาณทั้งปวงที่ไม่ยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ได้เสด็จมาเป็นมนุษย์ วิญญาณนั้นก็ไม่ได้มาจากพระเจ้า วิญญาณนั้นแหละเป็นปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ ซึ่งท่านทั้งหลายได้ยินว่าจะมา และบัดนี้ก็อยู่ในโลกแล้ว” 2 ยอห์น 7 (KJV ไทย) “เพราะว่ามีผู้ล่อลวงเป็นอันมากออกเที่ยวไปในโลก คือคนที่ไม่รับว่าพระเยซูคริสต์ได้เสด็จมาเป็นมนุษย์ คนนั้นแหละเป็นผู้ล่อลวงและเป็นปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์” 2 เธสะโลนิกา 2:3–10 (KJV ไทย) “อย่าให้ผู้หนึ่งผู้ใดล่อลวงท่านโดยทางหนึ่งทางใดเลย เพราะว่าวันนั้นจะไม่มาถึง เว้นแต่จะมีการล้มลงเสียก่อน และคนแห่งการบาปนั้นจะประจักษ์แจ้ง คือลูกแห่งความพินาศ ผู้กีดกั้นขัดขวางและยกตัวขึ้นต่อสู้อะไรๆที่ได้ชื่อว่าเป็นพระเจ้า หรืออะไรๆที่เขาไหว้นมัสการนั้น แล้วมันก็นั่งในพระวิหารของพระเจ้าเหมือนอย่างพระเจ้า ประกาศตัวว่าเป็นพระเจ้า ท่านทั้งหลายจำไม่ได้หรือว่าเมื่อข้าพเจ้ายังอยู่กับท่าน ข้าพเจ้าได้บอกเรื่องนี้ให้ท่านทราบแล้ว และท่านก็รู้จักผู้นั้นที่กำลังหน่วงเหนี่ยวมันไว้ในขณะนี้ เพื่อมันจะปรากฏออกมาได้ต่อเมื่อถึงเวลาของมัน เพราะว่าอำนาจลึกลับนอกกฎหมายนั้นก็เริ่มทำงานอยู่แล้ว เพียงแต่ผู้ที่คอยหน่วงเหนี่ยวเดี๋ยวนี้นั้นจะยังหน่วงเหนี่ยวอยู่ จนกว่าผู้ที่คอยหน่วงเหนี่ยวนั้นจะถูกพาออกไปเสีย ขณะนั้นคนนอกกฎหมายนั้นจะปรากฏตัวขึ้น และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงประหารมันด้วยลมพระโอษฐ์ของพระองค์ และจะทรงผลาญให้สูญไปด้วยการปรากฏแห่งการเสด็จมาของพระองค์ คือผู้นั้นที่มาโดยการดลบันดาลของซาตาน พร้อมกับบรรดาการอิทธิฤทธิ์และหมายสำคัญ และการมหัศจรรย์แห่งความเท็จ และอุบายอธรรมทั้งหลายสำหรับคนเหล่านั้นที่พินาศอยู่ เพราะเขาทั้งหลายไม่ได้รับความรักแห่งความจริงไว้เพื่อจะรอดได้” วิวรณ์ 13:1–8 (KJV ไทย) “และข้าพเจ้าได้ยืนอยู่ที่หาดทรายชายทะเล และเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากทะเล มันมีเจ็ดหัวและสิบเขา ที่เขาทั้งสิบนั้นมีมงกุฎสิบอัน และมีชื่อที่เป็นคำหมิ่นประมาทจารึกไว้ที่หัวทั้งหลายของมัน สัตว์ร้ายที่ข้าพเจ้าได้เห็นนั้น เหมือนเสือดาว และเท้าเหมือนเท้าหมี และปากเหมือนปากสิงโต และพญานาคได้ให้ฤทธิ์ของมัน และที่นั่งของมัน และสิทธิอำนาจอันใหญ่ยิ่งแก่สัตว์ร้ายนั้น ข้าพเจ้าได้เห็นว่าหัวๆหนึ่งของสัตว์ร้ายดูเหมือนถูกฟันปางตาย แต่แผลที่ถูกฟันนั้นรักษาหายแล้ว คนทั้งโลกติดตามสัตว์ร้ายนั้นไปด้วยความอัศจรรย์ใจ เขาทั้งหลายได้บูชาพญานาคที่ได้ให้อำนาจแก่สัตว์ร้ายนั้น เขาได้บูชาสัตว์ร้ายนั้น กล่าวว่า “ใครจะเปรียบปานสัตว์นี้ได้ และใครสามารถจะทำสงครามกับสัตว์นี้ได้” และยอมให้สัตว์ร้ายนั้นมีปากที่พูดคำกล่าวร้ายและหมิ่นประมาท และยอมให้มันใช้อำนาจกระทำอย่างนั้นตลอดสี่สิบสองเดือน มันกล่าวคำหมิ่นประมาทต่อพระเจ้า เพื่อหมิ่นประมาทต่อพระนามของพระองค์ ต่อพลับพลาของพระองค์ และต่อผู้ที่อยู่ในสวรรค์ และยอมให้มันทำสงครามกับพวกวิสุทธิชน