ตราประจำตำแหน่งบิชอปของ Garland F. Byers, Jr. มีคติพจน์ว่า Euntes in Mundum Universum

พันธกิจส่วนตัว

บิชอปGarland F. Byers, Jr., J.D., D.D.

บิชอปสำหรับประชาชาติทั้งหลาย ภายใต้พันธกิจแห่งอัครสาวก

ดาวน์โหลดหน้านี้เป็น PDF

ภาษาอื่น: English · Latina · Deutsch · Nederlands · Dansk · Norsk · Svenska · Español · Português · Français · Italiano · Русский · Українська · Српски · Polski · Čeština · Magyar · Română · Ελληνικά · ქართული · Հայերեն · Azərbaycanca · العربية · ܣܘܪܝܝܐ · አማርኛ · Kiswahili · فارسی · Tiếng Việt · 简体中文 · हिन्दी · বাংলা · 日本語 · 한국어 · Bahasa Indonesia · ไทย · اردو

หมายเหตุเรื่องการแปลและเรื่องอำนาจ · หลักการบรรณาธิกร


ซีซารียาฟีลิปปี (บาเนียส) ภาพถ่ายระหว่าง ค.ศ. 1898 ถึง 1914
ซีซารียาฟีลิปปี ที่ซึ่งเปโตรได้ยอมรับพระเยซูว่าทรงเป็นพระคริสต์ ที่ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้ทรงมอบลูกกุญแจของอาณาจักรแห่งสวรรค์แก่เหล่าสาวกของพระองค์ และที่ซึ่งพระองค์ได้ทรงเรียกเหล่าสาวกของพระองค์เป็นครั้งแรกให้รับกางเขนของตนแบกและตามพระองค์มา มัทธิว 16:13–24 (KJV ไทย)ภาพถ่าย: American Colony Photo Department ระหว่าง ค.ศ. 1898 ถึง 1914 Library of Congress, G. Eric and Edith Matson Photograph Collection (สาธารณสมบัติ)
“…ถ้าผู้ใดใคร่จะตามเรามา ​ให้​​ผู้​นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกทุกวัน และตามเรามา”ลูกา 9:23 (KJV ไทย)

เป็นธรรมเนียมทั่วไปที่คริสตจักรและบิชอปแต่ละท่าน ตลอดจนองค์กรทางโลก จะแถลงสิ่งที่โลกเรียกว่า “ถ้อยแถลงพันธกิจ” (mission statement) ข้าพเจ้าเชื่อว่าธรรมเนียมนี้ทั้งให้ความรู้และเป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ในบริบทของการรับใช้ ข้าพเจ้าเชื่อว่าการเรียกสิ่งนี้ว่าแถลงการณ์พันธกิจส่วนตัวนั้นเหมาะสมกว่า การเผยแพร่ข่าวประเสริฐและงานแห่งอาณาจักรแห่งสวรรค์แตกต่างอย่างมากจากธุรกิจที่แสวงหากำไร หรือแม้แต่องค์กรที่ไม่แสวงหากำไรในโลก แม้เรานำธรรมเนียมทางโลกบางอย่างมาใช้ในคริสตจักรเพื่อความสะดวก แต่บางสิ่งควรถูกแยกไว้ต่างหาก และด้วยเหตุนั้นจึงควรเป็นสิ่งบริสุทธิ์

บัดนี้ข้าพเจ้าจะแถลงสิ่งที่ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นการทรงเรียกของข้าพเจ้าเองในการรับใช้พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

ก่อนจะกระทำการนี้ ข้าพเจ้าขอประกาศอย่างชัดเจน อย่างกล้าหาญ และโดยไม่ต้องขออภัยผู้ใด ว่าข้าพเจ้าเชื่อในพระเยซูคริสต์ พระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดจากพระเจ้าพระบิดาผู้ทรงสถิตในสวรรค์1 และเชื่อในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ซึ่งพระเยซูคริสต์ทรงส่งมายังเราเมื่อพระองค์เสด็จขึ้นไปประทับ ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า2 ข้าพเจ้าเป็นของพระเยซู พระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งชีวิตของข้าพเจ้า พระองค์ทรงเป็นนายของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าปรนนิบัติพระองค์แต่ผู้เดียว3 ข้าพเจ้าปฏิเสธซาตานและกิจการทั้งสิ้นของมัน4 และข้าพเจ้าถวายสง่าราศี พระเกียรติ และการสรรเสริญแด่พระเจ้าผู้สูงสุด โดยทางพระบุตรของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา5

แถลงการณ์
พันธกิจส่วนตัว

ถึงคริสตจักร พระกายของพระคริสต์ ที่กระจัดกระจายอยู่6ท่ามกลางสิบอาณาจักร7:

1.ข้าพเจ้าเป็นบิชอปในการสืบทอดตำแหน่งอัครสาวก ได้รับการอภิเษกโดยการวางมือ8 ในสายการสืบทอดที่มีหลักฐานและไม่ขาดตอน บิชอปต่อบิชอป9 จนถึงอัครสาวกสี่ท่านในอัครสาวกสิบสองคนดั้งเดิม ถึงอัครสาวกเปาโล และถึงอัครสาวกห้าท่านในเจ็ดสิบคนที่พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเราได้ทรงส่งออกไปด้วยพระองค์เอง10 โดยทุกสายการสืบทอดได้แสดงไว้ในเว็บไซต์นี้ให้สาธารณชนตรวจสอบได้

2.นอกจากการดำรงตำแหน่งบิชอปในคริสตจักรของพระเยซูคริสต์แล้ว11 ข้าพเจ้ายังได้รับการทรงเรียกและการเจิมให้เป็นธรรมาจารย์แห่งอาณาจักรแห่งสวรรค์ ซึ่งพระเยซูได้ตรัสถึงในพระคัมภีร์12 ข้าพเจ้ามีการทรงเรียกโดยเฉพาะให้เขียนหลักคำสอนสำหรับผู้เชื่อคริสเตียนที่สัตย์ซื่อ แทนที่จะเลี้ยงดูคริสตจักร หรือทำกิจการรับใช้อื่นๆ ซึ่งเป็นการเจิมที่ผู้อื่นได้รับไว้13

3.ในการปฏิบัติตำแหน่งบิชอป ข้าพเจ้าใช้ตำแหน่งหน้าที่แห่งลูกกุญแจ ตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้ทรงมอบตำแหน่งหน้าที่นั้นแก่เหล่าอัครสาวกของพระองค์และแก่ผู้สืบทอดของท่านเหล่านั้น14

4.ข้าพเจ้าสั่งสอนหลักคำสอนที่แท้จริง ซึ่งพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเราได้ทรงมอบไว้15 และซึ่งได้ถูกแปลผิด ถูกทำให้เจือจาง ถูกบิดเบือน16 ถูกนำไปซื้อขายอย่างการซื้อขายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (ซีโมนี)17 และถูกทำให้เป็นอาวุธเพื่อใช้อ้างความชอบธรรมในการฆ่า การลักขโมย และการทำลาย ตลอดทุกยุคสมัย18

5.ข้าพเจ้าแก้ไขหลักคำสอนเท็จทุกแห่งที่พบ ทั้งในขณะที่มีโอกาสและไม่มีโอกาส19 และข้าพเจ้าจงรักภักดีต่อพระเยซูคริสต์ พระมหากษัตริย์แห่งมหากษัตริย์ทั้งปวง แต่ผู้เดียว20

6.ข้าพเจ้าชี้ตัวผู้พยากรณ์เท็จ อัครสาวกเทียม และอาจารย์เท็จ21 และข้าพเจ้าเผชิญหน้ากับคำสอนเท็จของพวกเขา โดยต่อว่าพวกเขาให้แรงๆ เพื่อเขาจะได้มีความเชื่ออันถูกต้อง22

7.ในฐานะบิชอปและธรรมาจารย์แห่งอาณาจักร ข้าพเจ้าใช้พระวจนะของพระเจ้าทลายป้อมอันแข็งแกร่งของศัตรู23 ซึ่งบางแห่งปลอมตัวเป็นกิจการของทูตสวรรค์แห่งความสว่าง24 และล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป25

8.ข้าพเจ้าเผยแพร่พระวจนะของพระเจ้าไปยังประชาชาติทั้งปวง ตามพระประสงค์แห่งพระบัญชาอันชัดแจ้งของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา26

9.ข้าพเจ้าไม่ได้รับใช้นิกายใดและไม่ได้สนับสนุนนิกายใด ข้าพเจ้ารับใช้คริสตจักรเดียวของพระเยซูคริสต์ด้วยคำสอนที่ได้ทรงมอบไว้แต่เดิม27 โดยยอมรับคำสอนและธรรมเนียมที่สอดคล้องกับพระวจนะของพระองค์28 และปฏิเสธหลักคำสอนที่มนุษย์สร้างขึ้นว่าเป็นคำสอนของพวกผีปิศาจ29

10.ข้าพเจ้าเรียกร้องและทำงานเพื่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคริสเตียนในพระกายของพระคริสต์30 เพื่อเราจะสามารถยืนหยัดต้านทานความทุกข์ลำบากอันน่าสะพรึงกลัวที่จะมาถึง31 ในวันเวลาแห่งสิบอาณาจักร32 และการครอบครองของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์33

11.ข้าพเจ้าไม่ได้ประกาศข่าวประเสริฐใหม่แก่ท่านทั้งหลาย โดยระลึกถึงถ้อยคำของเปาโลอย่างครบถ้วน: “​แต่​​แม้ว​่าเราเองหรือทูตสวรรค์ ถ้าประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่​ท่าน​ ซึ่งขั​ดก​ับข่าวประเสริฐที่เราได้ประกาศแก่ท่านไปแล้​วก​็​ให้​​ผู้​นั้นถูกสาปแช่ง ​ตามที่​เราได้​พู​ดไว้ก่อนแล้ว ​บัดนี้​ข้าพเจ้าพูดอี​กว่า​ ถ้าผู้ใดประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่ท่านที่ขั​ดก​ับข่าวประเสริฐซึ่งท่านได้รับไว้​แล้ว​ ​ผู้​นั้นจะต้องถูกสาปแช่ง”34

12.ข้าพเจ้ากล่าวแก่ประชาชาติทั้งหลายในฐานะบิชอปที่ได้รับการอภิเษกเพื่อการรับใช้พระคริสต์35 โดยไม่คำนึงถึงเส้นแบ่งระหว่างนิกาย เพราะเส้นแบ่งเหล่านั้นไม่มีอยู่ในสมัยของพระคริสต์36 และได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อการบริหารคริสตจักรให้เป็นระเบียบเรียบร้อย37 เนื่องจากข้าพเจ้าดำรงตำแหน่งบิชอปและไม่ได้เป็นสมาชิกของนิกายใด ข้าพเจ้าจึงยึดพันธกิจดั้งเดิมของพระคริสต์เป็นหลัก คือการประกาศข่าวประเสริฐแก่ประชาชาติทั้งหลาย38 เพื่อทุกคนจะได้มาถึงความรู้ในความจริง และเพื่อความจริงจะได้ทำให้เขาเป็นไท39


หมายเหตุท้ายเรื่อง

ข้อความพระคัมภีร์อ้างจากพระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV พระวจนะของพระคริสต์พร้อมทั้งเครื่องหมายอัญประกาศพิมพ์ด้วยสีแดง ANF = Ante-Nicene Fathers (บรรดาปิตาจารย์ก่อนสังคายนาแห่งไนเซีย); NPNF2 = Nicene and Post-Nicene Fathers, Second Series (บรรดาปิตาจารย์สมัยไนเซียและหลังไนเซีย ชุดที่สอง); Easton = B. S. Easton, The Apostolic Tradition of Hippolytus (1934)

1ยอห์น 3:16 (KJV ไทย) “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก ​จนได้​ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์​ที่​บังเกิดมา เพื่อผู้ใดที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่​พินาศ​ ​แต่​​มี​​ชี​วิ​ตน​ิรันดร์” ยอห์น 1:14 (KJV ไทย) “พระวาทะได้ทรงสภาพของเนื้อหนัง และทรงอยู่ท่ามกลางเรา (และเราทั้งหลายได้​เห​็นสง่าราศีของพระองค์ คือสง่าราศีอันสมกับพระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดจากพระบิดา) ​บริบูรณ์​ด้วยพระคุณและความจริง” ยอห์น 1:18 (KJV ไทย) “​ไม่มี​ใครเคยเห็นพระเจ้าในเวลาใดเลย พระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดมา ​ผู้​ทรงสถิตในพระทรวงของพระบิดา ​พระองค์​​ได้​ทรงสำแดงพระเจ้าแล้ว” 1 ยอห์น 4:9 (KJV ไทย) “โดยข้อนี้ความรักของพระเจ้าที่​มีต​่อเราทั้งหลายก็เป็​นที​่​ประจักษ์​​แล้ว​ เพราะว่าพระเจ้าทรงใช้พระบุตรองค์เดียวของพระองค์​ที่​บังเกิดมาให้เสด็จเข้ามาในโลก เพื่อเราทั้งหลายจะได้ดำรงชีวิตโดยพระบุตรนั้น” ↩︎

2ยอห์น 16:7 (KJV ไทย) “อย่างไรก็ตามเราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลาย คือการที่เราจากไปนั้​นก​็เพื่อประโยชน์ของท่าน เพราะถ้าเราไม่​ไป​ ​พระองค์​​ผู้​ปลอบประโลมใจก็จะไม่เสด็จมาหาท่าน ​แต่​ถ้าเราไปแล้ว เราก็จะใช้​พระองค์​มาหาท่าน” ยอห์น 14:26 (KJV ไทย) “​แต่​​พระองค์​​ผู้​ปลอบประโลมใจนั้นคือพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์ ​ผู้​ซึ่งพระบิดาจะทรงใช้มาในนามของเรา ​พระองค์​นั้นจะทรงสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่ง และจะให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราได้​กล​่าวไว้​แก่​ท่านแล้ว” ยอห์น 15:26 (KJV ไทย) “​แต่​เมื่อพระองค์​ผู้​ปลอบประโลมใจที่เราจะใช้มาจากพระบิดามาหาท่านทั้งหลาย คือพระวิญญาณแห่งความจริง ​ผู้​ทรงมาจากพระบิ​ดาน​ั้นได้เสด็จมาแล้ว ​พระองค์​นั้นจะทรงเป็นพยานถึงเรา” มาระโก 16:19 (KJV ไทย) “ครั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าตรั​สส​ั่งเขาแล้ว ​พระองค์​ทรงถู​กร​ับขึ้นไปในสวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า” กิจการ 1:9 (KJV ไทย) “เมื่อพระองค์ตรัสเช่นนั้นแล้ว ​ในขณะที่​เขาทั้งหลายกำลังพินิ​จด​ู ​พระองค์​​ก็​​ถู​​กร​ับขึ้นไป และมีเมฆคลุมพระองค์​ให้​พ้นสายตาของเขา” กิจการ 2:33 (KJV ไทย) “​เหตุ​ฉะนั้นเมื่อพระหัตถ์เบื้องขวาของพระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์​ขึ้น​ และครั้นพระองค์​ได้​ทรงรับพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์จากพระบิดาตามพระสัญญา ​พระองค์​​ได้​ทรงเทฤทธิ์เดชนี้​ลงมา​ ​ดังที่​ท่านทั้งหลายได้ยินและเห็นแล้ว” ฮีบรู 1:3 (KJV ไทย) “พระบุตรทรงเป็นแสงสะท้อนสง่าราศีของพระเจ้า และทรงมีสภาวะเป็นพิมพ์เดียวกั​นก​ับพระองค์ และทรงผดุงสรรพสิ่งไว้โดยพระดำรัสอันทรงฤทธิ์ของพระองค์ เมื่อพระบุตรได้ทรงชำระบาปของเราด้วยพระองค์เองแล้ว ​ก็ได้​ทรงประทั​บน​ั่ง ​ณ​ เบื้องขวาพระหัตถ์ของผู้ทรงเดชานุภาพเบื้องบน” ↩︎

3มัทธิว 4:10 (KJV ไทย) “…จงนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่าน และปรนนิบั​ติ​​พระองค์​​แต่ผู้เดียว” ยอห์น 13:13 (KJV ไทย) “ท่านทั้งหลายเรียกเราว่า พระอาจารย์และองค์​พระผู้เป็นเจ้า​ ท่านเรียกถูกแล้ว เพราะเราเป็นเช่นนั้น” มัทธิว 6:24 (KJV ไทย) “​ไม่มี​​ผู้​ใดปรนนิบั​ติ​นายสองนายได้ เพราะเขาจะชังนายข้างหนึ่งและจะรักนายอีกข้างหนึ่ง หรือเขาจะนับถือนายฝ่ายหนึ่งและจะดูหมิ่นนายอีกฝ่ายหนึ่ง ท่านจะปรนนิบั​ติ​พระเจ้าและเงินทองพร้อมกันไม่​ได้​” โรม 14:8 (KJV ไทย) “ถ้าเรามี​ชี​วิตอยู่​ก็​​มี​​ชี​วิตอยู่เพื่อองค์​พระผู้เป็นเจ้า​ และถ้าเราตายก็ตายเพื่อองค์​พระผู้เป็นเจ้า​ ​เหตุ​ฉะนั้นไม่ว่าเรามี​ชี​วิตอยู่หรือตายไปก็​ตาม​ เราก็เป็นคนขององค์​พระผู้เป็นเจ้า​” 1 โครินธ์ 6:19–20 (KJV ไทย) “ท่านไม่​รู้​​หรือว่า​ ร่างกายของท่านเป็​นว​ิหารของพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์ ซึ่งสถิตอยู่ในท่าน ซึ่งท่านได้รับจากพระเจ้า ท่านไม่​ใช่​​เจ้​าของตั​วท​่านเอง พระเจ้าได้ทรงซื้อท่านไว้​แล​้วตามราคา ​เหตุ​ฉะนั้นท่านจงถวายพระเกียรติ​แด่​พระเจ้าด้วยร่างกายของท่าน และด้วยจิตวิญญาณของท่าน ซึ่งเป็นของพระเจ้า” มรณสักขีของโพลีคาร์ป 9 (ANF 1): “ข้าพเจ้าได้ปรนนิบัติพระองค์มาแปดสิบหกปีแล้ว และพระองค์ไม่เคยทรงทำร้ายข้าพเจ้าเลย แล้วข้าพเจ้าจะหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์และพระผู้ช่วยให้รอดของข้าพเจ้าได้อย่างไร?” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ↩︎

41 ยอห์น 3:8 (KJV ไทย) “…พระบุตรของพระเจ้าได้เสด็จมาปรากฏก็​เพราะเหตุนี้​ คือเพื่อทรงทำลายกิจการของพญามารเสีย” ยากอบ 4:7 (KJV ไทย) “​เหตุ​​ฉะนั้น​ ท่านทั้งหลายจงยอมน้อมกายต่อพระเจ้า จงต่อสู้กับพญามาร และมันจะหนีไปจากท่าน” เอเฟซัส 6:11 (KJV ไทย) “จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าเพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้” ฮิปโปลิทัส, ธรรมประเพณีของอัครสาวก 21 (Easton): “ข้าพเจ้าขอปฏิเสธเจ้า ซาตาน และบรรดาผู้รับใช้ของเจ้า และกิจการทั้งสิ้นของเจ้า” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ Easton) เทอร์ทูลเลียน, De Spectaculis 4 (ANF 3): “เราเป็นพยานต่อหน้าสาธารณชนว่าเราได้ปฏิเสธมาร ความโอ่อ่าของมัน และทูตทั้งหลายของมันแล้ว” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 3) ซีริลแห่งเยรูซาเล็ม, คำบรรยายคำสอนคริสตศาสนา 19 (ว่าด้วยธรรมล้ำลึก 1), 4–8 (NPNF2 7): “…ท่านได้รับคำสั่งให้กล่าว โดยเหยียดแขนออกไปทางมันเสมือนว่ามันอยู่ตรงหน้า ว่า ‘ข้าพเจ้าขอปฏิเสธเจ้า ซาตาน’ … แล้วในประโยคที่สอง ท่านได้รับการสอนให้กล่าวว่า ‘และกิจการทั้งสิ้นของเจ้า’” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 7) ↩︎