และชนะเขา และให้มันมีอำนาจเหนือชนทุกตระกูล ทุกภาษา และทุกประชาชาติ และบรรดาคนที่อยู่ในแผ่นดินโลกจะบูชาสัตว์ร้ายนั้น คือคนทั้งปวงที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดก ผู้ทรงถูกปลงพระชนม์ตั้งแต่แรกทรงสร้างโลก” วิวรณ์ 17:12–14 (KJV ไทย) “เขาทั้งสิบเขาที่ท่านได้เห็นนั้นคือกษัตริย์สิบองค์ที่ยังไม่ได้เสวยราชสมบัติ แต่จะรับอำนาจอย่างกษัตริย์ด้วยกันกับสัตว์ร้ายนั้นหนึ่งชั่วโมง กษัตริย์ทั้งหลายนั้นมีน้ำพระทัยอย่างเดียวกัน และทรงมอบฤทธิ์และอำนาจของตนไว้แก่สัตว์ร้ายนั้น กษัตริย์เหล่านี้จะกระทำสงครามกับพระเมษโปดก และพระเมษโปดกจะทรงชนะพวกเขา เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งหลาย และทรงเป็นพระมหากษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย และผู้ที่อยู่กับพระองค์นั้นเป็นผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียก และทรงเลือกไว้ และเป็นผู้ที่สัตย์ซื่อ”” ดาเนียล 7:8 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าพิเคราะห์เรื่องเขาเหล่านั้น ดูเถิด มีอีกเขาหนึ่งเล็กๆงอกขึ้นมาท่ามกลางเขาเหล่านั้น เขารุ่นแรกสามเขาได้ถูกถอนรากออกไปต่อหน้ามัน และดูเถิด ในเขาอันนี้มีตาเหมือนตามนุษย์ มีปากพูดเรื่องใหญ่โต” ดาเนียล 7:25 (KJV ไทย) “ท่านจะพูดคำกล่าวร้ายองค์ผู้สูงสุด และจะให้วิสุทธิชนขององค์ผู้สูงสุดนั้นอิดหนาระอาใจ และจะคิดเปลี่ยนแปลงบรรดาวาระและพระราชบัญญัติ และเขาทั้งหลายจะถูกมอบไว้ในมือของท่าน ตลอดหนึ่งวาระ สองวาระ กับครึ่งวาระ” อีเรเนอัส, ต่อต้านลัทธินอกรีต V.25.1 (ANF 1): ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ “ซึ่งเป็นผู้ละทิ้งความเชื่อและเป็นโจร ปรารถนาจะได้รับการนมัสการเหมือนเป็นพระเจ้า” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1); V.30.2–3: “…ก็ให้พวกเขารอคอยเป็นอันดับแรกถึงการแบ่งอาณาจักรออกเป็นสิบ แล้วต่อมา เมื่อกษัตริย์เหล่านี้กำลังครอบครอง และเริ่มจัดกิจการของตนให้เป็นระเบียบ และขยายอาณาจักรของตน [ก็ให้พวกเขาเรียนรู้] ที่จะยอมรับว่าผู้ที่จะมาอ้างอาณาจักรเป็นของตนเอง และจะทำให้คนเหล่านั้นที่เราได้กล่าวถึงหวาดกลัว โดยมีชื่อซึ่งมีจำนวนที่กล่าวมาแล้วนั้น แท้จริงคือสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนซึ่งกระทำให้เกิดการรกร้างว่างเปล่า … เหตุฉะนั้น การรอคอยให้คำพยากรณ์สำเร็จจึงแน่นอนกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า การคาดเดาและการเที่ยวค้นหาชื่อใดๆที่อาจปรากฏขึ้น…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ฮิปโปลิทัส, ว่าด้วยพระคริสต์และปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์: “บัดนี้ ดังที่พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ผู้ทรงเป็นพระเจ้าด้วย ได้ถูกพยากรณ์ไว้ในรูปของสิงโต เพราะความเป็นกษัตริย์และสง่าราศีของพระองค์ ในทำนองเดียวกัน พระคัมภีร์ก็ได้กล่าวไว้ก่อนแล้วถึงปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ว่าเป็นสิงโต” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) ซีริลแห่งเยรูซาเล็ม, คำบรรยายคำสอนคริสตศาสนา 15.12 (NPNF2 7): “กษัตริย์สิบองค์ของชาวโรมันจะเกิดขึ้นพร้อมกัน … และหลังจากพวกเขาจะมีองค์ที่สิบเอ็ด คือปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 7) ↩︎