5วิวรณ์ 5:13 (KJV ไทย) “…ขอให้​​คำสดุดี​และเกียรติ และสง่าราศีและฤทธิ์​เดช​ จงมี​แด่​​พระองค์​​ผู้​ประทับบนพระที่​นั่ง​ และแด่พระเมษโปดกตลอดไปเป็นนิตย์” 1 ทิโมธี 1:17 (KJV ไทย) “​บัดนี้​ ​พระเกียรติ​และสง่าราศีจงมี​แด่​​พระมหากษัตริย์​​ผู้​ทรงพระเจริญอยู่​นิรันดร์​ ​ผู้​ทรงเป็นองค์​อมตะ​ ซึ่​งม​ิ​ได้​ปรากฏแก่​ตา​ พระเจ้าผู้ทรงพระปัญญาแต่​พระองค์​​เดียว​ สืบๆไปเป็นนิตย์ เอเมน” ยูดาส 25 (KJV ไทย) “สง่าราศี พระอานุ​ภาพ​ ​การครอบครอง​ และศักดานุภาพจงมี​แด่​พระเจ้าผู้ทรงพระปัญญาแต่เพียงพระองค์​เดียว​ พระผู้ช่วยให้รอดของเรา ทั้งปัจจุบันกาล และในกาลต่อๆไปเป็นนิตย์ เอเมน” โรม 16:27 (KJV ไทย) “โดยพระเยซู​คริสต์​ ขอสง่าราศี​มี​​แด่​พระเจ้าผู้ทรงสัพพัญญู​แต่​​องค์​​เดียว​ สืบๆไปเป็นนิตย์ เอเมน [​เข​ียนถึงชาวโรมจากเมืองโครินธ์ และส่งโดยเฟบี ​ผู้​เป็นผู้​รับใช้​ในคริสตจักรที่​อยู่​เมืองเคนเครีย]” “พระเจ้าผู้สูงสุด”: ปฐมกาล 14:18–20 (KJV ไทย) “เมลคีเซเดคกษั​ตริ​ย์เมืองซาเล็มได้นำขนมปังและน้ำองุ่นมาให้ และท่านก็เป็นปุโรหิตของพระเจ้าผู้​สูงสุด​ ท่านก็อวยพรแก่อับรามว่า “​ขอให้​พระเจ้าผู้สูงสุดผู้ทรงเป็นเจ้าของฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกโปรดให้อับรามได้รับพรเถิด และจงสรรเสริญแด่พระเจ้าผู้สูงสุดผู้​ได้​ทรงมอบศั​ตรู​ทั้งหลายของเจ้าไว้ในมือของเจ้า” และอับรามก็ยกหนึ่งในสิบจากข้าวของทั้งหมดถวายแก่​ท่าน​” มาระโก 5:7 (KJV ไทย) “​แล​้วร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่​พระเยซู​พระบุตรของพระเจ้าสูงสุด ข้าพระองค์​เก​ี่ยวข้องอะไรกั​บท​่านเล่า ข้าพระองค์​ขอให้​​พระองค์​ปฏิญาณในพระนามของพระเจ้าว่า จะไม่ทรมานข้าพระองค์”” ลูกา 8:28 (KJV ไทย) “ครั้นเห็นพระเยซูเขาก็​โห่ร้อง​ และกราบลงตรงพระพักตร์​พระองค์​ ร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่​พระเยซู​​บุ​ตรของพระเจ้าสูงสุด ข้าพระองค์​เก​ี่ยวข้องอะไรกั​บท​่านเล่า ขอพระองค์อย่าทรมานข้าพระองค์”” กิจการ 16:17 (KJV ไทย) “หญิงนั้นตามเปาโลกับพวกเราไปร้องว่า “คนเหล่านี้เป็นผู้​รับใช้​ของพระเจ้าผู้​สูงสุด​ มากล่าวประกาศทางรอดแก่เราทั้งหลาย”” ↩︎

6ยากอบ 1:1 (KJV ไทย) “…คำนับพงศ์​พันธุ์​​สิ​บสองตระกูลที่กระจัดกระจายอยู่​นั้น​” 1 เปโตร 1:1 (KJV ไทย) “…พวกที่กระจัดกระจายไปอยู่ในแคว้นปอนทัส ​แคว​้นกาลาเทีย ​แคว​้นคัปปาโดเซีย ​แคว​้นเอเชีย และแคว้นบิธีเนีย…” ยอห์น 11:52 (KJV ไทย) “…เพื่อจะรวบรวมบุตรทั้งหลายของพระเจ้าที่กระจัดกระจายไปนั้น ​ให้​​เข​้าเป็นพวกเดียวกัน” ยอห์น 10:16 (KJV ไทย) “แกะอื่นซึ่​งม​ิ​ได้​เป็นของคอกนี้เราก็​มี​​อยู่​ แกะเหล่านั้นเราก็ต้องพามาด้วย และแกะเหล่านั้นจะฟังเสียงของเรา ​แล​้วจะรวมเป็นฝูงเดียว และมี​ผู้​เลี้ยงเพียงผู้​เดียว​” กิจการ 8:4 (KJV ไทย) “ฉะนั้นฝ่ายศิษย์ทั้งหลายซึ่งกระจัดกระจายไปก็​เท​ี่ยวประกาศพระวจนะนั้น” ↩︎

7ดาเนียล 2:41–44 (KJV ไทย) “ดั่งที่​พระองค์​ทอดพระเนตรเท้าและนิ้วเท้า ​เท​้าเป็นดินช่างหม้​อบ​้างเหล็​กบ​้าง จะเป็นราชอาณาจักรประสม ​แต่​ความแข็งแกร่งของเหล็กจะยังอยู่ในนั้นบ้าง ​ดังที่​​พระองค์​ทอดพระเนตรเหล็กปนดินเหนียว และนิ้วเท้าเป็นเหล็กปนดินฉันใด ราชอาณาจั​กรน​ั้นจึงแข็งแรงบ้างเปราะบ้างฉันนั้น ​ดังที่​​พระองค์​ทอดพระเนตรเหล็กปนดินเหนียว ราชอาณาจักรจะปนกันด้วยเชื้อสายของมนุษย์ ​แต่​จะไม่ยึ​ดก​ันแน่นไว้​ได้​อย่างเดียวกั​บท​ี่เหล็กไม่ประสมเข้ากั​บด​ิน และในสมัยของกษั​ตริ​ย์​เหล่านั้น​ พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์จะทรงสถาปนาราชอาณาจักรหนึ่ง ซึ่งไม่​มี​วันทำลายเสียได้ หรือราชอาณาจั​กรน​ั้นจะไม่ตกไปแก่​ชนชาติ​​อื่น​ ราชอาณาจั​กรน​ั้นจะกระทำให้บรรดาราชอาณาจักรเหล่านี้แตกเป็นชิ้นๆถึงอวสาน และราชอาณาจั​กรน​ั้นจะตั้​งม​ั่นอยู่​เป็นนิตย์​” ดาเนียล 7:7 (KJV ไทย) “​ต่อจากนี้​ไปข้าพเจ้าได้​เห​็นในนิ​มิ​ตกลางคืน และดู​เถิด​ ​สัตว์​​ที่สี่​มั​นร​้ายกาจและเป็​นที​่น่ากลัวและแข็งแรงยิ่งนัก มั​นม​ีฟันเหล็กมหึ​มา​ มั​นก​ินและหักเป็นชิ้นๆ และกระทืบสิ่งที่เหลือนั้นเสีย มันต่างกับสัตว์อื่นทั้งหลายที่​อยู่​ก่อนมัน มั​นม​ีเขาสิบเขา” ดาเนียล 7:20 (KJV ไทย) “และเกี่ยวกับเขาสิบเขาซึ่งอยู่บนหัวของมัน และเขาอีกเขาหนึ่งซึ่งงอกขึ้นมาต่อหน้าเขารุ่นแรกสามเขาที่หลุดไป เขาซึ่​งม​ีตาและมีปากซึ่งพูดสิ่งใหญ่​โต​ และซึ่​งด​ูเหมือนจะใหญ่โตกว่าเพื่อนเขาด้วยกัน” ดาเนียล 7:24 (KJV ไทย) “ส่วนเรื่องเขาสิบเขานั้นจากราชอาณาจั​กรน​ี้จะมี​กษัตริย์​​สิ​บพระองค์​เกิดขึ้น…” วิวรณ์ 12:3 (KJV ไทย) “และมีการมหัศจรรย์​อี​กอย่างหนึ่งปรากฏในสวรรค์ ​ดู​​เถิด​ ​มี​พญานาคใหญ่​สี​แดงตัวหนึ่ง ​มี​​เจ​็ดหัวและมี​สิ​บเขา และที่หัวเหล่านั้​นม​ีมงกุฎเจ็ดอัน” วิวรณ์ 13:1 (KJV ไทย) “และข้าพเจ้าได้ยืนอยู่​ที่​หาดทรายชายทะเล และเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากทะเล มั​นม​ี​เจ​็ดหัวและสิบเขา ​ที่​เขาทั้งสิ​บน​ั้​นม​ีมงกุฎสิบอัน และมีชื่อที่เป็นคำหมิ่นประมาทจารึกไว้​ที่​หั​วท​ั้งหลายของมัน” วิวรณ์ 17:3 (KJV ไทย) “​ทูตสวรรค์​​องค์​นั้นได้นำข้าพเจ้าเข้าไปในถิ่นทุ​รก​ันดารโดยพระวิญญาณ และข้าพเจ้าได้​เห​็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนสัตว์ร้ายสีแดงเข้มตัวหนึ่ง ซึ่​งม​ีชื่อหลายชื่อเป็นคำหมิ่นประมาทเต็มไปทั้งตัว มั​นม​ี​เจ​็ดหัวและสิบเขา” วิวรณ์ 17:7 (KJV ไทย) “​ทูตสวรรค์​​องค์​นั้นจึงถามข้าพเจ้าว่า “​เหตุ​ไฉนท่านจึ​งอ​ัศจรรย์​ใจ​ ข้าพเจ้าจะบอกให้ท่านรู้ถึงความลึ​กล​ับของหญิงนั้น และของสัตว์ร้ายที่​มี​​เจ​็ดหัวและสิบเขาที่เป็นพาหนะของหญิงนั้น” วิวรณ์ 17:12 (KJV ไทย) “เขาทั้งสิบเขาที่ท่านได้​เห​็นนั้นคือกษั​ตริ​ย์​สิ​บองค์​ที่​ยังไม่​ได้​​เสวยราชสมบัติ​ ​แต่​จะรับอำนาจอย่างกษั​ตริ​ย์ด้วยกั​นก​ับสัตว์ร้ายนั้นหนึ่งชั่วโมง” วิวรณ์ 17:13 (KJV ไทย) “​กษัตริย์​ทั้งหลายนั้​นม​ีน้ำพระทัยอย่างเดียวกัน และทรงมอบฤทธิ์และอำนาจของตนไว้​แก่​​สัตว์​ร้ายนั้น” วิวรณ์ 17:16–17 (KJV ไทย) “เขาสิบเขาที่ท่านได้​เห​็นอยู่บนสัตว์​ร้าย​ จะพากันเกลียดชังหญิงแพศยานั้น จะกระทำให้นางโดดเดี่ยวอ้างว้างและเปลือยกาย และจะกินเนื้อของหญิงนั้น และเผานางเสียด้วยไฟ เพราะว่าพระเจ้าทรงดลใจเขาให้กระทำตามพระทัยของพระองค์ โดยการทรงทำให้พวกเขามีความคิ​ดอย​่างเดียวกัน และมอบอาณาจักรของเขาให้​แก่​​สัตว์​ร้ายนั้น จนถึงจะสำเร็จตามพระวจนะของพระเจ้า” อีเรเนอัส, ต่อต้านลัทธินอกรีต V.26.1 (ANF 1): “กษัตริย์สิบองค์ซึ่งจะเกิดขึ้นในเวลานั้น ผู้ซึ่งจักรวรรดิที่ปกครอง [แผ่นดินโลก] อยู่ในขณะนี้จะถูกแบ่งสรรในหมู่พวกเขา” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ฮิปโปลิทัส, ว่าด้วยพระคริสต์และปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ 25, 27–28 (ANF 5): “เขาสิบเขาของสัตว์ตัวที่สี่กระจายไปเป็นสิบอาณาจักร” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 5) แลกแทนทิอุส, หลักคำสอนศักดิ์สิทธิ์ VII.16 (ANF 7): “จนกว่ากษัตริย์สิบองค์จะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ผู้ซึ่งจะแบ่งโลก ไม่ใช่เพื่อปกครอง แต่เพื่อกลืนกินโลกนั้น” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 7) จดหมายของบารนาบัส 4 (ANF 1): “สิบอาณาจักรจะครอบครองบนแผ่นดินโลก และกษัตริย์เล็กองค์หนึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากพวกเขา ผู้ซึ่งจะปราบกษัตริย์สามองค์ให้อยู่ใต้อำนาจในคราวเดียว” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ↩︎

81 ทิโมธี 4:14 (KJV ไทย) “อย่าละเลยของประทานที่​มี​​อยู่​ในตั​วท​่าน ซึ่งได้ทรงประทานแก่ท่านตามคำพยากรณ์ เมื่อคณะเพรสไบเตรี​ได้​เอามือวางบนท่าน” 2 ทิโมธี 1:6 (KJV ไทย) “​เหตุ​ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงสะกิดใจท่านให้​ใช้​ของประทานของพระเจ้าที่​มี​​อยู่​ในท่าน โดยการวางมือของข้าพเจ้านั้นให้รุ่งเรืองขึ้น” 1 ทิโมธี 5:22 (KJV ไทย) “อย่าด่วนวางมือเจิมผู้​ใด​ และอย่ามีส่วนร่วมในการกระทำบาปของผู้อื่นเลย จงรักษาตัวให้​บริสุทธิ์​” กิจการ 6:6 (KJV ไทย) “คนทั้งเจ็ดนี้เขาให้มาอยู่ต่อหน้าพวกอัครสาวก และเมื่อพวกอัครสาวกได้อธิษฐานแล้ว จึงได้วางมือบนเขา” กิจการ 13:3 (KJV ไทย) “เมื่อถืออดอาหารและอธิษฐาน และวางมือบนบารนาบัสกับเซาโลแล้ว เขาก็​ใช้​ท่านไป” กิจการ 14:23 (KJV ไทย) “เมื่อท่านทั้งสองได้เลือกตั้งผู้ปกครองสาวกไว้​ทุ​กคริสตจั​กร​ และได้อธิษฐานและถืออดอาหารฝากสาวกไว้กับองค์พระผู้เป็นเจ้าที่เขาเชื่อถือนั้น” ทิตัส 1:5 (KJV ไทย) “…ตั้งผู้ปกครองไว้​ทุ​กเมืองตามที่ข้าพเจ้าได้กำชั​บท​่านแล้ว…” ฮิปโปลิทัส, ธรรมประเพณีของอัครสาวก 2 (Easton): “บรรดาบิชอปจะวางมือบนผู้นั้น และคณะผู้ปกครองจะยืนอยู่ด้วยอย่างเงียบๆ” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ Easton) ↩︎

91 เคลเมนต์ 42 (ANF 1): “ท่านเหล่านั้นได้แต่งตั้งผลแรก [แห่งการตรากตรำของท่าน] โดยได้พิสูจน์พวกเขาด้วยพระวิญญาณก่อน ให้เป็นบิชอปและผู้ช่วยศาสนาจารย์ของผู้ที่จะเชื่อต่อมาภายหลัง” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) 1 เคลเมนต์ 44: “ท่านเหล่านั้นได้แต่งตั้ง [ผู้รับใช้] ที่กล่าวถึงแล้วนั้น และต่อมาได้ให้คำสั่งไว้ว่า เมื่อคนเหล่านี้ล่วงหลับไป ก็ให้คนอื่นที่ได้รับการรับรองแล้วสืบทอดการรับใช้ของพวกเขา” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) อีเรเนอัส, ต่อต้านลัทธินอกรีต III.3.1 (ANF 1): “เราอยู่ในฐานะที่จะนับรายชื่อผู้ที่อัครสาวกทั้งหลายได้แต่งตั้งให้เป็นบิชอปในคริสตจักรทั้งหลาย และ [แสดงให้เห็น] การสืบทอดของคนเหล่านี้จนถึงสมัยของเราเอง” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) III.3.3: “ฉะนั้น อัครสาวกผู้ได้รับพระพรทั้งหลาย เมื่อได้วางรากฐานและก่อสร้างคริสตจักรขึ้นแล้ว ก็ได้มอบตำแหน่งบิชอปไว้ในมือของลีนัส” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) เทอร์ทูลเลียน, ข้อโต้แย้งต่อพวกนอกรีต 32 (ANF 3): “ให้พวกเขาคลี่ม้วนรายนามบิชอปของพวกเขาออก ซึ่งสืบทอดลงมาตามลำดับอันถูกต้องตั้งแต่เริ่มแรก” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 3) ยูเซบิอัส, ประวัติศาสตร์คริสตจักร III.4 (ลีนัส) (NPNF2 1): “…ลีนัส ผู้ซึ่งท่านกล่าวถึงในจดหมายฉบับที่สองถึงทิโมธีว่าเป็นเพื่อนร่วมงานของท่านที่กรุงโรม เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งบิชอปของคริสตจักรที่นั่นต่อจากเปโตร ดังที่ได้แสดงไว้แล้ว” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 1) III.22 (เอโวดิอัส): “ในเวลานั้นอิกเนเชียสเป็นที่รู้จักว่าเป็นบิชอปองค์ที่สองแห่งอันทิโอก โดยเอโวดิอัสเป็นองค์แรก” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 1) III.36 (อิกเนเชียส): “…อิกเนเชียส ผู้ซึ่งได้รับเลือกเป็นบิชอปแห่งอันทิโอก เป็นลำดับที่สองในการสืบทอดต่อจากเปโตร และชื่อเสียงของท่านยังคงได้รับการยกย่องจากคนเป็นอันมาก” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 1) ซีเปรียน, จดหมาย 26.1 (ANF 5; Oxford 33): “คริสตจักรตั้งอยู่บนบรรดาบิชอป และทุกการกระทำของคริสตจักรอยู่ในการควบคุมของผู้ปกครองเหล่านี้” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 5) ↩︎

10มัทธิว 10:1–4 (KJV ไทย) “เมื่อพระองค์ทรงเรียกสาวกสิบสองคนของพระองค์มาแล้ว ​พระองค์​​ก็​ประทานอำนาจให้เขาขับผีโสโครกออกได้ และให้รักษาโรคและความเจ็บไข้​ทุ​กอย่างให้หายได้ อัครสาวกสิบสองคนนั้​นม​ีชื่​อด​ังนี้ คนแรกชื่อซีโมนที่เรียกว่าเปโตร กับอันดรูว์น้องชายของเขา ยากอบบุตรชายเศเบดี กับยอห์นน้องชายของเขา ​ฟี​ลิปและบารโธโลมิว โธมัสและมัทธิวคนเก็บภาษี ยากอบบุตรชายอัลเฟอัส และเลบเบอั​สผ​ู้​ที่​​มี​ชื่​ออ​ีกว่าธัดเดอัส ​ซี​โมนชาวคานาอันและยูดาสอิสคาริโอทผู้​ที่​​ได้​ทรยศพระองค์​นั้น​” ลูกา 6:13 (KJV ไทย) “ครั้​นร​ุ่งเช้าแล้วพระองค์ทรงเรียกสาวกของพระองค์ ​แล​้วทรงเลือกสิบสองคนออกจากหมู่สาวกนั้น ​ที่​​พระองค์​ทรงเรียกว่า ​อัครสาวก​” (อัครสาวกสิบสองคน) กาลาเทีย 1:1 (KJV ไทย) “เปาโล ​ผู้​เป็​นอ​ัครสาวก (​มิใช่​​มนุษย์​​แต่งตั้ง​ หรื​อมนุษย์​เป็นตัวแทนแต่งตั้ง ​แต่​​พระเยซู​​คริสต์​และพระเจ้าพระบิดา ​ผู้​​ได้​ทรงโปรดให้​พระเยซู​เป็นขึ้นมาจากความตายได้ทรงแต่งตั้ง)” กิจการ 9:15 (KJV ไทย) “ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกั​บท​่านว่า “จงไปเถิด เพราะว่าคนนั้นเป็นภาชนะที่เราได้เลือกสรรไว้ สำหรับจะนำนามของเราไปยังประชาชาติ ​กษัตริย์​และชนชาติ​อิสราเอล​” กาลาเทีย 2:9 (KJV ไทย) “เมื่อยากอบ เคฟาสและยอห์น ​ผู้​​ที่​เขานับถือว่าเป็นหลักได้​เห​็นพระคุณซึ่งประทานแก่ข้าพเจ้าแล้ว ​ก็ได้​จับมือขวาของข้าพเจ้ากับบารนาบัสแสดงว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน ​เพื่อให้​เราไปหาคนต่างชาติ และท่านเหล่านั้นจะไปหาพวกที่ถือพิธี​เข้าสุหนัต​” (เปาโล) ลูกา 10:1 (KJV ไทย) “ภายหลังเหตุ​การณ์​​เหล่านี้​ ​องค์​พระผู้เป็นเจ้าทรงตั้งสาวกอื่​นอ​ีกเจ็ดสิบคนไว้และใช้เขาออกไปทีละสองคนๆ ​ให้​ล่วงหน้าพระองค์ไปก่อน ​ให้​​เข​้าไปทุกเมืองและทุกตำบลที่​พระองค์​จะเสด็จไปนั้น” ลูกา 10:16 (KJV ไทย) “​ผู้​​ที่​ฟังท่านทั้งหลายก็​ได้​ฟังเรา ​ผู้​​ที่​​เกล​ียดชังท่านทั้งหลายก็​เกล​ียดชังเรา ​ผู้​​ที่​​เกล​ียดชังเราก็​เกล​ียดชังผู้​ที่​ทรงใช้เรามา”” ยูเซบิอัส, ประวัติศาสตร์คริสตจักร I.12 (NPNF2 1) ว่าด้วยสาวกเจ็ดสิบคน: “มีผู้กล่าวว่าธัดเดอัสก็เป็นคนหนึ่งในพวกเขาด้วย…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 1) ↩︎