34กาลาเทีย 1:6–9 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าประหลาดใจนักที่ท่านทั้งหลายได้ผินหน้าหนีโดยเร็วจากพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกท่านให้เข้าในพระคุณของพระคริสต์ และได้ไปหาข่าวประเสริฐอื่น ซึ่งมิใช่อย่างอื่นดอก แต่ว่ามีบางคนที่ทำให้ท่านยุ่งยาก และปรารถนาที่จะบิดเบือนข่าวประเสริฐของพระคริสต์ แต่แม้ว่าเราเองหรือทูตสวรรค์ ถ้าประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่ท่าน ซึ่งขัดกับข่าวประเสริฐที่เราได้ประกาศแก่ท่านไปแล้วก็ให้ผู้นั้นถูกสาปแช่ง ตามที่เราได้พูดไว้ก่อนแล้ว บัดนี้ข้าพเจ้าพูดอีกว่า ถ้าผู้ใดประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่ท่านที่ขัดกับข่าวประเสริฐซึ่งท่านได้รับไว้แล้ว ผู้นั้นจะต้องถูกสาปแช่ง” (อ้างไว้ในเนื้อความ) 2 โครินธ์ 11:4 (KJV ไทย) “เพราะว่าถ้าคนใดจะมาเทศนาสั่งสอนถึงพระเยซูอีกองค์หนึ่ง ซึ่งแตกต่างกับที่เราได้เทศนาสั่งสอนนั้น หรือถ้าท่านจะรับวิญญาณอื่นซึ่งแตกต่างกับที่ท่านได้รับแต่ก่อน หรือรับข่าวประเสริฐอื่นซึ่งแตกต่างกับที่ท่านได้รับไว้แล้ว แหมท่านทั้งหลายช่างอดทนสนใจฟังเขาเสียจริงๆ” 1 โครินธ์ 4:6 (KJV ไทย) “พี่น้องทั้งหลาย สิ่งเหล่านั้นที่ข้าพเจ้าได้นำมากล่าวเปรียบเทียบถึงตัวข้าพเจ้าและอปอลโล ก็เพื่อประโยชน์ของท่านทั้งหลาย เพื่อให้ท่านทั้งหลายเรียนแบบของเรา มิให้ยกย่องคนหนึ่งคนใดเกินกว่าที่เขียนบอกไว้แล้ว มิให้ยกคนหนึ่งคนใดข่มผู้อื่น” 1 โครินธ์ 15:1–4 (KJV ไทย) “ยิ่งกว่านี้ พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอให้ท่านคำนึงถึงข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าเคยประกาศแก่ท่านทั้งหลาย ซึ่งท่านได้ยอมรับไว้ อันเป็นฐานซึ่งท่านทั้งหลายตั้งมั่นอยู่ และซึ่งทำให้ท่านรอดด้วย ถ้าท่านยึดหลักคำสอนที่ข้าพเจ้าได้ประกาศไว้แก่ท่านทั้งหลายนั้น เว้นเสียแต่ท่านได้เชื่ออย่างไร้ประโยชน์ เรื่องซึ่งข้าพเจ้ารับไว้นั้น ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่านทั้งหลายก่อน คือว่าพระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์เพราะบาปของเราทั้งหลาย ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ และทรงถูกฝังไว้ แล้ววันที่สามพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาใหม่ตามที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์นั้น” ยูดาส 3 (KJV ไทย) “ท่านที่รักทั้งหลาย เมื่อข้าพเจ้าพากเพียรเขียนถึงท่านทั้งหลายในเรื่องเกี่ยวกับความรอดสำหรับคนทั่วไปนั้น ข้าพเจ้าก็เห็นว่า ข้าพเจ้าจำเป็นต้องเขียนเตือนสติท่านให้ต่อสู้อย่างจริงจังเพื่อความเชื่อซึ่งครั้งหนึ่งได้ทรงโปรดมอบไว้แก่วิสุทธิชนแล้ว” พระราชบัญญัติ 