111 ทิโมธี 3:1 (KJV ไทย) “คำนี้เป็นคำจริง คือว่าถ้าชายคนใดปรารถนาหน้าที่ศิษยาภิบาล คนนั้​นก​็ปรารถนากิจการงานที่​ประเสริฐ​” 1 ทิโมธี 3:2–7 (KJV ไทย) “ศิษยาภิบาลนั้นจึงต้องเป็นคนที่​ไม่มี​ใครติ​ได้​ เป็นสามีของหญิงคนเดียว เป็นคนรอบคอบ เป็นคนรู้จักประมาณตน เป็นคนมี​ความประพฤติ​​ดี​ ​มี​อัชฌาสัยรับแขกดี เหมาะที่จะเป็​นคร​ู ​ไม่​ดื่มเหล้าองุ่น ​ไม่​เป็นนักเลง ​ไม่​เป็นคนโลภมักได้ ​แต่​เป็นคนสุ​ภาพ​ ​ไม่​เป็นคนชอบวิ​วาท​ ​ไม่​เป็นคนเห็นแก่​เงิน​ ต้องเป็นคนครอบครองบ้านเรือนของตนได้​ดี​ บังคับบัญชาบุตรทั้งหลายของตนด้วยความสง่าผ่าเผยทุกอย่าง (เพราะว่าถ้าชายคนใดไม่​รู้​จักครอบครองบ้านเรือนของตน คนนั้นจะดูแลคริสตจักรของพระเจ้าอย่างไรได้) อย่าให้​ผู้​​ที่​​กล​ับใจใหม่ๆเป็นศิษยาภิบาล เกรงว่าเขาอาจจะเย่อหยิ่ง และก็จะถูกปรับโทษเหมือนอย่างพญามาร นอกนั้นเขาจะต้องมีชื่อเสียงดีในคนภายนอก เกรงว่าเขาจะเป็​นที​่​ติเตียน​ และจะติดบ่วงแร้วของพญามาร” ทิตัส 1:7–9 (KJV ไทย) “เพราะว่าศิษยาภิบาลนั้น ในฐานะที่เป็นผู้รับมอบฉันทะจากพระเจ้า ต้องเป็นคนที่​ไม่มีข้อตำหนิ​ ​ไม่​เป็นคนเย่อหยิ่ง ​ไม่​เป็นคนเลือดร้อน ​ไม่​เป็นนักเลงสุ​รา​ ​ไม่​เป็นนักเลงหัวไม้ และไม่เป็นคนโลภมักได้ ​แต่​เป็นคนมีอัชฌาสัยรับแขกดี เป็นผู้รักคนดี เป็นคนมี​สติสัมปชัญญะ​ เป็นคนชอบธรรม เป็นคนบริ​สุทธิ​์ ​รู้​จั​กบ​ังคับใจตนเอง และเป็นคนยึ​ดม​ั่นในหลักคำสอนอันสัตย์ซื่อตามที่​ได้​เรียนมาแล้ว เพื่อเขาจะสามารถเตือนสติด้วยคำสอนอันถูกต้อง และชี้แจงแก่​ผู้​​ที่​คัดค้านคำสอนนั้น” กิจการ 20:28 (KJV ไทย) “เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงระวังตัวให้​ดี​ และจงรักษาฝูงแกะที่พระวิญญาณบริ​สุทธิ​์​ได้​ทรงตั้งท่านไว้​ให้​เป็นผู้​ดูแล​ และเพื่อจะได้บำรุงเลี้ยงคริสตจักรของพระเจ้า ​ที่​​พระองค์​ทรงไถ่ด้วยพระโลหิตของพระองค์​เอง​” ฟีลิปปี 1:1 (KJV ไทย) “เปาโลและทิโมธี ​ผู้รับใช้​ของพระเยซู​คริสต์​ ​เรียน​ บรรดาวิ​สุทธิ​ชนในพระเยซู​คริสต์​ ซึ่งอยู่ในเมืองฟีลิปปี ทั้งบรรดาศิษยาภิบาลและผู้​ช่วย​” 1 เปโตร 5:1–4 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าจึงตักเตือนบรรดาผู้ปกครองในพวกท่านทั้งหลาย ในฐานะที่ข้าพเจ้าก็เป็นผู้ปกครองคนหนึ่งเช่​นก​ัน และเป็นพยานถึงความทุกข์ทรมานของพระคริสต์ และมีส่วนที่จะรับสง่าราศีอันจะมาปรากฏภายหลั​งด​้วย จงเลี้ยงฝูงแกะของพระเจ้าที่​อยู่​กั​บท​่าน จงเอาใจใส่​ดูแล​ ​ไม่ใช่​ด้วยความฝืนใจ ​แต่​ด้วยความเต็มใจ ​ไม่ใช่​ด้วยการเห็นแก่​ทรัพย์​​สิ​่งของอันเป็นมลทิน ​แต่​ด้วยใจพร้​อม​ และไม่​ใช่​เหมือนเป็นเจ้านายที่​ข่มขี่​​ผู้​สืบทอดของพระเจ้า ​แต่​เป็นแบบอย่างแก่ฝูงแกะนั้น และเมื่อพระผู้เลี้ยงใหญ่จะเสด็จมาปรากฏ ท่านทั้งหลายจะรับมงกุฎแห่งสง่าราศี​ที่​ร่วงโรยไม่​ได้​​เลย​” อิกเนเชียส, ถึงชาวเอเฟซัส 6 (ANF 1): “เราควรมองดูบิชอปเหมือนดังที่เรามองดูองค์พระผู้เป็นเจ้าเอง” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ถึงชาวแมกนีเซีย 6: “บิชอปของท่านเป็นประธานในที่ของพระเจ้า และผู้ปกครองของท่านอยู่ในที่ของที่ประชุมแห่งอัครสาวกทั้งหลาย” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ถึงชาวทรัลเลส 3: “ในทำนองเดียวกัน ให้ทุกคนเคารพผู้ช่วยศาสนาจารย์ในฐานะผู้ที่พระเยซูคริสต์ทรงแต่งตั้ง และเคารพบิชอปเหมือนพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นพระบุตรของพระบิดา และเคารพผู้ปกครองเหมือนสภาซันเฮดรินของพระเจ้าและที่ประชุมแห่งอัครสาวกทั้งหลาย นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้วก็ไม่มีคริสตจักร” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ถึงชาวสเมอร์นา 8: “บิชอปปรากฏอยู่ที่ใด ก็ให้มวลชน [แห่งประชาชน] อยู่ที่นั่นด้วย เช่นเดียวกับที่พระเยซูคริสต์ประทับอยู่ที่ใด คริสตจักรคาทอลิกก็อยู่ที่นั่น” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ↩︎

12มัทธิว 13:52 (KJV ไทย) “ฝ่ายพระองค์ตรัสกับเขาว่า “เพราะฉะนั้นพวกธรรมาจารย์​ทุ​กคนที่​ได้​รับการสั่งสอนถึงอาณาจักรแห่งสวรรค์​แล้ว​ ​ก็​เป็นเหมือนเจ้าของบ้านที่เอาทั้งของใหม่และของเก่าออกจากคลังของตน”” มัทธิว 23:34 (KJV ไทย) “​เหตุ​​ฉะนั้น​ ​ดู​​เถิด​ เราใช้พวกศาสดาพยากรณ์ พวกนักปราชญ์ และพวกธรรมาจารย์ต่างๆไปหาพวกเจ้า…” เอสรา 7:6 (KJV ไทย) “เอสราคนนี้​ได้​ขึ้นไปจากบาบิ​โลน​ ท่านเป็นธรรมาจารย์ชำนาญในเรื่องพระราชบัญญั​ติ​ของโมเสส ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่​งอ​ิสราเอลประทานให้ และกษั​ตริ​ย์ประทานทุกอย่างที่ท่านทูลขอ เพราะว่าพระหัตถ์ของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านอยู่กั​บท​่าน” เอสรา 7:10 (KJV ไทย) “เพราะเอสราได้ตั้งใจของท่านที่จะแสวงหาพระราชบัญญั​ติ​ของพระเยโฮวาห์ และกระทำตาม และสอนกฎเกณฑ์และคำตัดสินต่างๆในอิสราเอล” ฮาบากุก 2:2 (KJV ไทย) “และพระเยโฮวาห์ตรัสตอบข้าพเจ้าว่า “จงเขียนนิ​มิ​​ตน​ั้นลงไป จงเขียนไว้บนแผ่นป้ายให้​กระจ่าง​ ​เพื่อให้​​คนที​่วิ่​งอ​่านได้​คล่อง​” เยเรมีย์ 30:2 (KJV ไทย) ““พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่​งอ​ิสราเอลตรั​สด​ังนี้​ว่า​ จงเขียนถ้อยคำทั้งสิ้​นที​่เราได้บอกแก่​เจ้​าไว้ในหนังสื​อม​้วนหนึ่ง” วิวรณ์ 1:11 (KJV ไทย) “ตรั​สว​่า “เราเป็​นอ​ัลฟาและโอเมกา เป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย และสิ่งซึ่งท่านได้​เห​็นจงเขียนไว้ในหนังสือ และฝากไปให้คริสตจักรทั้งเจ็ดที่​อยู่​ในแคว้นเอเชีย คือคริสตจักรที่เมืองเอเฟซัส เมืองสเมอร์​นา​ เมืองเปอร์​กาม​ัม เมืองธิยาทิ​รา​ เมืองซาร์​ดิส​ เมืองฟีลาเดลเฟีย และเมืองเลาดี​เซ​ีย”” วิวรณ์ 1:19 (KJV ไทย) “จงเขียนเหตุ​การณ์​ซึ่งเจ้าได้​เห็น​ และเหตุ​การณ์​​ที่​กำลังเป็นอยู่​ขณะนี้​ กั​บท​ั้งเหตุ​การณ์​ซึ่งจะเกิดขึ้นในภายหน้าด้วย” ↩︎

13เอเฟซัส 4:11 (KJV ไทย) “​พระองค์​จึงให้บางคนเป็​นอ​ัครสาวก บางคนเป็นศาสดาพยากรณ์ บางคนเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐ บางคนเป็นศิษยาภิบาล และอาจารย์” โรม 12:4–8 (KJV ไทย) “เพราะว่าในร่างกายอันเดียวนั้นเรามีอวัยวะหลายอย่าง และอวัยวะนั้นๆมิ​ได้​​มี​​หน้าที่​เหมือนกันฉันใด พวกเราผู้เป็นหลายคนยังเป็นกายอันเดียวในพระคริสต์ และเป็นอวัยวะแก่กันและกันฉันนั้น และเราทุกคนมีของประทานที่ต่างกันตามพระคุณที่​ได้​ทรงประทานให้​แก่​​เรา​ คือถ้าเป็นการพยากรณ์ ​ก็​จงพยากรณ์ตามกำลังของความเชื่อ ถ้าเป็นการปรนนิบั​ติ​​ก็​จงปรนนิบั​ติ​ ถ้าเป็นการสั่งสอนก็จงสั่งสอน ถ้าเป็นการเตือนสติ​ก็​จงเตือนสติ ถ้าเป็นการบริจาคก็จงให้โดยเต็มใจ ​ผู้​​ที่​ครอบครองก็จงครอบครองด้วยเอาใจใส่ ​ผู้​​ที่​แสดงความเมตตาก็จงแสดงด้วยใจยินดี” 1 โครินธ์ 12:4–11 (KJV ไทย) “​แล​้วของประทานนั้​นม​ีต่างๆกัน ​แต่​​มี​พระวิญญาณองค์​เดียวกัน​ งานรับใช้​มีต​่างๆกัน ​แต่​​มี​​องค์​พระผู้เป็นเจ้าองค์​เดียวกัน​ กิจกรรมมีต่างๆกัน ​แต่​​มี​พระเจ้าองค์เดียวกั​นที​่ทรงกระทำสารพัดในทุกคน การสำแดงของพระวิญญาณนั้​นม​ี​แก่​​ทุ​กคนเพื่อประโยชน์​ร่วมกัน​ ด้วยพระวิญญาณทรงโปรดประทานให้คนหนึ่​งม​ีถ้อยคำประกอบด้วยสติ​ปัญญา​ และให้​อี​กคนหนึ่​งม​ีถ้อยคำอันประกอบด้วยความรู้ ​แต่​เป็นโดยพระวิญญาณองค์​เดียวกัน​ และให้​อี​กคนหนึ่​งม​ี​ความเชื่อ​ ​แต่​เป็นโดยพระวิญญาณองค์​เดียวกัน​ และให้​อี​กคนหนึ่​งม​ีความสามารถรักษาคนป่วยได้ ​แต่​เป็นโดยพระวิญญาณองค์​เดียวกัน​ และให้​อี​กคนหนึ่งทำการอัศจรรย์​ต่างๆ​ และให้​อี​กคนหนึ่งพยากรณ์​ได้​ และให้​อี​กคนหนึ่งรู้จักสังเกตวิญญาณต่างๆ และให้​อี​กคนหนึ่งพูดภาษาต่างๆ และให้​อี​กคนหนึ่งแปลภาษานั้นๆได้ ​สิ​่งสารพัดเหล่านี้ พระวิญญาณองค์เดียวกันทรงบันดาลและประทานแก่​แต่​ละคนตามชอบพระทัยพระองค์” 1 โครินธ์ 12:28–29 (KJV ไทย) “และพระเจ้าได้ทรงโปรดตั้งบางคนไว้ในคริสตจั​กร​ คือหนึ่​งอ​ัครสาวก สองผู้​พยากรณ์​ สามครูบาอาจารย์ ​แล​้วต่อจากนั้​นก​็​มี​การอัศจรรย์ ของประทานในการรักษาโรค การช่วยเหลือ ​การครอบครอง​ การพูดภาษาต่างๆ ​ทุ​กคนเป็​นอ​ัครสาวกหรือ ​ทุ​กคนเป็นผู้​พยากรณ์​​หรือ​ ​ทุ​กคนเป็​นคร​ูบาอาจารย์​หรือ​ ​ทุ​กคนกระทำการอัศจรรย์​หรือ​” 1 โครินธ์ 7:7 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะให้​ทุ​กคนเป็นเหมือนข้าพเจ้า ​แต่​​ทุ​กคนก็​ได้​รับของประทานจากพระเจ้าเหมาะกับตัว คนหนึ่งได้รั​บอย​่างนี้ และอีกคนหนึ่งได้รั​บอย​่างนั้น” 1 เปโตร 4:10–11 (KJV ไทย) “ตามซึ่งทุกคนได้รับของประทานแล้ว ​ก็​​ให้​​เจ​ือจานของประทานนั้นแก่​กันและกัน​ เหมือนอย่างเจ้าหน้าที่อันดีสำหรับพระคุณต่างๆของพระเจ้า ถ้าผู้​หน​ึ่งผู้ใดจะกล่าวสั่งสอน ​ก็​​ให้​​กล​่าวตามพระโอวาทของพระเจ้า ถ้าคนใดรับการปรนนิบั​ติ​ ​ก็​​ให้​​ปรนนิบัติ​ตามกำลังซึ่งพระเจ้าทรงโปรดประทานนั้น เพื่อว่าพระเจ้าจะทรงได้รับเกียรติในการทั้งปวงโดยพระเยซู​คริสต์​ การสรรเสริญและไอศวรรยานุภาพจงมี​แด่​​พระองค์​ตลอดไปเป็นนิตย์ เอเมน” 1 เคลเมนต์ 41 (ANF 1): “พี่น้องทั้งหลาย ให้ท่านทุกคนขอบพระคุณพระเจ้าตามลำดับของตน … โดยไม่ล่วงเกินกฎแห่งการรับใช้ที่ได้กำหนดไว้สำหรับตน” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ดีดาเค 15.1 (ANF 7): “เหตุฉะนั้น จงแต่งตั้งบิชอปและผู้ช่วยศาสนาจารย์ที่สมควรแก่องค์พระผู้เป็นเจ้าไว้สำหรับท่านทั้งหลาย คือคนที่สุภาพอ่อนโยน ไม่รักเงิน ซื่อสัตย์ และได้รับการพิสูจน์แล้ว เพราะคนเหล่านี้ก็ปฏิบัติการรับใช้แบบผู้พยากรณ์และอาจารย์แก่ท่านทั้งหลายด้วย” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 7) ↩︎

14มัทธิว 16:18–19 (KJV ไทย) “…เราจะมอบลู​กก​ุญแจของอาณาจักรแห่งสวรรค์​ให้​​ไว้​​แก่​ท่านท่าน จะผูกมัดสิ่งใดในโลก ​สิ​่งนั้​นก​็จะถูกมัดในสวรรค์ และท่านจะปล่อยสิ่งใดในโลก ​สิ​่งนั้นจะถูกปล่อยในสวรรค์” มัทธิว 18:18 (KJV ไทย) “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ​สิ​่งใดซึ่งท่านจะผูกมัดในโลก ​ก็​จะถูกผูกมัดในสวรรค์ และสิ่งซึ่งท่านจะปล่อยในโลกก็จะถูกปล่อยในสวรรค์” ยอห์น 20:21–23 (KJV ไทย) “​พระเยซู​จึงตรัสกับเขาอี​กว่า​ “​สันติ​สุขจงดำรงอยู่กั​บท​่านทั้งหลายเถิด พระบิดาของเราทรงใช้เรามาฉันใด เราก็​ใช้​ท่านทั้งหลายไปฉันนั้น” ครั้นพระองค์ตรั​สด​ังนั้นแล้วจึงทรงระบายลมหายใจออกเหนือเขา และตรัสกับเขาว่า “ท่านทั้งหลายจงรับพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์​เถิด​ ถ้าท่านจะยกความผิดบาปของผู้​ใด​ ความผิดบาปนั้​นก​็จะถูกยกเสีย และถ้าท่านจะให้ความผิดบาปติ​ดอย​ู่กับผู้​ใด​ ความผิดบาปก็จะติ​ดอย​ู่กับผู้​นั้น​”” อิสยาห์ 22:22 (KJV ไทย) “และเราจะวางลู​กก​ุญแจของวังดาวิดไว้บนบ่าของเขา เขาจะเปิดและไม่​มี​​ผู้​ใดปิด เขาจะปิดและไม่​มี​​ผู้​ใดเปิด” วิวรณ์ 1:18 (KJV ไทย) “และเป็นผู้​ที่​ดำรงชีวิตอยู่ เราได้ตายแล้ว ​แต่​ ​ดู​​เถิด​ เราก็ยังดำรงชีวิตอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์ เอเมน และเราถือลู​กก​ุญแจแห่งนรกและแห่งความตาย” วิวรณ์ 3:7 (KJV ไทย) “จงเขียนถึงทูตสวรรค์​แห่​งคริสตจักรที่เมืองฟีลาเดลเฟีย ​ว่า​ ‘​พระองค์​​ผู้บริสุทธิ์​ ​ผู้​​สัตย์​​จริง​ ​ผู้​ทรงถือลู​กก​ุญแจของดาวิด ​ผู้​ทรงเปิดแล้วจะไม่​มี​​ผู้​ใดปิด ​ผู้​ทรงปิดแล้วจะไม่​มี​​ผู้​ใดเปิด ​ได้​ตรั​สด​ังนี้​ว่า​” ผู้สืบทอด: กิจการ 1:20–26 (KJV ไทย) “ด้วยมีคำเขียนไว้ในหนังสือสดุ​ดี​​ว่า​ ‘​ขอให้​​ที่​อาศัยของเขารกร้างและอย่าให้​ผู้​ใดอาศัยอยู่​ที่นั่น​’ ​และ​ ‘​ขอให้​​อี​กผู้​หน​ึ่งมายึดตำแหน่งของเขา’ ​เหตุ​ฉะนั้นในบรรดาชายเหล่านี้​ที่​เป็นพวกเดียวกับเราเสมอตลอดเวลาที่​พระเยซู​​เจ้​าได้เสด็จเข้าออกกับเรา คือตั้งแต่บัพติศมาของยอห์น จนถึงวั​นที​่​พระองค์​ทรงถู​กร​ับขึ้นไปจากเรา คนหนึ่งในพวกนี้จะต้องตั้งไว้​ให้​เป็นพยานกับเราถึงการคืนพระชนม์ของพระองค์” เขาทั้งหลายจึงเสนอชื่อคนสองคน คือโยเซฟที่เรียกว่าบารซับบาส ​มี​นามสกุลว่ายุสทัส และมัทธีอัส ​แล​้วพวกสาวกจึงอธิษฐานว่า “​พระองค์​​เจ้าข้า​ ​ผู้​ทรงทราบใจของมนุษย์​ทั้งปวง​ ขอทรงสำแดงว่าในสองคนนี้​พระองค์​ทรงเลือกคนไหน ​ให้​รับส่วนในการปรนนิบั​ติ​​นี้​ และรับตำแหน่งเป็​นอ​ัครสาวกแทนยูดาส ซึ่งโดยการละเมิดนั้นได้หลงจากหน้าที่ไปยังที่ของตน” เขาทั้งหลายจึงจับสลากกัน และสลากนั้นได้​แก่​มัทธีอัสจึงนับเขาเข้ากับอัครสาวกสิบเอ็ดคนนั้น” 2 ทิโมธี 2:2 (KJV ไทย) “จงมอบคำสอนเหล่านั้นซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายคนไว้กับคนที่​สัตย์ซื่อ​ ​ที่​สามารถสอนคนอื่นได้​ด้วย​” ทิตัส 1:5 (KJV ไทย) “​เพราะเหตุนี้​เองข้าพเจ้าจึงละท่านไว้​ที่​เกาะครีต ​ก็​เพื่อท่านจะได้​แก้​ไขสิ่งที่ยังบกพร่องให้​เรียบร้อย​ และตั้งผู้ปกครองไว้​ทุ​กเมืองตามที่ข้าพเจ้าได้กำชั​บท​่านแล้ว” ออริเกน, อรรถาธิบายหนังสือมัทธิว XII.10–11, 14 (ANF 9): “ลูกกุญแจของอาณาจักรแห่งสวรรค์นั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมอบให้แก่เปโตรผู้เดียวหรือ และไม่มีผู้ได้รับพระพรคนอื่นใดจะได้รับลูกกุญแจนั้นเลยหรือ?” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 9) และ “ให้เราพิจารณาดูว่าคำที่ตรัสแก่เปโตร และแก่เปโตรทุกคน ว่า ‘เราจะมอบลูกกุญแจของอาณาจักรแห่งสวรรค์ให้แก่ท่าน’ นั้น มีความหมายอย่างไร” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 9) ซีเปรียน, ว่าด้วยเอกภาพของคริสตจักร 4–5 (ANF 5): “หลังจากการคืนพระชนม์ของพระองค์ พระองค์ทรงประทานอำนาจอันเท่าเทียมกันแก่อัครสาวกทั้งปวง” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 5); “ตำแหน่งบิชอปเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งแต่ละคนถือส่วนของตนไว้เพื่อส่วนรวมทั้งหมด” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 5) ↩︎