4:2 (KJV ไทย) “ท่านทั้งหลายอย่าเสริมเติมคำที่ข้าพเจ้าได้บัญชาท่านไว้และอย่าตัดออก เพื่อท่านทั้งหลายจะรักษาพระบัญญัติของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่าน” พระราชบัญญัติ 12:32 (KJV ไทย) “ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าบัญชาท่านไว้นั้น จงระวังที่จะกระทำตาม ท่านอย่าเพิ่มอะไรเข้าหรือตัดอะไรออกไปจากสิ่งเหล่านั้น”” สุภาษิต 30:6 (KJV ไทย) “อย่าเพิ่มอะไรเข้ากับพระวจนะของพระองค์ เกรงว่าพระองค์จะทรงขนาบเจ้า และเขาจะเห็นว่าเจ้าเป็นคนมุสา” วิวรณ์ 22:18–19 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าเป็นพยานแก่ทุกคนที่ได้ยินคำพยากรณ์ในหนังสือนี้ว่า ถ้าผู้ใดจะเพิ่มเติมคำเข้าไปในหนังสือนี้ พระเจ้าก็จะทรงเพิ่มภัยพิบัติที่เขียนไว้ในหนังสือม้วนนี้แก่ผู้นั้น และถ้าผู้ใดตัดข้อความออกจากหนังสือพยากรณ์นี้ พระเจ้าก็จะทรงเอาส่วนแบ่งของผู้นั้นที่มีอยู่ในหนังสือแห่งชีวิต และที่มีอยู่ในเมืองบริสุทธิ์นั้น และจากสิ่งที่มีเขียนไว้ในหนังสือม้วนนี้ไปเสีย” อีเรเนอัส, ต่อต้านลัทธินอกรีต I.10.1–2: “ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้ว คริสตจักรเมื่อได้รับคำเทศนานี้และความเชื่อนี้แล้ว แม้จะกระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก ก็ยังคงรักษาไว้อย่างระมัดระวัง เสมือนอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน … เพราะแม้ภาษาทั้งหลายของโลกจะแตกต่างกัน แต่สาระของธรรมประเพณีนั้นก็เป็นหนึ่งเดียวและเหมือนกัน” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) III.1.1: “เราไม่ได้เรียนรู้แผนการแห่งความรอดของเราจากผู้ใดอื่น นอกจากจากผู้ที่ข่าวประเสริฐได้ลงมาถึงเราโดยทางพวกเขา…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) เทอร์ทูลเลียน, ข้อโต้แย้งต่อพวกนอกรีต 21 (ANF 3): “หลักคำสอนทั้งปวงที่ลงรอยกับคริสตจักรของอัครสาวก ซึ่งเป็นแม่พิมพ์และต้นกำเนิดดั้งเดิมของความเชื่อ ต้องนับว่าเป็นความจริง…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 3) โพลีคาร์ป, ถึงชาวฟีลิปปี 7: “เหตุฉะนั้น ให้เราละทิ้งความไร้สาระของคนเป็นอันมาก และหลักคำสอนเท็จของพวกเขา แล้วกลับมาหาพระวจนะที่ได้ถ่ายทอดมาถึงเราตั้งแต่เริ่มแรก…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) วินเซนต์แห่งเลแร็งส์, Commonitorium 8–9 (NPNF2 11) ว่าด้วยกาลาเทีย 1:8: “…อัครสาวกได้ใช้อำนาจแห่งตำแหน่งของท่าน ประกาศคำตัดสินด้วยความเข้มงวดอย่างที่สุดว่า ‘แม้ว่าเรา’ ท่านกล่าว ‘หรือทูตสวรรค์จากสวรรค์ ประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่ท่านทั้งหลาย นอกเหนือจากที่เราได้ประกาศแก่ท่านแล้ว ก็ให้ผู้นั้นถูกสาปแช่ง’ … เหตุฉะนั้น การประกาศหลักคำสอนใดๆแก่คริสเตียนคาทอลิกนอกเหนือจากที่พวกเขาได้รับไว้แล้ว ไม่เคยเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามบัญญัติ ไม่เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามบัญญัติ และจะไม่มีวันเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามบัญญัติ และการสาปแช่งผู้ที่ประกาศสิ่งใดนอกเหนือจากที่ได้รับไว้ครั้งหนึ่งแล้ว เคยเป็นหน้าที่เสมอ เป็นหน้าที่เสมอ และจะเป็นหน้าที่เสมอไป” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 11) ↩︎