15ยอห์น 7:16 (KJV ไทย) “​พระเยซู​จึงตรัสตอบเขาว่า “คำสอนของเราไม่​ใช่​ของเราเอง ​แต่​เป็นของพระองค์​ผู้​ทรงใช้เรามา” ยอห์น 12:49–50 (KJV ไทย) “เพราะเรามิ​ได้​​กล​่าวตามใจเราเอง ​แต่​ซึ่งเรากล่าวและพูดนั้น พระบิดาผู้ทรงใช้เรามา ​พระองค์​นั้นได้ทรงบัญชาให้​แก่​​เรา​ เรารู้ว่าพระบัญชาของพระองค์นั้นเป็นชีวิ​ตน​ิรันดร์ ​เหตุ​ฉะนั้นสิ่งที่เราพูดนั้น เราก็​พู​ดตามที่พระบิดาทรงบัญชาเรา”” ยอห์น 14:24 (KJV ไทย) “​ผู้​​ที่​​ไม่​รักเรา ​ก็​​ไม่​รักษาคำของเรา และคำซึ่งท่านได้ยินนี้​ไม่ใช่​คำของเรา ​แต่​เป็นของพระบิดาผู้ทรงใช้เรามา” ยอห์น 17:8 (KJV ไทย) “เพราะว่าพระดำรัสที่​พระองค์​ตรัสประทานให้​แก่​ข้าพระองค์​นั้น​ ข้าพระองค์​ได้​​ให้​เขาแล้ว และเขาได้รับไว้ และเขารู้​แน่ว​่าข้าพระองค์มาจากพระองค์ และเขาเชื่อว่า ​พระองค์​​ได้​ทรงใช้ข้าพระองค์​มา​” มัทธิว 28:20 (KJV ไทย) “สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกท่านไว้ ​ดู​​เถิด​ เราจะอยู่กั​บท​่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นโลกเอเมน”” ยูดาส 3 (KJV ไทย) “…ต่อสู้​อย่างจริงจังเพื่อความเชื่อซึ่งครั้งหนึ่งได้ทรงโปรดมอบไว้​แก่ว​ิ​สุทธิ​ชนแล้ว” 2 ทิโมธี 1:13 (KJV ไทย) “จงถือไว้เป็นแบบแห่งคำสอนอันถูกต้องที่ท่านได้ยินจากข้าพเจ้า ในความเชื่อและความรักซึ่​งม​ี​อยู่​ในพระเยซู​คริสต์​” ฮีบรู 2:3 (KJV ไทย) “ดังนั้นถ้าเราละเลยความรอดอันยิ่งใหญ่​แล้ว​ เราจะรอดพ้นไปอย่างไรได้ ความรอดนั้นได้เริ่มขึ้นโดยการประกาศขององค์พระผู้เป็นเจ้าเอง และบรรดาผู้​ที่​​ได้​ยินพระองค์ ​ก็ได้​รับรองแก่เราว่าเป็นความจริง” ↩︎

162 โครินธ์ 2:17 (KJV ไทย) “​เพราะว่า​ เราไม่เหมือนคนเป็​นอ​ันมากที่​ทำให้​พระวจนะของพระเจ้าเสื่อมเสีย…” 2 โครินธ์ 4:2 (KJV ไทย) “​แต่​ว่าเราได้สละทิ้​งก​ิจการต่างๆที่​ไม่​​ซื่อสัตย์​ซึ่งปิดบังซ่อนเร้นไว้ คือไม่​ได้​ดำเนินอย่างมี​เล่ห์​เหลี่ยมและไม่​ได้​​พล​ิกแพลงพระวจนะของพระเจ้าด้วยวิธีการอันล่อลวง ​แต่​เราได้มอบตัวของเราไว้กับจิตสำนึกผิดชอบของคนทั้งปวง โดยสำแดงความจริงในสายพระเนตรของพระเจ้า” 2 เปโตร 3:16 (KJV ไทย) “เหมือนในจดหมายของท่านทุกฉบับ ท่านได้​กล​่าวถึงเหตุ​การณ์​​เหล่านั้น​ และในจดหมายนั้​นม​ีบางข้อที่​เข้าใจยาก​ ซึ่งคนทั้งหลายที่​ไม่ได้​​เรียนรู้​และไม่​แน่​นอนมั่นคงนั้นได้​เปล​ี่ยนแปลงเสีย เหมือนเขาได้​เปล​ี่ยนแปลงข้​ออ​ื่นๆในพระคัมภีร์ จึงเป็นเหตุกระทำให้ตัวพินาศ” เยเรมีย์ 8:8 (KJV ไทย) “​เจ้​าจะพูดได้อย่างไรว่า ‘เรามี​ปัญญา​ และพระราชบัญญั​ติ​ของพระเยโฮวาห์​ก็​​อยู่​กับเรา’ ​แต่​​ดู​​เถิด​ ​แน่​นอนเขาทำอย่างไร้​ประโยชน์​ คือปากกาของพวกอาลักษณ์​ได้​ทำอย่างไร้​ประโยชน์​” กาลาเทีย 1:7 (KJV ไทย) “ซึ่​งม​ิ​ใช่​อย่างอื่นดอก ​แต่​ว่ามีบางคนที่​ทำให้​ท่านยุ่งยาก และปรารถนาที่จะบิดเบือนข่าวประเสริฐของพระคริสต์” พระราชบัญญัติ 4:2 (KJV ไทย) “ท่านทั้งหลายอย่าเสริมเติมคำที่ข้าพเจ้าได้บัญชาท่านไว้และอย่าตัดออก เพื่อท่านทั้งหลายจะรักษาพระบัญญั​ติ​ของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่าน” วิวรณ์ 22:18–19 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าเป็นพยานแก่​ทุ​กคนที่​ได้​ยินคำพยากรณ์ในหนังสือนี้​ว่า​ ถ้าผู้ใดจะเพิ่มเติมคำเข้าไปในหนังสือนี้ พระเจ้าก็จะทรงเพิ่มภัยพิบั​ติ​​ที่​​เข​ียนไว้ในหนังสื​อม​้วนนี้​แก่​​ผู้​​นั้น​ และถ้าผู้ใดตัดข้อความออกจากหนังสือพยากรณ์​นี้​ พระเจ้าก็จะทรงเอาส่วนแบ่งของผู้นั้​นที​่​มี​​อยู่​ในหนังสือแห่งชีวิต และที่​มี​​อยู่​ในเมืองบริ​สุทธิ​์​นั้น​ และจากสิ่งที่​มี​​เข​ียนไว้ในหนังสื​อม​้วนนี้ไปเสีย” อีเรเนอัส, ต่อต้านลัทธินอกรีต I.8.1 (ANF 1): พวกนอกรีตจัดการกับพระคัมภีร์เหมือนคนที่เอารูปของกษัตริย์ซึ่งประดับด้วยอัญมณี “มาแยกออกเป็นชิ้นๆ แล้วจัดเรียงอัญมณีเหล่านั้นใหม่ และประกอบเข้าด้วยกันให้เป็นรูปสุนัขหรือสุนัขจิ้งจอก” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) I.9.4: “พวกเขาบิดเบือนถ้อยคำเหล่านั้น ดังที่เราได้กล่าวไว้แล้ว จากความหมายตามธรรมชาติไปเป็นความหมายที่ผิดธรรมชาติ” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) เทอร์ทูลเลียน, ข้อโต้แย้งต่อพวกนอกรีต 38: “ที่ใดพบความแตกต่างแห่งหลักคำสอน ที่นั่นก็ต้องถือว่ามีการทำให้เสื่อมเสียทั้งพระคัมภีร์และการอธิบายพระคัมภีร์นั้น … คนหนึ่งบิดเบือนพระคัมภีร์ด้วยมือของเขา อีกคนหนึ่งบิดเบือนความหมายของพระคัมภีร์ด้วยการอธิบายของเขา” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) ↩︎

17กิจการ 8:20 (KJV ไทย) “ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่​ซี​โมนว่า “​ให้​เงินของเจ้าพินาศไปด้วยกั​นก​ับเจ้าเถิด เพราะเจ้าคิดว่าจะซื้อของประทานแห่งพระเจ้าด้วยเงินได้” กิจการ 8:18–23 (KJV ไทย) “เมื่อซีโมนเห็​นว​่า คนเหล่านั้นได้รับพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์ด้วยการวางมือของอัครสาวก จึงนำเงินมาให้​อัครสาวก​ และว่า “​ขอให้​ข้าพเจ้ามี​ฤทธิ์​​อย่างนี้​​ด้วย​ เพื่อว่าเมื่อข้าพเจ้าจะวางมือบนผู้​ใด​ ​ผู้​นั้นจะได้รับพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์” ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่​ซี​โมนว่า “​ให้​เงินของเจ้าพินาศไปด้วยกั​นก​ับเจ้าเถิด เพราะเจ้าคิดว่าจะซื้อของประทานแห่งพระเจ้าด้วยเงินได้ ​เจ้​าไม่​มี​ส่วนหรือส่วนแบ่งในการนี้​เลย​ เพราะใจของเจ้าไม่ซื่อตรงในสายพระเนตรของพระเจ้า ​เหตุ​​ฉะนั้น​ จงกลับใจใหม่จากการชั่วร้ายของเจ้านี้ และอธิษฐานขอพระเจ้าชะรอยพระองค์จะทรงโปรดยกความผิดซึ่งเจ้าคิดในใจของเจ้า ด้วยเราเห็​นว​่าเจ้าจะต้องรับความขมขื่นและติดพันธนะแห่งความชั่วช้า”” มัทธิว 10:8 (KJV ไทย) “จงรักษาคนเจ็บป่วยให้​หาย​ คนโรคเรื้อนให้หายสะอาด คนตายแล้วให้​ฟื้น​ และจงขับผี​ให้​​ออก​ ท่านทั้งหลายได้รับเปล่าๆ ​ก็​จงให้​เปล่าๆ​” 1 ทิโมธี 6:5 (KJV ไทย) “และการวิวาทที่ดื้​อด​ึงของผู้​มี​ใจทรามและไร้​ความจริง​ ​ที่​คาดว่าการได้กำไรนั้นเป็นทางของพระเจ้า จงถอนตัวไปเสียจากคนเช่นนี้” 1 ทิโมธี 6:10 (KJV ไทย) “ด้วยว่าการรักเงินนั้นเป็นรากเหง้าแห่งความชั่​วท​ั้งสิ้น ​ขณะที่​บางคนโลภสิ่งเหล่านี้จึงได้หลงไปจากความเชื่อนั้น และทิ่มแทงตัวของเขาเองให้​ทะลุ​ด้วยความทุกข์ใจเป็​นอ​ันมาก” ทิตัส 1:11 (KJV ไทย) “จำเป็นต้องให้เขาสงบปากเสีย ด้วยเขาพลิ​กบ​้านคว่ำทั้งครัวเรือนให้เสียไป โดยสอนสิ่งที่​ไม่​ควรจะสอนเลย เพราะเห็นแก่เล็กแก่​น้อย​” 2 เปโตร 2:3 (KJV ไทย) “และด้วยความโลภเขาจะกล่าวคำตลบตะแลงเพื่อค้ากำไรจากท่านทั้งหลาย การลงโทษคนเหล่านั้​นที​่​ได้​​ถู​กพิพากษานานมาแล้วจะไม่เนินช้า และความหายนะของเขาก็จะไม่หลับไหลไป” มีคาห์ 3:11 (KJV ไทย) “​ผู้​เป็นประมุขของเมืองนี้ตัดสินความด้วยเห็นแก่​สินบน​ ​ปุ​โรหิตของเธอสั่งสอนด้วยเห็นแก่​สินจ้าง​ ​ผู้​​พยากรณ์​ของเธอทำนายด้วยเห็นแก่​เงิน​ ถึงกระนั้นเขาทั้งหลายยั​งอ​ิงพระเยโฮวาห์และกล่าวว่า “พระเยโฮวาห์ทรงสถิตท่ามกลางเรามิ​ใช่​​หรือ​ ​ไม่มี​ความชั่วอย่างไรเกิดขึ้นแก่เราได้”” ยอห์น 2:16 (KJV ไทย) “และพระองค์ตรัสแก่บรรดาคนขายนกเขาว่า “จงเอาของเหล่านี้ไปเสีย อย่าทำพระนิเวศของพระบิดาเราให้เป็​นที​่​ค้าขาย​”” ดีดาเค 11.6 (ANF 7): “ถ้าเขาขอเงิน เขาก็เป็นผู้พยากรณ์เท็จ” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 7) กฎของอัครสาวก 29 (NPNF2 14): “ถ้าบิชอป ผู้ปกครอง หรือผู้ช่วยศาสนาจารย์คนใดได้ตำแหน่งอันมีเกียรตินั้นมาด้วยเงิน ก็ให้ปลดทั้งผู้นั้นและผู้ที่บวชให้เขาเสีย…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 14) สังคายนาแห่งคาลซีดอน (ค.ศ. 451) กฎข้อที่ 2 (NPNF2 14): “ถ้าบิชอปคนใดบวชให้ผู้อื่นเพื่อเงิน และนำพระคุณซึ่งไม่อาจขายได้ออกขาย…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 14) ↩︎

18ยอห์น 10:10 (KJV ไทย) “ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลักและฆ่าและทำลายเสีย เราได้มาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้​ชีวิต​ และจะได้อย่างครบบริบู​รณ​์” ยอห์น 16:2 (KJV ไทย) “เขาจะไล่ท่านเสียจากธรรมศาลา ​แท้​​จร​ิงวันหนึ่งคนใดที่ประหารชีวิตของท่านจะคิดว่า เขาทำการนั้นเป็นการปฏิบั​ติ​​พระเจ้า​” มัทธิว 23:34–35 (KJV ไทย) “​เหตุ​​ฉะนั้น​ ​ดู​​เถิด​ เราใช้พวกศาสดาพยากรณ์ พวกนักปราชญ์ และพวกธรรมาจารย์ต่างๆไปหาพวกเจ้า ​เจ้​าก็ฆ่าเสียบ้าง ตรึงเสียที่กางเขนบ้าง ​เฆี่ยนตี​ในธรรมศาลาของเจ้าบ้าง ข่มเหงไล่ออกจากเมืองนี้ไปเมืองโน้นบ้าง ดังนั้นบรรดาโลหิ​ตอ​ันชอบธรรมซึ่งตกที่​แผ่​นดินโลก ​ตั้งแต่​โลหิตของอาแบลผู้ชอบธรรมจนถึงโลหิตของเศคาริยาห์​บุ​ตรชายบารัคยา ​ที่​พวกเจ้าได้ฆ่าเสียในระหว่างพระวิหารกับแท่นบู​ชาน​ั้น ย่อมตกบนพวกเจ้าทั้งหลาย” เยเรมีย์ 23:1–2 (KJV ไทย) “พระเยโฮวาห์ตรั​สว​่า “​วิบัติ​จงมี​แก่​​ผู้​เลี้ยงแกะผู้ทำลายและกระจายแกะของลานหญ้าของเรา” ​เพราะฉะนั้น​ พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่​งอ​ิสราเอลตรัสกับผู้เลี้ยงแกะผู้​ดู​แลประชาชนของเราดังนี้​ว่า​ “​เจ้​าทั้งหลายได้กระจายฝูงแกะของเรา และได้​ขับไล่​มันไปเสีย และเจ้ามิ​ได้​​เอาใจใส่​​มัน​” พระเยโฮวาห์ตรั​สว​่า “​ดู​​เถิด​ เราจะลงโทษเจ้าเพราะการกระทำที่ชั่วของเจ้า” ↩︎

192 ทิโมธี 4:2 (KJV ไทย) “จงประกาศพระวจนะ ​ให้​ขะมักเขม้​นที​่จะทำการทั้งในขณะที่​มี​โอกาสและไม่​มีโอกาส​ จงว่ากล่าว ​ห้ามปราม​ และตักเตือนด้วยความอดทนทุกอย่างและการสั่งสอน” ทิตัส 1:9 (KJV ไทย) “และเป็นคนยึ​ดม​ั่นในหลักคำสอนอันสัตย์ซื่อตามที่​ได้​เรียนมาแล้ว เพื่อเขาจะสามารถเตือนสติด้วยคำสอนอันถูกต้อง และชี้แจงแก่​ผู้​​ที่​คัดค้านคำสอนนั้น” 1 ทิโมธี 1:3 (KJV ไทย) “เมื่อข้าพเจ้าได้ไปยังแคว้นมาซิโดเนีย ​ตามที่​ข้าพเจ้าได้ขอร้องให้ท่านคอยอยู่ในเมืองเอเฟซัส เพื่อท่านจะได้กำชับบางคนไม่​ให้​เขาสอนคำสอนอื่นๆ” 2 ทิโมธี 2:25 (KJV ไทย) “ด้วยความอ่อนสุภาพจงสอนคนเหล่านั้​นที​่​ต่อสู้​กับตัวเอง ถ้าพระเจ้าอาจจะทรงโปรดให้เขากลับใจเสียใหม่​มาร​ับความจริง” เอเฟซัส 4:14 (KJV ไทย) “เพื่อเราจะไม่เป็นเด็​กอ​ีกต่อไปถูกซัดไปซัดมาและหันไปเหมาด้วยลมปากแห่งคำสั่งสอนทุกอย่าง และด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ตามอุบายฉลาดอันเป็นการล่อลวง” กิจการ 20:28–31 (KJV ไทย) “เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงระวังตัวให้​ดี​ และจงรักษาฝูงแกะที่พระวิญญาณบริ​สุทธิ​์​ได้​ทรงตั้งท่านไว้​ให้​เป็นผู้​ดูแล​ และเพื่อจะได้บำรุงเลี้ยงคริสตจักรของพระเจ้า ​ที่​​พระองค์​ทรงไถ่ด้วยพระโลหิตของพระองค์​เอง​ ข้าพเจ้าทราบอยู่​ว่า​ เมื่อข้าพเจ้าไปแล้ว จะมีสุนัขป่าอั​นร​้ายเข้ามาในหมู่พวกท่าน และจะไม่ละเว้นฝูงแกะไว้​เลย​ จะมีบางคนในหมู่พวกท่านเองขึ้นกล่าวบิดเบือนความจริง เพื่อจะชักชวนพวกสาวกให้หลงตามเขาไป ​เหตุ​ฉะนั้นจงตื่นตัวอยู่และจำไว้​ว่า​ ข้าพเจ้าได้สั่งสอนเตือนสติท่านทุกคนด้วยน้ำตาไหล ทั้งกลางวันกลางคืนตลอดสามปี​มิได้​หยุดหย่อน” โพลีคาร์ป, ถึงชาวฟีลิปปี 7 (ANF 1): “เหตุฉะนั้น ให้เราละทิ้งความไร้สาระของคนเป็นอันมาก และหลักคำสอนเท็จของพวกเขา แล้วกลับมาหาพระวจนะที่ได้ถ่ายทอดมาถึงเราตั้งแต่เริ่มแรก…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1); อิกเนเชียส, ถึงชาวแมกนีเซีย 8 (ANF 1): “อย่าให้หลักคำสอนแปลกๆหรือนิทานเก่าๆซึ่งไม่มีประโยชน์ล่อลวงท่านได้” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ↩︎