35โรม 1:1 (KJV ไทย) “เปาโล ผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งพระองค์ทรงเรียกให้เป็นอัครสาวก และได้ถูกแยกตั้งไว้สำหรับข่าวประเสริฐของพระเจ้า” กาลาเทีย 1:10 (KJV ไทย) “บัดนี้ข้าพเจ้ากำลังพูดเอาใจมนุษย์หรือ หรือให้เป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า ข้าพเจ้าอุตส่าห์ประจบประแจงมนุษย์หรือ เพราะถ้าข้าพเจ้ากำลังประจบประแจงมนุษย์อยู่ข้าพเจ้าก็ไม่ใช่ผู้รับใช้ของพระคริสต์” 2 โครินธ์ 4:5 (KJV ไทย) “ด้วยว่าเราไม่ได้ประกาศตัวเราเอง แต่ได้ประกาศพระเยซูคริสต์ว่าทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และได้ประกาศตัวเราเองเป็นผู้รับใช้ของท่านทั้งหลายเพราะเห็นแก่พระเยซู” กิจการ 20:28 (KJV ไทย) “เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงระวังตัวให้ดี และจงรักษาฝูงแกะที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงตั้งท่านไว้ให้เป็นผู้ดูแล และเพื่อจะได้บำรุงเลี้ยงคริสตจักรของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงไถ่ด้วยพระโลหิตของพระองค์เอง” ↩︎
361 โครินธ์ 1:12–13 (KJV ไทย) “…“ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เปาโล” หรือ “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์อปอลโล” หรือ “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เคฟาส” หรือ “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์พระคริสต์” พระคริสต์แบ่งออกเป็นหลายองค์แล้วหรือ เขาได้ตรึงเปาโลเพื่อท่านทั้งหลายหรือ ท่านได้รับบัพติศมาในนามของเปาโลหรือ” 1 โครินธ์ 3:3–7 (KJV ไทย) “ด้วยว่าท่านยังอยู่ฝ่ายเนื้อหนัง เพราะว่าเมื่อท่านยังอิจฉากัน โต้เถียงกัน และแตกแยกกัน ท่านไม่ได้อยู่ฝ่ายเนื้อหนังหรือ และไม่ได้ดำเนินตามมนุษย์สามัญดอกหรือ เพราะเมื่อคนหนึ่งกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์ของเปาโล” และอีกคนหนึ่งกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์ของอปอลโล” ท่านทั้งหลายมิได้อยู่ฝ่ายเนื้อหนังหรือ เปาโลคือผู้ใด อปอลโลคือผู้ใด เขาเป็นผู้รับใช้มาแจ้งให้ท่านทั้งหลายเชื่อ ตามซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดประทานแก่ทุกคน ข้าพเจ้าได้ปลูก อปอลโลได้รดน้ำ แต่พระเจ้าทรงทำให้เติบโต เพราะฉะนั้น คนที่ปลูกและคนที่รดน้ำไม่สำคัญอะไร แต่พระเจ้าผู้ทรงโปรดให้เติบโตนั้นต่างหากที่สำคัญ” ยอห์น 10:16 (KJV ไทย) “แกะอื่นซึ่งมิได้เป็นของคอกนี้เราก็มีอยู่ แกะเหล่านั้นเราก็ต้องพามาด้วย และแกะเหล่านั้นจะฟังเสียงของเรา แล้วจะรวมเป็นฝูงเดียว และมีผู้เลี้ยงเพียงผู้เดียว” เอเฟซัส 2:14–19 (KJV ไทย) “เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นสันติสุขของเรา