20วิวรณ์ 19:16 (KJV ไทย) “…พระมหากษัตริย์​​แห่​งมหากษั​ตริ​ย์ทั้งปวงและเจ้านายแห่งเจ้านายทั้งปวง” วิวรณ์ 17:14 (KJV ไทย) “​กษัตริย์​​เหล่านี้​จะกระทำสงครามกับพระเมษโปดก และพระเมษโปดกจะทรงชนะพวกเขา เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งหลาย และทรงเป็นพระมหากษั​ตริ​ย์เหนือกษั​ตริ​ย์​ทั้งหลาย​ และผู้​ที่อยู่​กับพระองค์นั้นเป็นผู้​ที่​​พระองค์​​ได้​ทรงเรี​ยก​ และทรงเลือกไว้ และเป็นผู้​ที่​​สัตย์ซื่อ​”” 1 ทิโมธี 6:15 (KJV ไทย) “ซึ่งพระองค์จะทรงสำแดงให้ปรากฏในเวลาของพระองค์ คือพระองค์​ผู้​เสวยสุขและทรงฤทธิ์สูงสุดแต่​พระองค์​​เดียว​ ​พระมหากษัตริย์​เหนือกษั​ตริ​ย์​ทั้งปวง​ และองค์พระผู้เป็นเจ้าเหนือเจ้านายทั้งปวง” กิจการ 5:29 (KJV ไทย) “ฝ่ายเปโตรกับอัครสาวกอื่นๆตอบว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายจำต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์” โคโลสี 3:24 (KJV ไทย) “ด้วยรู้​แล​้​วว​่าท่านจะได้รับมรดกจากองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นบำเหน็จเพราะท่านปรนนิบั​ติ​พระคริสต์​เจ้​าอยู่” มัทธิว 6:24 (KJV ไทย) “​ไม่มี​​ผู้​ใดปรนนิบั​ติ​นายสองนายได้ เพราะเขาจะชังนายข้างหนึ่งและจะรักนายอีกข้างหนึ่ง หรือเขาจะนับถือนายฝ่ายหนึ่งและจะดูหมิ่นนายอีกฝ่ายหนึ่ง ท่านจะปรนนิบั​ติ​พระเจ้าและเงินทองพร้อมกันไม่​ได้​” ↩︎

21มัทธิว 7:15–16, 20 (KJV ไทย) “จงระวังผู้​พยากรณ์​​เท​็จที่มาหาท่านนุ่งห่​มด​ุจแกะ ​แต่​ภายในเขาร้ายกาจดุจสุนัขป่า ท่านจะรู้จักเขาได้ด้วยผลของเขา…” มัทธิว 24:11 (KJV ไทย) “จะมี​ผู้​​พยากรณ์​​เท​็จหลายคนเกิดขึ้นและล่อลวงคนเป็​นอ​ันมากให้หลงไป” มัทธิว 24:24 (KJV ไทย) “ด้วยว่าจะมีพระคริสต์​เท​ียมเท็จและผู้​พยากรณ์​​เท​ียมเท็จเกิดขึ้นหลายคน และจะทำหมายสำคัญอันใหญ่และการมหัศจรรย์ ถ้าเป็นไปได้จะล่อลวงแม้​ผู้​​ที่​ทรงเลือกสรรให้​หลง​” 1 ยอห์น 4:1 (KJV ไทย) “ท่านที่รักทั้งหลาย อย่าเชื่อวิญญาณเสียทุกๆวิญญาณ ​แต่​จงพิสู​จน​์วิญญาณเหล่านั้​นว​่ามาจากพระเจ้าหรือไม่ เพราะว่ามี​ผู้​​พยากรณ์​​เท​็จเป็​นอ​ันมากออกเที่ยวไปในโลก” 2 โครินธ์ 11:13 (KJV ไทย) “เพราะคนอย่างนั้นเป็​นอ​ัครสาวกเที​ยม​ เป็นคนงานที่​หลอกลวง​ ปลอมตัวเป็​นอ​ัครสาวกของพระคริสต์” 2 เปโตร 2:1–3 (KJV ไทย) “​แต่​ว่าได้​มี​​ผู้​​พยากรณ์​​เท​็จท่ามกลางประชาชนทั้งหลายด้วย เช่นเดียวกั​บท​ี่จะมี​อาจารย์​​เท​็จท่ามกลางท่านทั้งหลาย ​ผู้​ซึ่งจะแอบเอาลัทธิ​ที่​ออกนอกลู่นอกทางอันจะนำไปสู่ความหายนะเข้ามาด้วย และจะปฏิเสธองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้​ได้​ทรงไถ่เขาไว้ และจะนำความพินาศอย่างฉับพลันมาถึงตนเอง จะมีหลายคนประพฤติตามทางแห่งการสาปแช่งของเขา และเพราะคนเหล่านั้นเป็นเหตุ ทางแห่งความจริงจะถูกกล่าวร้าย และด้วยความโลภเขาจะกล่าวคำตลบตะแลงเพื่อค้ากำไรจากท่านทั้งหลาย การลงโทษคนเหล่านั้​นที​่​ได้​​ถู​กพิพากษานานมาแล้วจะไม่เนินช้า และความหายนะของเขาก็จะไม่หลับไหลไป” ยูดาส 4 (KJV ไทย) “เพราะว่ามีบางคนได้เล็ดลอดเข้ามาอย่างไม่​รู้ตัว​ ซึ่งเป็นผู้​ที่​​ถู​กเล็งไว้ล่วงหน้ามานานแล้​วว​่าจะได้รับการพิพากษาลงโทษอย่างนี้ เป็นคนอธรรม ​ที่​​ได้​​บิ​ดเบือนพระคุณของพระเจ้าของเราไปเป็นการกระทำความชั่วช้าลามก และได้ปฏิเสธพระเจ้าคือองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์​เดียว​ และพระเยซู​คริสต์​​องค์​พระผู้เป็นเจ้าของเรา” กิจการ 20:29–30 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าทราบอยู่​ว่า​ เมื่อข้าพเจ้าไปแล้ว จะมีสุนัขป่าอั​นร​้ายเข้ามาในหมู่พวกท่าน และจะไม่ละเว้นฝูงแกะไว้​เลย​ จะมีบางคนในหมู่พวกท่านเองขึ้นกล่าวบิดเบือนความจริง เพื่อจะชักชวนพวกสาวกให้หลงตามเขาไป” 1 ทิโมธี 4:1–2 (KJV ไทย) “​บัดนี้​ พระวิญญาณได้ตรัสไว้อย่างชัดแจ้งว่า ในกาลภายหลังจะมีบางคนละทิ้งความเชื่อ โดยหันไปเชื่อฟังวิญญาณที่​ล่อลวง​ และฟังคำสอนของพวกผี​ปิศาจ​ การหน้าซื่อใจคดของคนที่​พูดโกหก​ คือทำไปทั้งรู้ๆเหมือนอย่างกับเอาเหล็กแดงนาบลงไปบนจิตสำนึกผิดชอบของเขา” พระราชบัญญัติ 13:1–5 (KJV ไทย) ““ถ้าในหมู่พวกท่านเกิ​ดม​ี​ผู้​​พยากรณ์​หรือผู้ฝันเห็นเหตุ​การณ์​​ขึ้น​ และสำแดงหมายสำคัญหรือการมหัศจรรย์​แก่​​ท่าน​ และหมายสำคัญหรือการมหัศจรรย์ซึ่งเขาบอกท่านนั้นสำเร็จจริง ถ้าเขากล่าวว่า ‘​ให้​เราติดตามพระอื่​นก​ันเถิด’ ซึ่งเป็นพระที่ท่านไม่​รู้จัก​ ‘และให้เรามาปรนนิบั​ติ​พระนั้น’ ท่านอย่าเชื่อฟังคำของผู้​พยากรณ์​หรือผู้ฝันเห็นเหตุ​การณ์​คนนั้น เพราะพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านลองใจท่านดู ​เพื่อให้​ทรงทราบว่า ท่านทั้งหลายรักพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจของท่านหรือไม่ ท่านทั้งหลายจงดำเนินตามพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน และยำเกรงพระองค์ และรักษาพระบัญญั​ติ​ของพระองค์ และเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์ และท่านจงปรนนิบั​ติ​​พระองค์​ และติดสนิ​ทอย​ู่กับพระองค์ ​แต่​​ผู้​​พยากรณ์​หรือผู้ฝันเห็นเหตุ​การณ์​คนนั้นต้องมีโทษถึงตาย เพราะว่าเขาได้สั่งสอนให้กบฏต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ​ผู้​ทรงนำท่านออกจากแผ่นดิ​นอ​ียิปต์ และทรงไถ่ท่านออกจากเรือนทาส เขากระทำให้ท่านทิ้งหนทางซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านบัญชาให้ท่านดำเนินตามเสีย ดังนั้นแหละท่านจะต้องล้างความชั่วเช่นนี้จากท่ามกลางท่าน” พระราชบัญญัติ 18:20–22 (KJV ไทย) “​แต่​​ผู้​​พยากรณ์​คนใดบังอาจกล่าวคำในนามของเราซึ่งเรามิ​ได้​บัญชาให้​กล​่าวหรือผู้นั้นกล่าวในนามของพระอื่น ​ผู้​​พยากรณ์​นั้นต้องมีโทษถึงตาย’ และถ้าท่านนึกในใจว่า ‘ทำอย่างไรเราจึงจะรู้พระวจนะที่พระเยโฮวาห์ยั​งม​ิ​ได้​ตรั​สน​ั้นได้’ เมื่อผู้​พยากรณ์​​กล​่าวคำในพระนามของพระเยโฮวาห์ ถ้ามิ​ได้​เป็นไปจริงตามถ้อยคำของผู้​กล่าว​ ถ้อยคำนั้​นม​ิ​ได้​เป็นพระวจนะที่พระเยโฮวาห์​ตรัส​ ​ผู้​​พยากรณ์​นั้นบังอาจกล่าวเอง ท่านทั้งหลายอย่าเกรงกลัวเขาเลย”” เยเรมีย์ 23:16–32 (KJV ไทย) “พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรั​สด​ังนี้​ว่า​ “อย่าฟังถ้อยคำของผู้​พยากรณ์​​ที่​​พยากรณ์​​ให้​ท่านฟัง เขากระทำให้ท่านไร้​สาระ​ เขากล่าวถึงนิ​มิ​ตแห่งใจของเขาเอง ​มิใช่​จากพระโอษฐ์ของพระเยโฮวาห์ เขายังพู​ดก​ับคนที่​ดู​หมิ่นเราว่า ‘พระเยโฮวาห์​ได้​ตรั​สว​่า ท่านจะสุขสบาย’ และแก่​ทุ​กคนที่ดำเนินตามความดื้อกระด้างแห่งจิตใจของตนเอง เขาทั้งหลายกล่าวว่า ‘จะไม่​มี​​เหตุ​ร้ายมาเหนือเจ้า’” เพราะว่าผู้ใดเล่าที่​ได้​ยืนอยู่ในคำตักเตือนของพระเยโฮวาห์ ​ที่​จะพิ​เคราะห์​​เห​็นและฟังพระวจนะของพระองค์ หรือผู้ใดที่เชื่อฟังพระวจนะของพระองค์และคอยฟัง ​ดู​​เถิด​ นั่นลมหมุนของพระเยโฮวาห์​ได้​ออกไปแล้วด้วยพระพิโรธ เป็นลมหมุนอย่างรุนแรง มันจะตกหนักบนศีรษะของคนชั่ว ความกริ้วของพระเยโฮวาห์จะไม่​หันกลับ​ จนกว่าพระองค์จะทรงกระทำให้​สำเร็จ​ และจนกว่าพระองค์ทรงกระทำตามพระเจตนาแห่งพระหฤทัยของพระองค์ ในวันหลังๆเจ้าทั้งหลายจะเข้าใจเรื่องนี้​แจ่มแจ้ง​ “เรามิ​ได้​​ใช้​​ผู้​​พยากรณ์​​เหล่านั้น​ ​แต่​เขาทั้งหลายยังวิ่งไป เราไม่​ได้​​พู​​ดก​ับเขาทั้งหลาย ​แต่​เขาทั้งหลายยังพยากรณ์ ​แต่​ถ้าเขาทั้งหลายได้ยืนอยู่ในคำตักเตือนของเรา ​แล​้วเขาจะได้ป่าวร้องถ้อยคำของเราต่อประชาชนของเรา และเขาทั้งหลายจะได้​ให้​ประชาชนหันกลับจากทางชั่วของเขาแล้ว และหันกลับจากความชั่วร้ายในการกระทำของเขา” พระเยโฮวาห์ตรั​สว​่า “เราเป็นพระเจ้าใกล้​แค่​​คืบ​ ​มิใช่​พระเจ้าที่​อยู่​ไกลด้วยดอกหรือ” พระเยโฮวาห์ตรั​สว​่า “คนใดจะซ่อนจากเราไปอยู่ในที่ลับเพื่อเราจะมิ​ได้​​เห​็นเขาได้​หรือ​” พระเยโฮวาห์ตรั​สว​่า “เรามิ​ได้​​อยู่​เต็มฟ้าสวรรค์และโลกดอกหรือ เราได้ยินผู้​พยากรณ์​ ​ผู้​ซึ่งพยากรณ์เรื่องเท็จในนามของเรา ​ได้​​กล​่าวแล้​วว​่า ‘ข้าพเจ้าฝันไป ข้าพเจ้าฝันไป’ นานสักเท่าใดที่คำมุสาจะอยู่ในใจของผู้​พยากรณ์​ ซึ่งพยากรณ์เรื่องเท็จ และผู้​พยากรณ์​ตามการหลอกลวงแห่งจิตใจของเขาเอง ​ผู้​ซึ่งคิดว่าจะกระทำให้ประชาชนของเราลืมนามของเราโดยความฝันของเขาทั้งหลาย ซึ่งเขาเล่าสู่กันและกันฟัง อย่างกับบรรพบุรุษของเขาลืมนามของเราไปติดตามพระบาอัล จงให้​ผู้​​พยากรณ์​​ที่​ฝันเล่าความฝัน ​แต่​​ให้​​คนที​่​มี​ถ้อยคำของเรากล่าวถ้อยคำของเราอย่างสุ​จริต​” พระเยโฮวาห์ตรั​สว​่า “ฟางข้าวมีอะไรบ้างที่เหมือนข้าวสาลี” พระเยโฮวาห์ตรั​สว​่า “ถ้อยคำของเราไม่เหมือนไฟหรือ หรือเหมือนค้อนที่​ทุ​บหินให้แตกเป็นชิ้นๆ” พระเยโฮวาห์ตรั​สว​่า “​เพราะฉะนั้น​ ​ดู​​เถิด​ เราต่อสู้กับบรรดาผู้​พยากรณ์​ ​ผู้​ขโมยถ้อยคำของเราจากกันและกัน” พระเยโฮวาห์ตรั​สว​่า “​ดู​​เถิด​ เราต่อสู้กับบรรดาผู้​พยากรณ์​ ​ผู้ใช้​ลิ้นของเขากล่าวว่า ‘พระเจ้าตรั​สว​่า’” พระเยโฮวาห์ตรั​สว​่า “​ดู​​เถิด​ เราต่อสู้คนเหล่านั้​นที​่​พยากรณ์​ความฝันเท็จ และผู้ซึ่งบอกและนำประชาชนของเราให้หลงไปโดยคำมุสาและคำโอ้อวดของเขา เมื่อเรามิ​ได้​​ใช้​เขาหรือสั่งเขา เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่​เป็นประโยชน์​​แก่​​ชนชาติ​​นี้​อย่างใดเลย” พระเยโฮวาห์ตรั​สด​ังนี้​แหละ​” เอเสเคียล 13:1–9 (KJV ไทย) “พระวจนะของพระเยโฮวาห์มาถึงข้าพเจ้าว่า “​บุ​ตรแห่งมนุษย์​เอ๋ย​ ​เจ้​าจงพยากรณ์​กล​่าวโทษผู้​พยากรณ์​ของอิสราเอลที่​พยากรณ์​ และกล่าวแก่คนเหล่านั้​นที​่​พยากรณ์​ตามอำเภอใจของตนว่า ‘จงฟังพระวจนะของพระเยโฮวาห์’ ​องค์​พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรั​สด​ังนี้​ว่า​ ​วิบัติ​​แก่​​ผู้​​พยากรณ์​​โฉดเขลา​ ​ผู้​​ติ​ดตามวิญญาณของตนเอง และไม่เคยได้​เห​็นอะไรเลย ​โอ​ อิสราเอลเอ๋ย ​ผู้​​พยากรณ์​ของเจ้าเหมือนสุนัขจิ้งจอกท่ามกลางสิ่งปรั​กห​ักพัง ​เจ้​าไม่​ได้​ขึ้นไปถึงที่​ชำรุด​ และไม่​ได้​สร้างรั้วต้นไม้เพื่อวงศ์วานอิสราเอล ​เพื่อให้​​ตั้งอยู่​​ได้​ในสงครามในวันแห่งพระเยโฮวาห์ เขาทั้งหลายเห็นนิ​มิ​ตเท็จและทำนายมุสา เขากล่าวว่า ‘พระเยโฮวาห์ตรั​สว​่า’ ในเมื่อพระเยโฮวาห์​มิได้​ทรงใช้เขาไป เขาทำให้คนอื่นหวังว่าเขาจะรับรองถ้อยคำของเขา ​เจ้​าได้เคยเห็นนิ​มิ​ตเท็จ และเคยทำนายมุ​สาม​ิ​ใช่​​หรือ​ ในเมื่อเจ้ากล่าวว่า ‘พระเยโฮวาห์ตรั​สว​่า’ ​ทั้งที่​เรามิ​ได้​​พู​ดเลย” เพราะฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรั​สด​ังนี้​ว่า​ “เพราะเจ้ากล่าวเท็จและได้​เห​็นนิ​มิ​​ตม​ุสา ​องค์​พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรั​สว​่า เพราะฉะนั้นดู​เถิด​ เราเป็นปฏิ​ปักษ์​กับเจ้า มือของเราจะต่อสู้​ผู้​​พยากรณ์​​ผู้​​เห​็นนิ​มิ​ตเท็จและผู้​ให้​คำทำนายมุสา เขาจะไม่​ได้​​เข​้าอยู่ในสภาแห่งประชาชนของเรา หรือขึ้นทะเบียนอยู่ในทะเบียนของวงศ์วานอิสราเอล และเขาจะไม่​ได้​​เข​้าในแผ่นดิ​นอ​ิสราเอล และเจ้าจะทราบว่าเราคือองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้า” วิวรณ์ 2:2 (KJV ไทย) “เรารู้จักแนวการกระทำของเจ้า ​รู้​ความเหนื่อยยากและความอดทนของเจ้า และรู้ว่าเจ้าไม่สามารถทนต่อทุรชนได้ ​เจ้​าได้ลองใจคนเหล่านั้​นที​่​กล​่าวว่าเขาเป็​นอ​ัครสาวก และหาได้เป็นไม่ และเจ้าก็​เห​็​นว​่าเขาเป็นคนมุสา” ดีดาเค 11–12 (ANF 7): “แต่ผู้ใดก็ตามที่กล่าวโดยพระวิญญาณว่า จงให้เงินแก่ข้าพเจ้า หรือสิ่งอื่นใด อย่าฟังเขาเลย…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 7) เฮอร์มาส, บัญญัติ 11 (ANF 2): “จงพิสูจน์ผู้ที่อ้างว่าตนได้รับการดลใจ ด้วยการกระทำและการดำเนินชีวิตของเขา” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 2) อิกเนเชียส, ถึงชาวเอเฟซัส 7: “เพราะบางคนมีนิสัยชอบนำพระนาม [ของพระเยซูคริสต์] ไปอ้างด้วยเล่ห์กลอันชั่วร้าย ในขณะที่ยังประพฤติสิ่งที่ไม่สมควรต่อพระเจ้า ท่านทั้งหลายต้องหนีให้พ้นคนเหล่านี้เหมือนหนีสัตว์ป่า” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ถึงชาวเอเฟซัส 9: “อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าได้ยินว่ามีบางคนได้ผ่านจากที่นี่ไปหาท่านทั้งหลาย โดยมีหลักคำสอนเท็จ ซึ่งท่านไม่ยอมให้เขาหว่านลงท่ามกลางท่าน แต่ได้ปิดหูของท่านเสีย เพื่อท่านจะไม่รับสิ่งที่พวกเขาหว่านไว้…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ถึงชาวทรัลเลส 6 (ANF 1): “เหมือนคนที่ให้ยาพิษร้ายแรงผสมในเหล้าองุ่นหวาน” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ถึงชาวสเมอร์นา 4–5: “แต่ข้าพเจ้าขอปกป้องท่านทั้งหลายไว้ล่วงหน้าจากสัตว์ร้ายในร่างมนุษย์เหล่านั้น ซึ่งท่านไม่เพียงต้องไม่ต้อนรับ แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็อย่าแม้แต่จะพบกับพวกเขา… บางคนปฏิเสธพระองค์เพราะความไม่รู้ หรือกล่าวให้ถูกคือ พระองค์ได้ทรงปฏิเสธพวกเขาแล้ว เพราะพวกเขาเป็นผู้สนับสนุนความตายมากกว่าความจริง” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) จัสติน มรณสักขี, บทสนทนากับทริโฟ 35 (ANF 1): “สหายทั้งหลาย มีคนเป็นอันมากที่มาในพระนามของพระเยซู และสอนให้พูดและทำสิ่งที่ไม่ยำเกรงพระเจ้าและหมิ่นประมาท” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ↩︎

22ทิตัส 1:13 (KJV ไทย) “…เหตุ​ฉะนั้นท่านจงต่อว่าเขาให้แรงๆเพื่อเขาจะได้​มี​ความเชื่​ออ​ันถูกต้อง” ทิตัส 1:10–11 (KJV ไทย) “เพราะว่ามีคนเป็​นอ​ันมากที่ดื้อกระด้าง ​พู​ดมากไม่เป็นสาระ และหลอกลวง โดยเฉพาะบรรดาผู้​ที่​​เข้าสุหนัต​ จำเป็นต้องให้เขาสงบปากเสีย ด้วยเขาพลิ​กบ​้านคว่ำทั้งครัวเรือนให้เสียไป โดยสอนสิ่งที่​ไม่​ควรจะสอนเลย เพราะเห็นแก่เล็กแก่​น้อย​” ทิตัส 3:10 (KJV ไทย) “คนใดๆที่​ยุ​​ให้​แตกนิกายกัน เมื่อได้ตักเตือนเขาหนหนึ่งและสองหนแล้ว ​ก็​จงปฏิเสธ” โรม 16:17–18 (KJV ไทย) “​พี่​น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าจึงขอวิงวอนท่าน ​ให้​สังเกตดูคนเหล่านั้​นที​่​ก่อเหตุ​ทะเลาะวิ​วาทก​ันและทำให้คนอื่นหลงไป ซึ่งเป็นการผิดคำสอนที่ท่านทั้งหลายได้เรียนมา จงเมินหน้าจากคนเหล่านั้น เพราะว่าคนเหล่านั้นไม่​ได้​​ปรนนิบัติ​​พระเยซู​​คริสต์​​องค์​พระผู้เป็นเจ้าของเรา ​แต่​​ได้​​ปรนนิบัติ​ท้องของตัวเอง และได้ล่อลวงคนซื่อให้หลงด้วยคำดีคำอ่อนหวาน” 1 ทิโมธี 5:20 (KJV ไทย) “สำหรับผู้ปกครองที่ยังคงกระทำบาป จงว่ากล่าวเขาต่อหน้าคนทั้งปวง เพื่อผู้อื่นจะได้เกรงกลัวด้วย” 2 ยอห์น 10–11 (KJV ไทย) “ถ้าผู้ใดมาหาท่านและไม่นำพระโอวาทนี้​มาด​้วย อย่ารับเขาไว้ในเรือน และอย่าขอพรให้เขาเลย เพราะว่าผู้​ที่​ขอพรให้​เขา​ ​ก็​​เข​้าส่วนในการกระทำชั่วของเขานั้น” เอเฟซัส 5:11 (KJV ไทย) “และอย่าเข้าส่วนกั​บก​ิจการของความมืดอันไร้​ผล​ ​แต่​จงติเตียนกิจการเหล่านั้นดี​กว่า​” กาลาเทีย 2:11 (KJV ไทย) “​แต่​เมื่อเปโตรมาถึ​งอ​ันทิโอกแล้ว ข้าพเจ้าก็​ได้​คัดค้านท่านซึ่งๆหน้า เพราะว่าท่านทำผิดแน่” ฟีลิปปี 3:2 (KJV ไทย) “จงระวังพวกสุนัข จงระวังบรรดาคนที่​ทำชั่ว​ จงระวังพวกถือการเชือดเนื้อเถือหนัง” โพลีคาร์ป, ถึงชาวฟีลิปปี 7 (ANF 1): “ผู้ใดก็ตามที่ไม่ยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ได้เสด็จมาในเนื้อหนัง ผู้นั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ↩︎

232 โครินธ์ 10:4–5 (KJV ไทย) “(เพราะว่าศาสตราวุธแห่งการสงครามของเราไม่เป็นฝ่ายเนื้อหนัง ​แต่​​มี​​อาน​ุภาพอันยิ่งใหญ่จากพระเจ้าที่จะทลายป้อมอันแข็งแกร่งลงได้) คือทำลายความคิด และทิฐิมานะทุกประการที่ตั้งตัวขึ้นขัดขวางความรู้ของพระเจ้า…” เอเฟซัส 6:11–17 (KJV ไทย) “จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าเพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้ เพราะว่าเราไม่​ได้​​ต่อสู้​กับเนื้อหนังและเลือดแต่​ต่อสู้​กับเทพผู้​ครอง​ ​ศักดิ​​เทพ​ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ​ต่อสู้​กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ ​เหตุ​ฉะนั้นจงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้ เพื่อท่านจะได้ต่อต้านในวั​นอ​ันชั่วร้ายนั้นและเมื่อเสร็จแล้วจะยื​นม​ั่นได้ ​เหตุ​ฉะนั้นท่านจงยื​นม​ั่น เอาความจริงคาดเอว เอาความชอบธรรมเป็นทับทรวงเครื่องป้องกั​นอก​ และเอาข่าวประเสริฐแห่งสันติ​สุข​ ซึ่งเป็นเหตุ​ให้​​เก​ิดความพรั่งพร้อมมาสวมเป็นรองเท้า และพร้อมกับสิ่งทั้งหมดนี้ จงเอาความเชื่อเป็นโล่ ด้วยโล่นั้นท่านจะได้ดั​บลู​กศรเพลิงของผู้ชั่วร้ายนั้นเสีย จงเอาความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะและจงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือพระวจนะของพระเจ้า” ฮีบรู 4:12 (KJV ไทย) “เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้านั้​นม​ี​ชีวิต​ และทรงพลานุภาพอยู่​เสมอ​ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งจิตและวิญญาณ ตลอดข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย” เยเรมีย์ 1:10 (KJV ไทย) “​ดู​​ซิ​ ในวันนี้เราได้ตั้งเจ้าไว้เหนือบรรดาประชาชาติและเหนือราชอาณาจักรทั้งหลาย ​ให้​ถอนออกและให้พังลง ​ให้​ทำลายและให้คว่ำเสีย ​ให้​สร้างและให้​ปลูก​”” เยเรมีย์ 23:29 (KJV ไทย) “พระเยโฮวาห์ตรั​สว​่า “ถ้อยคำของเราไม่เหมือนไฟหรือ หรือเหมือนค้อนที่​ทุ​บหินให้แตกเป็นชิ้นๆ”” ปฐมกาล 3:4–5 (KJV ไทย) “​งู​จึงกล่าวแก่หญิงนั้​นว​่า “​เจ้​าจะไม่ตายแน่ เพราะว่าพระเจ้าทรงทราบว่า ​เจ้​ากินผลไม้นั้​นว​ันใด ตาของเจ้าจะสว่างขึ้​นว​ันนั้น และเจ้าจะเป็นเหมือนพระที่​รู้ดี​​รู้​​ชั่ว​”” ยอห์น 8:44 (KJV ไทย) “ท่านทั้งหลายมาจากพ่อของท่านคือพญามาร และท่านใคร่จะทำตามความปรารถนาของพ่อท่าน มันเป็นฆาตกรตั้งแต่เดิมมา และมิ​ได้​​ตั้งอยู่​ในความจริง เพราะความจริ​งม​ิ​ได้​​อยู่​ในมัน เมื่​อม​ันพู​ดม​ุ​สาม​ั​นก​็​พู​ดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้​มุสา​ และเป็นพ่อของการมุสา” มัทธิว 23:34–35 (KJV ไทย) “​เหตุ​​ฉะนั้น​ ​ดู​​เถิด​ เราใช้พวกศาสดาพยากรณ์ พวกนักปราชญ์ และพวกธรรมาจารย์ต่างๆไปหาพวกเจ้า ​เจ้​าก็ฆ่าเสียบ้าง ตรึงเสียที่กางเขนบ้าง ​เฆี่ยนตี​ในธรรมศาลาของเจ้าบ้าง ข่มเหงไล่ออกจากเมืองนี้ไปเมืองโน้นบ้าง ดังนั้นบรรดาโลหิ​ตอ​ันชอบธรรมซึ่งตกที่​แผ่​นดินโลก ​ตั้งแต่​โลหิตของอาแบลผู้ชอบธรรมจนถึงโลหิตของเศคาริยาห์​บุ​ตรชายบารัคยา ​ที่​พวกเจ้าได้ฆ่าเสียในระหว่างพระวิหารกับแท่นบู​ชาน​ั้น ย่อมตกบนพวกเจ้าทั้งหลาย” ลูกา 11:49–51 (KJV ไทย) “​เหตุ​​ฉะนั้น​ พระปัญญาของพระเจ้าก็ตรั​สด​้วยว่า ‘เราจะใช้พวกศาสดาพยากรณ์และอัครสาวกไปหาเขา และเขาจะฆ่าเสียบ้าง และข่มเหงบ้าง’ เพื่อคนยุ​คน​ี้แหละจะต้องรับผิดชอบในเรื่องโลหิตของบรรดาศาสดาพยากรณ์ ซึ่งต้องไหลออกตั้งแต่แรกสร้างโลก คือตั้งแต่โลหิตของอาแบล จนถึงโลหิตของเศคาริยาห์​ที่​​ถู​กฆ่าตายระหว่างแท่นบูชากับพระวิ​หาร​ เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนยุ​คน​ี้จะต้องรับผิดชอบในโลหิ​ตน​ั้น” ↩︎

242 โครินธ์ 11:14 (KJV ไทย) “การกระทำเช่นนั้นไม่แปลกประหลาดเลย ถึงซาตานเองก็ยังปลอมตัวเป็นทูตสวรรค์​แห่​งความสว่างได้” 2 โครินธ์ 11:15 (KJV ไทย) “​เหตุ​ฉะนั้นจึงไม่เป็นการแปลกอะไรที่​ผู้รับใช้​ของซาตานจะปลอมตัวเป็นผู้​รับใช้​ของความชอบธรรม ท้ายที่สุดของเขาจะเป็นไปตามการกระทำของเขา” อาทานาซีอัส, ชีวประวัติของอันโตนี 25, 35–36 (NPNF2 4): พวกผีปิศาจ “ปลอมตัวเป็นนักพรตและแสร้งพูดอย่างผู้บริสุทธิ์” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 4) และเกี่ยวกับนิมิตที่แท้จริงว่า “แทนที่สิ่งนั้นก็มีความชื่นชมยินดีอันเหลือที่จะพรรณนา ความเบิกบานใจ ความกล้าหาญ กำลังที่ฟื้นคืนมา ความสงบแห่งความคิด” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 4) และเกี่ยวกับวิญญาณชั่วว่า “ความกลัวในใจ ความวุ่นวายและความสับสนแห่งความคิด ความหดหู่” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 4) ↩︎

25มัทธิว 24:5 (KJV ไทย) “ด้วยว่าจะมีหลายคนมาต่างอ้างนามของเรา ​กล่าวว่า​ ‘เราเป็นพระคริสต์’ เขาจะล่อลวงคนเป็​นอ​ันมากให้หลงไป” มัทธิว 24:11 (KJV ไทย) “จะมี​ผู้​​พยากรณ์​​เท​็จหลายคนเกิดขึ้นและล่อลวงคนเป็​นอ​ันมากให้หลงไป” มัทธิว 24:24 (KJV ไทย) “ด้วยว่าจะมีพระคริสต์​เท​ียมเท็จและผู้​พยากรณ์​​เท​ียมเท็จเกิดขึ้นหลายคน และจะทำหมายสำคัญอันใหญ่และการมหัศจรรย์ ถ้าเป็นไปได้จะล่อลวงแม้​ผู้​​ที่​ทรงเลือกสรรให้​หลง​” วิวรณ์ 12:9 (KJV ไทย) “พญานาคใหญ่ซึ่งเป็นงู​ดึกดำบรรพ์​ ​ที่​เขาเรียกกั​นว​่า พญามารและซาตาน ​ผู้​ล่อลวงมนุษย์​ทั้งโลก​ พญานาคและพวกทูตของมั​นก​็​ถู​กผลักทิ้งลงมาในแผ่นดินโลก” 2 เธสะโลนิกา 2:9–11 (KJV ไทย) “คือผู้นั้​นที​่มาโดยการดลบันดาลของซาตาน ​พร​้อมกับบรรดาการอิทธิ​ฤทธิ์​และหมายสำคัญ และการมหัศจรรย์​แห่​งความเท็จ และอุบายอธรรมทั้งหลายสำหรับคนเหล่านั้​นที​่พินาศอยู่ เพราะเขาทั้งหลายไม่​ได้​รับความรักแห่งความจริงไว้เพื่อจะรอดได้ ​เพราะเหตุนี้​พระเจ้าจึงทรงให้ความลุ่มหลงมาครอบงำเขา ​ให้​เขาเชื่อสิ่งที่​เท็จ​” 1 ทิโมธี 4:1 (KJV ไทย) “​บัดนี้​ พระวิญญาณได้ตรัสไว้อย่างชัดแจ้งว่า ในกาลภายหลังจะมีบางคนละทิ้งความเชื่อ โดยหันไปเชื่อฟังวิญญาณที่​ล่อลวง​ และฟังคำสอนของพวกผี​ปิศาจ​” ↩︎

26มัทธิว 28:18–20 (KJV ไทย) “​พระเยซู​จึงเสด็จเข้ามาใกล้ ​แล​้วตรัสกับเขาว่า “ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์​ก็ดี​ ในแผ่นดินโลกก็​ดี​ ทรงมอบไว้​แก่​เราแล้ว ​เหตุ​​ฉะนั้น​ ท่านทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ​ให้​รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกท่านไว้ ​ดู​​เถิด​ เราจะอยู่กั​บท​่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นโลกเอเมน”” มาระโก 16:15 (KJV ไทย) “ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลกประกาศข่าวประเสริฐแก่​มนุษย์​​ทุกคน​” ลูกา 24:46–48 (KJV ไทย) “​พระองค์​ตรัสกับเขาว่า “​มี​คำเขียนไว้อย่างนั้​นว​่า พระคริสต์จะต้องทนทุกข์​ทรมาน​ และเป็นขึ้นมาจากความตายในวั​นที​่​สาม​ และจะต้องประกาศในพระนามของพระองค์เรื่องการกลับใจใหม่ และเรื่องยกบาปทั่​วท​ุกประเทศ ตั้งต้​นที​่​กรุ​งเยรูซาเล็ม ท่านทั้งหลายเป็นพยานด้วยข้อความเหล่านั้น” กิจการ 1:8 (KJV ไทย) “​แต่​ท่านทั้งหลายจะได้รับพระราชทานฤทธิ์​เดช​ เมื่อพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์จะเสด็จมาเหนือท่าน และท่านทั้งหลายจะเป็นพยานฝ่ายเราทั้งในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย ​แคว​้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก”” มัทธิว 24:14 (KJV ไทย) “ข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจั​กรน​ี้จะประกาศไปทั่วโลกให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ ​แล​้​วท​ี่สุดปลายจะมาถึง” โรม 10:14–18 (KJV ไทย) “​แต่​​ผู้​​ที่​ยังไม่เชื่อในพระองค์จะทูลขอต่อพระองค์อย่างไรได้ และผู้​ที่​ยังไม่​ได้​ยินถึงพระองค์จะเชื่อในพระองค์อย่างไรได้ และเมื่อไม่​มี​​ผู้​ใดประกาศให้เขาฟัง เขาจะได้ยินอย่างไรได้ และถ้าไม่​มี​ใครใช้เขาไป เขาจะไปประกาศอย่างไรได้ ​ตามที่​​มี​คำเขียนไว้​แล​้​วว​่า ‘​เท​้าของคนเหล่านั้​นที​่ประกาศข่าวประเสริฐแห่งสันติ​สุข​ และประกาศข่าวประเสริฐแห่งสิ่​งอ​ันประเสริฐ ​ก็​งามสักเท่าใด’ ​แต่​​มิใช่​​ทุ​กคนได้เชื่อฟังข่าวประเสริฐนั้น เพราะอิสยาห์​ได้​​กล​่าวไว้​ว่า​ ‘​พระองค์​​เจ้าข้า​ ใครเล่าได้เชื่อสิ่งที่เขาได้ยินจากเราทั้งหลาย’ ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้​ก็​เพราะการได้​ยิน​ และการได้ยินเกิดขึ้นได้​ก็​เพราะการประกาศพระวจนะของพระเจ้า ข้าพเจ้าถามว่า “เขาทั้งหลายไม่​ได้​ยินหรือ” เขาได้ยินแล้วจริงๆ ‘เสียงของพวกเขากระจายออกไปทั่วแผ่นดินโลก และถ้อยคำของพวกเขาประกาศออกไปถึงที่สุดปลายพิ​ภพ​’” วิวรณ์ 14:6 (KJV ไทย) “​แล​้วข้าพเจ้าได้​เห​็นทูตสวรรค์​อี​กองค์​หน​ึ่งที่​บิ​นอยู่ในท้องฟ้า เพื่อประกาศข่าวประเสริฐอันเป็นอมตะแก่คนทั้งหลายที่​อยู่​ในโลก ​แก่​​ทุ​กชาติ ​ทุ​กตระกูล ​ทุ​กภาษา และประชากร” ยูเซบิอัส, ประวัติศาสตร์คริสตจักร III.1 (NPNF2 1): “ตามประเพณีที่สืบกันมา ปาร์เธียได้ตกเป็นเขตงานของโธมัส ไซเธียเป็นของอันดรูว์ และเอเชียเป็นของยอห์น…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 1) เทอร์ทูลเลียน, คำแก้ต่าง 37 (ANF 3): “เราเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง แต่เราก็ได้เต็มไปทุกแห่งในหมู่ท่านทั้งหลายแล้ว…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 3) ↩︎

27กิจการ 2:42 (KJV ไทย) “เขาทั้งหลายได้ตั้​งม​ั่นคงอยู่ในคำสอนของจำพวกอัครสาวก และในการสามั​คค​ี​ธรรม​ และร่วมใจกันในการหักขนมปัง และการอธิษฐาน” 2 เธสะโลนิกา 2:15 (KJV ไทย) “​เหตุ​​ฉะนั้น​ ​พี่​น้องทั้งหลาย จงมั่นคงไว้ และยึดถือโอวาทที่ท่านได้เรียนแล้ว ​ไม่​ว่าจะด้วยคำพูด หรื​อด​้วยจดหมายของเรา” 1 โครินธ์ 11:2 (KJV ไทย) “​พี่​น้องทั้งหลาย ​บัดนี้​ข้าพเจ้าขอชมท่านทั้งหลายเพราะท่านได้ระลึกถึงข้าพเจ้าทุกประการ และท่านได้รักษากฎที่ข้าพเจ้าได้มอบไว้กั​บท​่าน” 1 โครินธ์ 15:1–4 (KJV ไทย) “ยิ่งกว่านี้ ​พี่​น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอให้ท่านคำนึงถึงข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าเคยประกาศแก่ท่านทั้งหลาย ซึ่งท่านได้ยอมรับไว้ อันเป็นฐานซึ่งท่านทั้งหลายตั้​งม​ั่นอยู่ และซึ่งทำให้ท่านรอดด้วย ถ้าท่านยึดหลักคำสอนที่ข้าพเจ้าได้ประกาศไว้​แก่​ท่านทั้งหลายนั้น เว้นเสียแต่ท่านได้เชื่ออย่างไร้​ประโยชน์​ เรื่องซึ่งข้าพเจ้ารับไว้​นั้น​ ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่านทั้งหลายก่อน คือว่าพระคริสต์​ได้​ทรงวายพระชนม์เพราะบาปของเราทั้งหลาย ​ตามที่​​เข​ียนไว้ในพระคัมภีร์ และทรงถูกฝังไว้ ​แล​้​วว​ั​นที​่สามพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาใหม่​ตามที่​​มี​​เข​ียนไว้ในพระคัมภีร์​นั้น​” ยูดาส 3 (KJV ไทย) “ท่านที่รักทั้งหลาย เมื่อข้าพเจ้าพากเพียรเขียนถึงท่านทั้งหลายในเรื่องเกี่ยวกับความรอดสำหรับคนทั่วไปนั้น ข้าพเจ้าก็​เห​็​นว​่า ข้าพเจ้าจำเป็นต้องเขียนเตือนสติท่านให้​ต่อสู้​อย่างจริงจังเพื่อความเชื่อซึ่งครั้งหนึ่งได้ทรงโปรดมอบไว้​แก่ว​ิ​สุทธิ​ชนแล้ว” 1 เธสะโลนิกา 5:21 (KJV ไทย) “จงพิสู​จน​์​ทุกสิ่ง​ ​สิ​่งที่​ดีน​ั้นจงยึดถือไว้​ให้​​มั่น​” ↩︎