เป็นผู้ทรงกระทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และทรงรื้อกำแพงที่กั้นระหว่างสองฝ่ายลง และได้ทรงกำจัดการซึ่งเป็นปฏิปักษ์กันในเนื้อหนังของพระองค์ คือกฎของพระบัญญัติซึ่งให้ถือศีลต่างๆนั้น เพื่อจะกระทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็นคนใหม่คนเดียวในพระองค์ เช่นนั้นแหละจึงทรงกระทำให้เกิดสันติสุข และเพื่อพระองค์จะทรงกระทำให้ทั้งสองพวกคืนดีกับพระเจ้า เป็นกายเดียวโดยกางเขนซึ่งเป็นการทำให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อกันหมดสิ้นไป และพระองค์ได้เสด็จมาประกาศสันติสุขแก่ท่านที่อยู่ไกล และแก่คนที่อยู่ใกล้ เพราะว่าพระองค์ทรงทำให้เราทั้งสองพวกมีโอกาสเข้าเฝ้าพระบิดา โดยพระวิญญาณองค์เดียวกัน เหตุฉะนั้นบัดนี้ท่านจึงไม่ใช่คนต่างด้าวต่างแดนอีกต่อไป แต่ว่าเป็นพลเมืองเดียวกันกับวิสุทธิชนและเป็นครอบครัวของพระเจ้า” เอเฟซัส 4:4–6 (KJV ไทย) “มีกายเดียวและมีพระวิญญาณองค์เดียว เหมือนมีความหวังใจอันเดียวที่เนื่องในการที่ทรงเรียกท่าน มีองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว ความเชื่อเดียว บัพติศมาเดียว พระเจ้าองค์เดียวผู้เป็นพระบิดาของคนทั้งปวง ผู้ทรงอยู่เหนือคนทั้งปวง และทั่วคนทั้งปวง และในท่านทั้งปวง” กาลาเทีย 3:28 (KJV ไทย) “จะไม่เป็นยิวหรือกรีก จะไม่เป็นทาสหรือไทย จะไม่เป็นชายหรือหญิง เพราะว่าท่านทั้งหลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในพระเยซูคริสต์” โคโลสี 3:11 (KJV ไทย) “อย่างนี้ไม่เป็นพวกกรีกหรือพวกยิว ไม่เป็นผู้ที่เข้าสุหนัตหรือไม่ได้เข้าสุหนัต พวกคนต่างชาติหรือชาวสิเธีย ทาสหรือไทยก็ไม่เป็น แต่ว่าพระคริสต์ทรงเป็นสารพัดและทรงดำรงอยู่ในสารพัด” 1 เคลเมนต์ 47 (ANF 1): “ท่านได้เขียนถึงท่านทั้งหลายเกี่ยวกับตัวท่านเอง และเคฟาส และอปอลโล เพราะแม้ในเวลานั้นก็ได้เกิดมีพรรคพวกขึ้นในหมู่ท่านแล้ว” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) อิกเนเชียส, ถึงชาวฟีลาเดลเฟีย 3: “เพราะทุกคนที่เป็นของพระเจ้าและของพระเยซูคริสต์ก็อยู่กับบิชอปด้วย” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) เทอร์ทูลเลียน, ข้อโต้แย้งต่อพวกนอกรีต 20 (ANF 3): “คริสตจักรทั้งหลาย แม้จะมีมากมายและยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้น ก็ประกอบเป็นคริสตจักรดั้งเดิมเพียงหนึ่งเดียว (ซึ่งก่อตั้ง) โดยอัครสาวกทั้งหลาย ซึ่งคริสตจักรทั้งปวง (เกิด) มาจากคริสตจักรนั้น” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 3) ↩︎
371 โครินธ์ 14:40 (KJV ไทย) “แต่สิ่งสารพัดซึ่งจะกระทำนั้น จงกระทำตามสมควร และให้เป็นระเบียบเรียบร้อย” 1 โครินธ์ 14:33 (KJV ไทย) “เพราะว่าพระเจ้าไม่ใช่ผู้ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวาย แต่ทรงเป็นผู้ก่อให้เกิดสันติสุข เหมือนที่ได้เกิดขึ้นในบรรดาคริสตจักรแห่งวิสุทธิชนนั้น” 1 โครินธ์ 12:28 (KJV ไทย) “และพระเจ้าได้ทรงโปรดตั้งบางคนไว้ในคริสตจักร คือหนึ่งอัครสาวก สองผู้พยากรณ์ สามครูบาอาจารย์ แล้วต่อจากนั้นก็มีการอัศจรรย์ ของประทานในการรักษาโรค การช่วยเหลือ การครอบครอง การพูดภาษาต่างๆ” กิจการ 6:1–6 (KJV ไทย) “ในคราวนั้น เมื่อศิษย์กำลังทวีมากขึ้น พวกกรีกบ่นติเตียนพวกฮีบรูเพราะในการแจกทานทุกๆวันนั้น เขาเว้นไม่ได้แจกให้พวกแม่ม่ายชาวกรีก ฝ่ายอัครสาวกทั้งสิบสองคนจึงเรียกบรรดาศิษย์ให้มาหาเขาแล้วกล่าวว่า “ซึ่งเราจะละเลยพระวจนะของพระเจ้ามัวไปแจกอาหารก็หาควรไม่ เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย จงเลือกเจ็ดคนในพวกท่านที่มีชื่อเสียงดี ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และสติปัญญา เราจะตั้งเขาไว้ดูแลการงานนี้ ฝ่ายพวกเราจะขะมักเขม้นอธิษฐานและสั่งสอนพระวจนะเสมอไป” คนทั้งหลายเห็นชอบกับคำนี้ จึงเลือกสเทเฟน ผู้ประกอบด้วยความเชื่อและพระวิญญาณบริสุทธิ์ กับฟีลิป โปรโครัส นิคาโนร์ ทิโมน ปารเมนัส และนิโคเลาส์ชาวเมืองอันทิโอก ซึ่งเป็นผู้เข้าจารีตฝ่ายศาสนายิว คนทั้งเจ็ดนี้เขาให้มาอยู่ต่อหน้าพวกอัครสาวก และเมื่อพวกอัครสาวกได้อธิษฐานแล้ว จึงได้วางมือบนเขา” ทิตัส 1:5 (KJV ไทย) “เพราะเหตุนี้เองข้าพเจ้าจึงละท่านไว้ที่เกาะครีต ก็เพื่อท่านจะได้แก้ไขสิ่งที่ยังบกพร่องให้เรียบร้อย และตั้งผู้ปกครองไว้ทุกเมืองตามที่ข้าพเจ้าได้กำชับท่านแล้ว” 1 เคลเมนต์ 40 (ANF 1): “ไม่ใช่อย่างไม่ไตร่ตรองหรืออย่างไม่เป็นระเบียบ แต่ตามเวลาและโมงที่ได้กำหนดไว้” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ↩︎
38ดูหมายเหตุ 26 ↩︎
391 ทิโมธี 2:4 (KJV ไทย) “ผู้ทรงมีพระประสงค์ให้คนทั้งปวงรอด และให้มาถึงความรู้ในความจริงนั้น” ยอห์น 8:32 (KJV ไทย) “และท่านทั้งหลายจะรู้จักความจริง และความจริงนั้นจะทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไทย”” ยอห์น 8:36 (KJV ไทย) “เหตุฉะนั้นถ้าพระบุตรจะทรงกระทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไทย ท่านก็จะเป็นไทยจริงๆ” ยอห์น 14:6 (KJV ไทย) “พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางเรา” ยอห์น 17:17 (KJV ไทย) “ขอทรงโปรดชำระเขาให้บริสุทธิ์ด้วยความจริงของพระองค์ พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง” 2 ทิโมธี 2:25 (KJV ไทย) “ด้วยความอ่อนสุภาพจงสอนคนเหล่านั้นที่ต่อสู้กับตัวเอง ถ้าพระเจ้าอาจจะทรงโปรดให้เขากลับใจเสียใหม่มารับความจริง” ฮีบรู 10:26 (KJV ไทย) “เมื่อเราได้รับความรู้เรื่องความจริงแล้ว แต่เรายังขืนทำผิดอีก เครื่องบูชาไถ่บาปก็จะไม่มีเหลืออยู่เลย” ↩︎
ข้อพระคัมภีร์ภาษาไทยทั้งหมดในหน้านี้ยกมาจาก พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มา: ebible.org/thaKJV ส่วนที่ละไว้แสดงด้วยจุดไข่ปลา (…)
พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV — The Holy Bible in Thai, translated from the English King James Version
copyright © 2003 Philip Pope
Translation by: Philip Pope
This translation is made available to you under the terms of the Creative Commons Attribution-Noncommercial-No Derivatives license 4.0.