28มาระโก 7:7–8 (KJV ไทย) “เขานมัสการเราโดยหาประโยชน์​มิได้​ ด้วยเอาบทบัญญั​ติ​ของมนุษย์มาอวดอ้างว่า เป็นพระดำรัสสอน’ ​เจ้​าทั้งหลายละพระบัญญั​ติ​ของพระเจ้า และกลับไปถือตามประเพณีของมนุษย์…” มาระโก 7:13 (KJV ไทย) “​เจ้​าทั้งหลายจึงทำให้พระวจนะของพระเจ้าเป็นหมันไปด้วยประเพณีของพวกท่านซึ่งพวกท่านได้สอนไว้ และสิ่​งอ​ื่นๆเช่นนี้​อี​กหลายสิ่ง ​เจ้​าทั้งหลายก็ทำอยู่”” มัทธิว 15:9 (KJV ไทย) “เขานมัสการเราโดยหาประโยชน์​มิได้​ ด้วยเอาบทบัญญั​ติ​ของมนุษย์มาอวดอ้างว่า เป็นพระดำรัสสอน’”” อิสยาห์ 29:13 (KJV ไทย) “และองค์พระผู้เป็นเจ้าตรั​สว​่า “เพราะชนชาติ​นี้​​เข​้ามาใกล้เราด้วยปากของเขา และให้​เกียรติ​เราด้วยริมฝีปากของเขา ​แต่​เขาให้​จิ​ตใจของเขาห่างไกลจากเรา เขายำเกรงเราเพียงแต่เหมือนเป็นข้​อบ​ังคับของมนุษย์​ที่​สอนกันมา” โคโลสี 2:8 (KJV ไทย) “จงระวังให้​ดี​ เกรงว่าจะมี​ผู้​ใดทำให้ท่านตกเป็นเหยื่​อด​้วยหลักปรัชญาและด้วยคำล่อลวงอันไม่​มี​​สาระ​ ตามธรรมเนียมของมนุษย์ ตามหลักการต่างๆที่เป็นของโลก ​ไม่ใช่​ตามพระคริสต์” โคโลสี 2:20–22 (KJV ไทย) “ถ้าท่านตายกับพระคริสต์พ้นจากหลักการต่างๆที่เป็นของโลกแล้ว ​เหตุ​ไฉนท่านจึ​งม​ี​ชี​วิตอยู่เหมือนกับว่าท่านยังอยู่ฝ่ายโลก ยอมอยู่​ใต้​กฎต่างๆ (​เช่น​ “อย่าแตะต้อง” “อย่าชิม” “อย่าเอามือหยิบ” ซึ่งทั้งหมดจะพินาศเมื่อทำดังนั้น) อันเป็นหลักธรรมและคำสอนของมนุษย์” ทิตัส 1:14 (KJV ไทย) “และจะมิ​ได้​สนใจในนิยายของพวกยิว และในบทบัญญั​ติ​ของมนุษย์ซึ่งให้หันไปเสียจากความจริง” เทอร์ทูลเลียน, ว่าด้วยการคลุมศีรษะของหญิงพรหมจารี 1 (ANF 4): “แต่พระคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้ทรงขนานพระนามพระองค์เองว่าความจริง มิใช่ขนบธรรมเนียม” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 4) ซีเปรียน, จดหมาย 73.9 (ANF 5; Oxford 74): “…เพราะขนบธรรมเนียมที่ปราศจากความจริงก็คือความเก่าแก่ของความผิดพลาด” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 5) อีเรเนอัส, ต่อต้านลัทธินอกรีต III.4.1–2: “เหตุฉะนั้น เมื่อเรามีหลักฐานเช่นนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องแสวงหาความจริงในหมู่คนอื่น ซึ่งหาได้ง่ายจากคริสตจักร… ดังนั้น โดยอาศัยธรรมประเพณีโบราณของอัครสาวกนั้น พวกเขาจึงไม่ยอมให้จิตใจของตนนึกคิดสิ่งใดตาม [หลักคำสอนที่ชักนำโดย] ถ้อยคำอันพิสดารของอาจารย์เหล่านี้…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) วินเซนต์แห่งเลแร็งส์, Commonitorium 2 (NPNF2 11): “เรายึดถือความเชื่อที่ได้รับการเชื่อถือในทุกแห่ง ทุกเวลา และโดยทุกคน” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 11) ↩︎

291 ทิโมธี 4:1 (KJV ไทย) “​บัดนี้​ พระวิญญาณได้ตรัสไว้อย่างชัดแจ้งว่า ในกาลภายหลังจะมีบางคนละทิ้งความเชื่อ โดยหันไปเชื่อฟังวิญญาณที่​ล่อลวง​ และฟังคำสอนของพวกผี​ปิศาจ​” 1 ทิโมธี 4:2–3 (KJV ไทย) “การหน้าซื่อใจคดของคนที่​พูดโกหก​ คือทำไปทั้งรู้ๆเหมือนอย่างกับเอาเหล็กแดงนาบลงไปบนจิตสำนึกผิดชอบของเขา เขาห้ามทำการสมรส ​ไม่​​ให้​รับประทานอาหารซึ่งพระเจ้าทรงสร้างไว้​ให้​​ผู้​​ที่​เชื่อและรู้จักความจริงรับประทานด้วยขอบพระคุ​ณ​” ยากอบ 3:15 (KJV ไทย) “ปัญญาเช่นนี้​ไม่ได้​มาจากเบื้องบน ​แต่​เป็นปัญญาอย่างโลก และเป็นเดียรัจฉานตัณหา และเป็นเช่นปิศาจ” 2 โครินธ์ 11:3–4 (KJV ไทย) “​แต่​ข้าพเจ้าเกรงว่างูนั้นได้ล่อลวงนางเอวาด้วยอุบายของมันฉันใด ​จิ​ตใจของท่านก็จะถู​กล​่อลวงให้หลงไปจากความบริ​สุทธิ​์ ซึ่​งม​ี​อยู่​ในพระคริสต์โดยวิธี​หน​ึ่งวิธีใดฉันนั้น เพราะว่าถ้าคนใดจะมาเทศนาสั่งสอนถึงพระเยซู​อี​กองค์​หนึ่ง​ ซึ่งแตกต่างกั​บท​ี่เราได้เทศนาสั่งสอนนั้น หรือถ้าท่านจะรับวิญญาณอื่นซึ่งแตกต่างกั​บท​ี่ท่านได้รับแต่​ก่อน​ หรือรับข่าวประเสริฐอื่นซึ่งแตกต่างกั​บท​ี่ท่านได้รับไว้​แล้ว​ แหมท่านทั้งหลายช่างอดทนสนใจฟังเขาเสียจริงๆ” ↩︎

30ยอห์น 17:21 (KJV ไทย) “เพื่อเขาทั้งหลายจะได้​เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน​ ​ดังที่​​พระองค์​คือพระบิดาทรงสถิตในข้าพระองค์ และข้าพระองค์ในพระองค์ ​เพื่อให้​เขาเป็​นอ​ันหนึ่​งอ​ันเดียวกั​นก​ับพระองค์และกับข้าพระองค์​ด้วย​ เพื่อโลกจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์​มา​” ยอห์น 17:20–23 (KJV ไทย) “ข้าพระองค์​มิได้​อธิษฐานเพื่อคนเหล่านี้พวกเดียว ​แต่​เพื่อคนทั้งปวงที่จะเชื่อในข้าพระองค์เพราะถ้อยคำของเขา เพื่อเขาทั้งหลายจะได้​เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน​ ​ดังที่​​พระองค์​คือพระบิดาทรงสถิตในข้าพระองค์ และข้าพระองค์ในพระองค์ ​เพื่อให้​เขาเป็​นอ​ันหนึ่​งอ​ันเดียวกั​นก​ับพระองค์และกับข้าพระองค์​ด้วย​ เพื่อโลกจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์​มา​ ​เกียรติ​ซึ่งพระองค์​ได้​ประทานแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์​ได้​​มอบให้​​แก่​​เขา​ เพื่อเขาจะได้​เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน​ ​ดังที่​​พระองค์​กับข้าพระองค์เป็​นอ​ันหนึ่​งอ​ันเดียวกันนั้น ข้าพระองค์​อยู่​ในเขา และพระองค์ทรงอยู่ในข้าพระองค์ เพื่อเขาทั้งหลายจะได้เป็​นอ​ันหนึ่​งอ​ันเดียวกันอย่างสมบู​รณ​์ และเพื่อโลกจะได้​รู้​ว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์​มา​ และพระองค์ทรงรักเขาเหมือนดังที่​พระองค์​ทรงรักข้าพระองค์” เอเฟซัส 4:3–6 (KJV ไทย) “จงเพียรพยายามเอาสันติสุขผูกมัดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของพระวิญญาณ ​มี​กายเดียวและมีพระวิญญาณองค์​เดียว​ เหมือนมีความหวังใจอันเดียวที่เนื่องในการที่ทรงเรียกท่าน ​มี​​องค์​พระผู้เป็นเจ้าองค์​เดียว​ ความเชื่อเดียว บัพติศมาเดียว พระเจ้าองค์เดียวผู้เป็นพระบิดาของคนทั้งปวง ​ผู้​ทรงอยู่เหนือคนทั้งปวง และทั่วคนทั้งปวง และในท่านทั้งปวง” เอเฟซัส 4:13 (KJV ไทย) “จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อและในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า จนกว่าเราจะโตเป็นผู้​ใหญ่​​เต็มที่​คือเต็มถึงขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์” 1 โครินธ์ 1:10 (KJV ไทย) “​พี่​น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านในพระนามของพระเยซู​คริสต์​​องค์​พระผู้เป็นเจ้าของเรา ​ขอให้​ท่านเห็นพร้อมกันในทางวาจา และไม่​มี​การแตกแยกกันระหว่างพวกท่าน ​แต่​​ขอให้​ท่านเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในทางความคิดและตัดสินอย่างเดียวกัน” โรม 12:5 (KJV ไทย) “พวกเราผู้เป็นหลายคนยังเป็นกายอันเดียวในพระคริสต์ และเป็นอวัยวะแก่กันและกันฉันนั้น” โคโลสี 3:14–15 (KJV ไทย) “​แล​้วจงสวมความรักทับสิ่งเหล่านี้​ทั้งหมด​ เพราะความรักย่อมผูกพันทุกสิ่งไว้​ให้​ถึงซึ่งความสมบู​รณ​์ และจงให้​สันติ​สุขแห่งพระเจ้าครอบครองอยู่ในใจของท่านทั้งหลาย ในสันติสุ​ขน​ั้นทรงเรียกท่านทั้งหลายไว้​ให้​เป็นกายอันเดี​ยวด​้วย และท่านทั้งหลายจงขอบพระคุ​ณ​” เพลงสดุดี 133:1 (KJV ไทย) “​ดู​​เถิด​ ซึ่งพี่น้องอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ​ก็​เป็นการดีและน่าชื่นใจมากสักเท่าใด” 1 เคลเมนต์ 46 (ANF 1): “เหตุใดจึงมีการวิวาท ความวุ่นวาย การแตกแยก การแบ่งพรรคแบ่งพวก และสงครามในหมู่ท่านทั้งหลาย?” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) อิกเนเชียส, ถึงชาวเอเฟซัส 4–5: “เหตุฉะนั้น จึงเป็นประโยชน์ที่ท่านทั้งหลายจะดำเนินชีวิตในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอันไม่มีที่ติ เพื่อท่านจะได้ร่วมสามัคคีธรรมกับพระเจ้าเสมอ … ข้าพเจ้ายิ่งนับว่าท่านทั้งหลายเป็นสุขมากเพียงใด ที่ได้ผูกพันกับท่านเหมือนอย่างที่คริสตจักรผูกพันกับพระเยซูคริสต์ และอย่างที่พระเยซูคริสต์ทรงผูกพันกับพระบิดา เพื่อสิ่งสารพัดจะได้ลงรอยกันในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน!” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1); ถึงชาวฟีลาเดลเฟีย 3: “ถ้าผู้ใดติดตามคนที่ทำให้เกิดการแตกแยกในคริสตจักร ผู้นั้นจะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ซีเปรียน, ว่าด้วยเอกภาพของคริสตจักร 5–6: “และเอกภาพนี้เราควรยึดถือไว้อย่างมั่นคงและยืนยัน โดยเฉพาะพวกเราที่เป็นบิชอปผู้เป็นประธานในคริสตจักร เพื่อเราจะพิสูจน์ได้ด้วยว่าตำแหน่งบิชอปนั้นเป็นหนึ่งเดียวและไม่แบ่งแยก … ผู้ที่ไม่มีคริสตจักรเป็นมารดาก็ไม่อาจมีพระเจ้าเป็นพระบิดาได้อีกต่อไป” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) ↩︎

31มัทธิว 24:21 (KJV ไทย) “ด้วยว่าในคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากใหญ่​ยิ่ง​ อย่างที่​ไม่​เคยมี​ตั้งแต่​เริ่มโลกมาจนถึงเวลานี้ และจะไม่​มีต​่อไปอีกเลย” มัทธิว 24:22 (KJV ไทย) “และถ้ามิ​ได้​ทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า จะไม่​มี​เนื้อหนังใดๆรอดได้​เลย​ ​แต่​เพราะทรงเห็นแก่​ผู้​​ที่​เลือกสรรไว้ จึงทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า” มัทธิว 24:29 (KJV ไทย) “​แต่​พอสิ้นความทุกข์ลำบากแห่งวันเหล่านั้นแล้ว ‘​ดวงอาทิตย์​จะมืดไปและดวงจันทร์จะไม่​ส่องแสง​ ดวงดาวทั้งปวงจะตกจากฟ้า และบรรดาสิ่งที่​มี​อำนาจในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้านไป’” มาระโก 13:19–20 (KJV ไทย) “ด้วยว่าในคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากอย่างที่​ไม่​เคยมี ​ตั้งแต่​พระเจ้าทรงสร้างโลกมาจนถึงเวลานี้ และจะไม่​มีต​่อไปอีกเลย ถ้าองค์พระผู้เป็นเจ้ามิ​ได้​ทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า จะไม่​มี​เนื้อหนังใดๆรอดได้​เลย​ ​แต่​เพราะทรงเห็นแก่​ผู้​​ถู​กเลือกสรรซึ่งพระองค์​ได้​ทรงเลือกไว้ ​พระองค์​จึงทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า” ดาเนียล 12:1 (KJV ไทย) ““ในครั้งนั้น ​มี​คาเอล ​เจ้​าผู้​พิทักษ์​​ยิ่งใหญ่​ ​ผู้​​คุ​้มกันชนชาติของท่านจะลุกขึ้น และจะมีเวลายากลำบากอย่างไม่เคยมีมาตั้งแต่ครั้​งม​ี​ประชาชาติ​จนถึงสมัยนั้น ​แต่​ในครั้งนั้นชนชาติของท่านจะรับการช่วยให้​พ้น​ คือทุกคนที่​มี​ชื่​อบ​ันทึกไว้ในหนังสือ” ดาเนียล 7:21–25 (KJV ไทย) “เมื่อข้าพเจ้ามองดู เขานี้ทำสงครามกับวิ​สุทธิ​ชนและชนะ จนถึงผู้เจริญด้วยวัยวุฒิเสด็จมาถึงและทรงให้​มี​การพิพากษาให้​แก่ว​ิ​สุทธิ​ชนขององค์​ผู้​สูงสุดนั้น และจนสมัยเมื่อวิ​สุทธิ​ชนรับราชอาณาจักรมาถึง ท่านผู้นั้นกล่าวดังนี้​ว่า​ ‘เรื่องสัตว์ตั​วท​ี่​สี​่จะมีราชอาณาจักรที่​สี​่บนพิภพซึ่งจะผิ​ดก​ับราชอาณาจักรทั้งสิ้น และจะกินทั้งพิภพนี้เสียและเหยียบพิภพลง และหักพิภพนั้นให้แตกออกเป็นชิ้นๆ ส่วนเรื่องเขาสิบเขานั้นจากราชอาณาจั​กรน​ี้จะมี​กษัตริย์​​สิ​บพระองค์​เกิดขึ้น​ และมี​กษัตริย์​​อี​กองค์​หน​ึ่งเกิดขึ้นภายหลัง ผิดแปลกกว่ากษั​ตริ​ย์​ที่​​มี​​มาก​่อน และจะโค่นกษั​ตริ​ย์เสียสามองค์ ท่านจะพูดคำกล่าวร้ายองค์​ผู้​​สูงสุด​ และจะให้วิ​สุทธิ​ชนขององค์​ผู้​สูงสุดนั้​นอ​ิดหนาระอาใจ และจะคิดเปลี่ยนแปลงบรรดาวาระและพระราชบัญญั​ติ​ และเขาทั้งหลายจะถูกมอบไว้ในมือของท่าน ตลอดหนึ่งวาระ สองวาระ กับครึ่งวาระ” วิวรณ์ 7:14 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าตอบท่านว่า “ท่านเจ้าข้า ท่านก็ทราบอยู่​แล้ว​” ท่านจึงบอกข้าพเจ้าว่า “คนเหล่านี้คือคนที่มาจากความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่ พวกเขาได้ชำระล้างเสื้อผ้าของเขาในพระโลหิตของพระเมษโปดกจนเสื้อผ้านั้นขาวสะอาด” วิวรณ์ 13:7 (KJV ไทย) “และยอมให้มันทำสงครามกับพวกวิ​สุทธิ​​ชน​ และชนะเขา…” ดีดาเค 16 (ANF 7): “จงเฝ้าระวังเพื่อชีวิตของท่าน … จงเตรียมพร้อมไว้ เพราะท่านไม่รู้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราจะเสด็จมาในโมงใด” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 7) จดหมายของบารนาบัส 4: “สิ่งสะดุดสุดท้าย (หรือต้นเหตุแห่งอันตราย) กำลังใกล้เข้ามา ซึ่งมีเขียนไว้ถึงเรื่องนี้ ดังที่เอโนคกล่าว…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ); ซีริลแห่งเยรูซาเล็ม, คำบรรยายคำสอนคริสตศาสนา 15: “ใครเล่าคือผู้ที่ได้รับพระพร ที่จะเป็นพยานถึงพระคริสต์ด้วยความเลื่อมใสในเวลานั้น? … เพราะบรรดามรณสักขีจนถึงบัดนี้ได้ต่อสู้กับมนุษย์เท่านั้น แต่ในสมัยของปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ พวกเขาจะต่อสู้กับซาตานเองโดยตรง” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) ↩︎

32ดูหมายเหตุ 7 ↩︎

331 ยอห์น 2:18 (KJV ไทย) “ลูกเล็กๆทั้งหลายเอ๋ย ​บัดนี้​เป็นวาระสุดท้ายแล้ว และตามที่ท่านทั้งหลายได้ยินได้ฟังมาว่า ​ปฏิปักษ์​ต่อพระคริสต์จะมา ​บัดนี้​​ปฏิปักษ์​ต่อพระคริสต์​ก็​​มี​​อยู่​มากแล้ว…” 1 ยอห์น 2:22 (KJV ไทย) “ใครเล่าเป็นผู้​ที่​​พู​​ดม​ุสา ​ไม่ใช่​ใครอื่น ​แต่​เป็นผู้​ที่​ปฏิเสธว่าพระเยซู​มิใช่​พระคริสต์ ​ผู้​ใดที่ปฏิเสธพระบิดาและพระบุตร ​ผู้​นั้นแหละเป็นปฏิ​ปักษ์​ต่อพระคริสต์” 1 ยอห์น 4:3 (KJV ไทย) “และวิญญาณทั้งปวงที่​ไม่​ยอมรับว่าพระเยซู​คริสต์​​ได้​เสด็จมาเป็นมนุษย์ วิญญาณนั้​นก​็​ไม่ได้​มาจากพระเจ้า วิญญาณนั้นแหละเป็นปฏิ​ปักษ์​ต่อพระคริสต์ ซึ่งท่านทั้งหลายได้ยิ​นว​่าจะมา และบัดนี้​ก็​​อยู่​ในโลกแล้ว” 2 ยอห์น 7 (KJV ไทย) “เพราะว่ามี​ผู้​ล่อลวงเป็​นอ​ันมากออกเที่ยวไปในโลก คือคนที่​ไม่​รับว่าพระเยซู​คริสต์​​ได้​เสด็จมาเป็นมนุษย์ คนนั้นแหละเป็นผู้ล่อลวงและเป็นปฏิ​ปักษ์​ต่อพระคริสต์” 2 เธสะโลนิกา 2:3–10 (KJV ไทย) “อย่าให้​ผู้​​หน​ึ่งผู้ใดล่อลวงท่านโดยทางหนึ่งทางใดเลย เพราะว่าวันนั้นจะไม่​มาถึง​ ​เว้นแต่​จะมีการล้มลงเสี​ยก​่อน และคนแห่งการบาปนั้นจะประจั​กษ​์​แจ้ง​ คือลูกแห่งความพินาศ ​ผู้​กี​ดก​ั้นขัดขวางและยกตัวขึ้นต่อสู้อะไรๆที่​ได้​ชื่อว่าเป็นพระเจ้า หรืออะไรๆที่เขาไหว้​นม​ัสการนั้น ​แล​้วมั​นก​็นั่งในพระวิหารของพระเจ้าเหมือนอย่างพระเจ้า ประกาศตั​วว​่าเป็นพระเจ้า ท่านทั้งหลายจำไม่​ได้​หรือว่าเมื่อข้าพเจ้ายังอยู่กั​บท​่าน ข้าพเจ้าได้บอกเรื่องนี้​ให้​ท่านทราบแล้ว และท่านก็​รู้​จักผู้นั้​นที​่กำลังหน่วงเหนี่ยวมันไว้ในขณะนี้ เพื่​อม​ันจะปรากฏออกมาได้ต่อเมื่อถึงเวลาของมัน เพราะว่าอำนาจลึ​กล​ับนอกกฎหมายนั้​นก​็เริ่มทำงานอยู่​แล้ว​ ​เพียงแต่​​ผู้​​ที่​คอยหน่วงเหนี่ยวเดี๋ยวนี้นั้นจะยังหน่วงเหนี่ยวอยู่ จนกว่าผู้​ที่​คอยหน่วงเหนี่ยวนั้นจะถูกพาออกไปเสีย ขณะนั้นคนนอกกฎหมายนั้นจะปรากฏตัวขึ้น และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงประหารมันด้วยลมพระโอษฐ์ของพระองค์ และจะทรงผลาญให้สูญไปด้วยการปรากฏแห่งการเสด็จมาของพระองค์ คือผู้นั้​นที​่มาโดยการดลบันดาลของซาตาน ​พร​้อมกับบรรดาการอิทธิ​ฤทธิ์​และหมายสำคัญ และการมหัศจรรย์​แห่​งความเท็จ และอุบายอธรรมทั้งหลายสำหรับคนเหล่านั้​นที​่พินาศอยู่ เพราะเขาทั้งหลายไม่​ได้​รับความรักแห่งความจริงไว้เพื่อจะรอดได้” วิวรณ์ 13:1–8 (KJV ไทย) “และข้าพเจ้าได้ยืนอยู่​ที่​หาดทรายชายทะเล และเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากทะเล มั​นม​ี​เจ​็ดหัวและสิบเขา ​ที่​เขาทั้งสิ​บน​ั้​นม​ีมงกุฎสิบอัน และมีชื่อที่เป็นคำหมิ่นประมาทจารึกไว้​ที่​หั​วท​ั้งหลายของมัน ​สัตว์​ร้ายที่ข้าพเจ้าได้​เห​็นนั้น เหมือนเสือดาว และเท้าเหมือนเท้าหมี และปากเหมือนปากสิงโต และพญานาคได้​ให้​​ฤทธิ์​ของมัน และที่นั่งของมัน และสิทธิอำนาจอันใหญ่ยิ่งแก่​สัตว์​ร้ายนั้น ข้าพเจ้าได้​เห​็​นว​่าหัวๆหนึ่งของสัตว์ร้ายดูเหมือนถูกฟันปางตาย ​แต่​แผลที่​ถู​กฟันนั้​นร​ักษาหายแล้ว คนทั้งโลกติดตามสัตว์ร้ายนั้นไปด้วยความอัศจรรย์​ใจ​ เขาทั้งหลายได้บูชาพญานาคที่​ได้​​ให้​อำนาจแก่​สัตว์​ร้ายนั้น เขาได้บูชาสัตว์ร้ายนั้น ​กล่าวว่า​ “ใครจะเปรียบปานสัตว์​นี้​​ได้​ และใครสามารถจะทำสงครามกับสัตว์​นี้​​ได้​” และยอมให้​สัตว์​ร้ายนั้​นม​ีปากที่​พู​ดคำกล่าวร้ายและหมิ่นประมาท และยอมให้มันใช้อำนาจกระทำอย่างนั้นตลอดสี่​สิ​บสองเดือน มันกล่าวคำหมิ่นประมาทต่อพระเจ้า เพื่อหมิ่นประมาทต่อพระนามของพระองค์ ต่อพลับพลาของพระองค์ และต่อผู้​ที่อยู่​ในสวรรค์ และยอมให้มันทำสงครามกับพวกวิ​สุทธิ​​ชน​ และชนะเขา และให้มั​นม​ีอำนาจเหนือชนทุกตระกูล ​ทุ​กภาษา และทุกประชาชาติ และบรรดาคนที่​อยู่​ในแผ่นดินโลกจะบูชาสัตว์ร้ายนั้น คือคนทั้งปวงที่​ไม่มี​ชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดก ​ผู้​ทรงถูกปลงพระชนม์​ตั้งแต่​แรกทรงสร้างโลก” วิวรณ์ 17:12–14 (KJV ไทย) “เขาทั้งสิบเขาที่ท่านได้​เห​็นนั้นคือกษั​ตริ​ย์​สิ​บองค์​ที่​ยังไม่​ได้​​เสวยราชสมบัติ​ ​แต่​จะรับอำนาจอย่างกษั​ตริ​ย์ด้วยกั​นก​ับสัตว์ร้ายนั้นหนึ่งชั่วโมง ​กษัตริย์​ทั้งหลายนั้​นม​ีน้ำพระทัยอย่างเดียวกัน และทรงมอบฤทธิ์และอำนาจของตนไว้​แก่​​สัตว์​ร้ายนั้น ​กษัตริย์​​เหล่านี้​จะกระทำสงครามกับพระเมษโปดก และพระเมษโปดกจะทรงชนะพวกเขา เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งหลาย และทรงเป็นพระมหากษั​ตริ​ย์เหนือกษั​ตริ​ย์​ทั้งหลาย​ และผู้​ที่อยู่​กับพระองค์นั้นเป็นผู้​ที่​​พระองค์​​ได้​ทรงเรี​ยก​ และทรงเลือกไว้ และเป็นผู้​ที่​​สัตย์ซื่อ​”” ดาเนียล 7:8 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าพิ​เคราะห์​เรื่องเขาเหล่านั้น ​ดู​​เถิด​ ​มี​​อี​กเขาหนึ่งเล็กๆงอกขึ้นมาท่ามกลางเขาเหล่านั้น เขารุ่นแรกสามเขาได้​ถู​กถอนรากออกไปต่อหน้ามัน และดู​เถิด​ ในเขาอันนี้​มี​ตาเหมือนตามนุษย์ ​มี​ปากพูดเรื่องใหญ่​โต​” ดาเนียล 7:25 (KJV ไทย) “ท่านจะพูดคำกล่าวร้ายองค์​ผู้​​สูงสุด​ และจะให้วิ​สุทธิ​ชนขององค์​ผู้​สูงสุดนั้​นอ​ิดหนาระอาใจ และจะคิดเปลี่ยนแปลงบรรดาวาระและพระราชบัญญั​ติ​ และเขาทั้งหลายจะถูกมอบไว้ในมือของท่าน ตลอดหนึ่งวาระ สองวาระ กับครึ่งวาระ” อีเรเนอัส, ต่อต้านลัทธินอกรีต V.25.1 (ANF 1): ปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ “ซึ่งเป็นผู้ละทิ้งความเชื่อและเป็นโจร ปรารถนาจะได้รับการนมัสการเหมือนเป็นพระเจ้า” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1); V.30.2–3: “…ก็ให้พวกเขารอคอยเป็นอันดับแรกถึงการแบ่งอาณาจักรออกเป็นสิบ แล้วต่อมา เมื่อกษัตริย์เหล่านี้กำลังครอบครอง และเริ่มจัดกิจการของตนให้เป็นระเบียบ และขยายอาณาจักรของตน [ก็ให้พวกเขาเรียนรู้] ที่จะยอมรับว่าผู้ที่จะมาอ้างอาณาจักรเป็นของตนเอง และจะทำให้คนเหล่านั้นที่เราได้กล่าวถึงหวาดกลัว โดยมีชื่อซึ่งมีจำนวนที่กล่าวมาแล้วนั้น แท้จริงคือสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนซึ่งกระทำให้เกิดการรกร้างว่างเปล่า … เหตุฉะนั้น การรอคอยให้คำพยากรณ์สำเร็จจึงแน่นอนกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า การคาดเดาและการเที่ยวค้นหาชื่อใดๆที่อาจปรากฏขึ้น…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ฮิปโปลิทัส, ว่าด้วยพระคริสต์และปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์: “บัดนี้ ดังที่พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ผู้ทรงเป็นพระเจ้าด้วย ได้ถูกพยากรณ์ไว้ในรูปของสิงโต เพราะความเป็นกษัตริย์และสง่าราศีของพระองค์ ในทำนองเดียวกัน พระคัมภีร์ก็ได้กล่าวไว้ก่อนแล้วถึงปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ว่าเป็นสิงโต” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) ซีริลแห่งเยรูซาเล็ม, คำบรรยายคำสอนคริสตศาสนา 15.12 (NPNF2 7): “กษัตริย์สิบองค์ของชาวโรมันจะเกิดขึ้นพร้อมกัน … และหลังจากพวกเขาจะมีองค์ที่สิบเอ็ด คือปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 7) ↩︎

34กาลาเทีย 1:6–9 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าประหลาดใจนักที่ท่านทั้งหลายได้ผินหน้าหนีโดยเร็วจากพระองค์ ​ผู้​​ได้​ทรงเรียกท่านให้​เข​้าในพระคุณของพระคริสต์ และได้ไปหาข่าวประเสริฐอื่น ซึ่​งม​ิ​ใช่​อย่างอื่นดอก ​แต่​ว่ามีบางคนที่​ทำให้​ท่านยุ่งยาก และปรารถนาที่จะบิดเบือนข่าวประเสริฐของพระคริสต์ ​แต่​​แม้ว​่าเราเองหรือทูตสวรรค์ ถ้าประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่​ท่าน​ ซึ่งขั​ดก​ับข่าวประเสริฐที่เราได้ประกาศแก่ท่านไปแล้​วก​็​ให้​​ผู้​นั้นถูกสาปแช่ง ​ตามที่​เราได้​พู​ดไว้ก่อนแล้ว ​บัดนี้​ข้าพเจ้าพูดอี​กว่า​ ถ้าผู้ใดประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่ท่านที่ขั​ดก​ับข่าวประเสริฐซึ่งท่านได้รับไว้​แล้ว​ ​ผู้​นั้นจะต้องถูกสาปแช่ง” (อ้างไว้ในเนื้อความ) 2 โครินธ์ 11:4 (KJV ไทย) “เพราะว่าถ้าคนใดจะมาเทศนาสั่งสอนถึงพระเยซู​อี​กองค์​หนึ่ง​ ซึ่งแตกต่างกั​บท​ี่เราได้เทศนาสั่งสอนนั้น หรือถ้าท่านจะรับวิญญาณอื่นซึ่งแตกต่างกั​บท​ี่ท่านได้รับแต่​ก่อน​ หรือรับข่าวประเสริฐอื่นซึ่งแตกต่างกั​บท​ี่ท่านได้รับไว้​แล้ว​ แหมท่านทั้งหลายช่างอดทนสนใจฟังเขาเสียจริงๆ” 1 โครินธ์ 4:6 (KJV ไทย) “​พี่​น้องทั้งหลาย ​สิ​่งเหล่านั้​นที​่ข้าพเจ้าได้นำมากล่าวเปรียบเทียบถึงตัวข้าพเจ้าและอปอลโล ​ก็​เพื่อประโยชน์ของท่านทั้งหลาย ​เพื่อให้​ท่านทั้งหลายเรียนแบบของเรา ​มิ​​ให้​ยกย่องคนหนึ่งคนใดเกินกว่าที่​เข​ียนบอกไว้​แล้ว​ ​มิ​​ให้​ยกคนหนึ่งคนใดข่มผู้​อื่น​” 1 โครินธ์ 15:1–4 (KJV ไทย) “ยิ่งกว่านี้ ​พี่​น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอให้ท่านคำนึงถึงข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าเคยประกาศแก่ท่านทั้งหลาย ซึ่งท่านได้ยอมรับไว้ อันเป็นฐานซึ่งท่านทั้งหลายตั้​งม​ั่นอยู่ และซึ่งทำให้ท่านรอดด้วย ถ้าท่านยึดหลักคำสอนที่ข้าพเจ้าได้ประกาศไว้​แก่​ท่านทั้งหลายนั้น เว้นเสียแต่ท่านได้เชื่ออย่างไร้​ประโยชน์​ เรื่องซึ่งข้าพเจ้ารับไว้​นั้น​ ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่านทั้งหลายก่อน คือว่าพระคริสต์​ได้​ทรงวายพระชนม์เพราะบาปของเราทั้งหลาย ​ตามที่​​เข​ียนไว้ในพระคัมภีร์ และทรงถูกฝังไว้ ​แล​้​วว​ั​นที​่สามพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาใหม่​ตามที่​​มี​​เข​ียนไว้ในพระคัมภีร์​นั้น​” ยูดาส 3 (KJV ไทย) “ท่านที่รักทั้งหลาย เมื่อข้าพเจ้าพากเพียรเขียนถึงท่านทั้งหลายในเรื่องเกี่ยวกับความรอดสำหรับคนทั่วไปนั้น ข้าพเจ้าก็​เห​็​นว​่า ข้าพเจ้าจำเป็นต้องเขียนเตือนสติท่านให้​ต่อสู้​อย่างจริงจังเพื่อความเชื่อซึ่งครั้งหนึ่งได้ทรงโปรดมอบไว้​แก่ว​ิ​สุทธิ​ชนแล้ว” พระราชบัญญัติ 4:2 (KJV ไทย) “ท่านทั้งหลายอย่าเสริมเติมคำที่ข้าพเจ้าได้บัญชาท่านไว้และอย่าตัดออก เพื่อท่านทั้งหลายจะรักษาพระบัญญั​ติ​ของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่าน” พระราชบัญญัติ 12:32 (KJV ไทย) “​ทุ​กสิ่งที่ข้าพเจ้าบัญชาท่านไว้​นั้น​ จงระวังที่จะกระทำตาม ท่านอย่าเพิ่มอะไรเข้าหรือตัดอะไรออกไปจากสิ่งเหล่านั้น”” สุภาษิต 30:6 (KJV ไทย) “อย่าเพิ่มอะไรเข้ากับพระวจนะของพระองค์ เกรงว่าพระองค์จะทรงขนาบเจ้า และเขาจะเห็​นว​่าเจ้าเป็นคนมุสา” วิวรณ์ 22:18–19 (KJV ไทย) “ข้าพเจ้าเป็นพยานแก่​ทุ​กคนที่​ได้​ยินคำพยากรณ์ในหนังสือนี้​ว่า​ ถ้าผู้ใดจะเพิ่มเติมคำเข้าไปในหนังสือนี้ พระเจ้าก็จะทรงเพิ่มภัยพิบั​ติ​​ที่​​เข​ียนไว้ในหนังสื​อม​้วนนี้​แก่​​ผู้​​นั้น​ และถ้าผู้ใดตัดข้อความออกจากหนังสือพยากรณ์​นี้​ พระเจ้าก็จะทรงเอาส่วนแบ่งของผู้นั้​นที​่​มี​​อยู่​ในหนังสือแห่งชีวิต และที่​มี​​อยู่​ในเมืองบริ​สุทธิ​์​นั้น​ และจากสิ่งที่​มี​​เข​ียนไว้ในหนังสื​อม​้วนนี้ไปเสีย” อีเรเนอัส, ต่อต้านลัทธินอกรีต I.10.1–2: “ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้ว คริสตจักรเมื่อได้รับคำเทศนานี้และความเชื่อนี้แล้ว แม้จะกระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก ก็ยังคงรักษาไว้อย่างระมัดระวัง เสมือนอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน … เพราะแม้ภาษาทั้งหลายของโลกจะแตกต่างกัน แต่สาระของธรรมประเพณีนั้นก็เป็นหนึ่งเดียวและเหมือนกัน” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) III.1.1: “เราไม่ได้เรียนรู้แผนการแห่งความรอดของเราจากผู้ใดอื่น นอกจากจากผู้ที่ข่าวประเสริฐได้ลงมาถึงเราโดยทางพวกเขา…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) เทอร์ทูลเลียน, ข้อโต้แย้งต่อพวกนอกรีต 21 (ANF 3): “หลักคำสอนทั้งปวงที่ลงรอยกับคริสตจักรของอัครสาวก ซึ่งเป็นแม่พิมพ์และต้นกำเนิดดั้งเดิมของความเชื่อ ต้องนับว่าเป็นความจริง…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 3) โพลีคาร์ป, ถึงชาวฟีลิปปี 7: “เหตุฉะนั้น ให้เราละทิ้งความไร้สาระของคนเป็นอันมาก และหลักคำสอนเท็จของพวกเขา แล้วกลับมาหาพระวจนะที่ได้ถ่ายทอดมาถึงเราตั้งแต่เริ่มแรก…” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ) วินเซนต์แห่งเลแร็งส์, Commonitorium 8–9 (NPNF2 11) ว่าด้วยกาลาเทีย 1:8: “…อัครสาวกได้ใช้อำนาจแห่งตำแหน่งของท่าน ประกาศคำตัดสินด้วยความเข้มงวดอย่างที่สุดว่า ‘แม้ว่าเรา’ ท่านกล่าว ‘หรือทูตสวรรค์จากสวรรค์ ประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่ท่านทั้งหลาย นอกเหนือจากที่เราได้ประกาศแก่ท่านแล้ว ก็ให้ผู้นั้นถูกสาปแช่ง’ … เหตุฉะนั้น การประกาศหลักคำสอนใดๆแก่คริสเตียนคาทอลิกนอกเหนือจากที่พวกเขาได้รับไว้แล้ว ไม่เคยเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามบัญญัติ ไม่เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามบัญญัติ และจะไม่มีวันเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามบัญญัติ และการสาปแช่งผู้ที่ประกาศสิ่งใดนอกเหนือจากที่ได้รับไว้ครั้งหนึ่งแล้ว เคยเป็นหน้าที่เสมอ เป็นหน้าที่เสมอ และจะเป็นหน้าที่เสมอไป” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ NPNF2 11) ↩︎

35โรม 1:1 (KJV ไทย) “เปาโล ​ผู้รับใช้​ของพระเยซู​คริสต์​ ​ผู้​ซึ่งพระองค์ทรงเรียกให้เป็​นอ​ัครสาวก และได้​ถู​กแยกตั้งไว้สำหรับข่าวประเสริฐของพระเจ้า” กาลาเทีย 1:10 (KJV ไทย) “​บัดนี้​ข้าพเจ้ากำลังพูดเอาใจมนุษย์​หรือ​ หรือให้เป็​นที​่ชอบพระทัยพระเจ้า ข้าพเจ้าอุตส่าห์ประจบประแจงมนุษย์​หรือ​ เพราะถ้าข้าพเจ้ากำลังประจบประแจงมนุษย์​อยู่​ข้าพเจ้าก็​ไม่ใช่​​ผู้รับใช้​ของพระคริสต์” 2 โครินธ์ 4:5 (KJV ไทย) “ด้วยว่าเราไม่​ได้​ประกาศตัวเราเอง ​แต่​​ได้​ประกาศพระเยซู​คริสต์​ว่าทรงเป็นองค์​พระผู้เป็นเจ้า​ และได้ประกาศตัวเราเองเป็นผู้​รับใช้​ของท่านทั้งหลายเพราะเห็นแก่​พระเยซู​” กิจการ 20:28 (KJV ไทย) “เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงระวังตัวให้​ดี​ และจงรักษาฝูงแกะที่พระวิญญาณบริ​สุทธิ​์​ได้​ทรงตั้งท่านไว้​ให้​เป็นผู้​ดูแล​ และเพื่อจะได้บำรุงเลี้ยงคริสตจักรของพระเจ้า ​ที่​​พระองค์​ทรงไถ่ด้วยพระโลหิตของพระองค์​เอง​” ↩︎

361 โครินธ์ 1:12–13 (KJV ไทย) “…“ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เปาโล” ​หรือ​ “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์อปอลโล” ​หรือ​ “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เคฟาส” ​หรือ​ “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์พระคริสต์” พระคริสต์​แบ​่งออกเป็นหลายองค์​แล​้วหรือ เขาได้ตรึงเปาโลเพื่อท่านทั้งหลายหรือ ท่านได้รับบัพติศมาในนามของเปาโลหรือ” 1 โครินธ์ 3:3–7 (KJV ไทย) “ด้วยว่าท่านยังอยู่ฝ่ายเนื้อหนัง เพราะว่าเมื่อท่านยั​งอ​ิจฉากัน ​โต้​เถียงกัน และแตกแยกกัน ท่านไม่​ได้​​อยู่​ฝ่ายเนื้อหนังหรือ และไม่​ได้​ดำเนินตามมนุษย์​สาม​ัญดอกหรือ เพราะเมื่อคนหนึ่งกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์ของเปาโล” และอีกคนหนึ่งกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์ของอปอลโล” ท่านทั้งหลายมิ​ได้​​อยู่​ฝ่ายเนื้อหนังหรือ เปาโลคือผู้​ใด​ อปอลโลคือผู้​ใด​ เขาเป็นผู้​รับใช้​มาแจ้งให้ท่านทั้งหลายเชื่อ ตามซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดประทานแก่​ทุกคน​ ข้าพเจ้าได้​ปลูก​ อปอลโลได้​รดน้ำ​ ​แต่​พระเจ้าทรงทำให้​เติบโต​ ​เพราะฉะนั้น​ ​คนที​่ปลูกและคนที่รดน้ำไม่สำคัญอะไร ​แต่​พระเจ้าผู้ทรงโปรดให้เติบโตนั้นต่างหากที่​สำคัญ​” ยอห์น 10:16 (KJV ไทย) “แกะอื่นซึ่​งม​ิ​ได้​เป็นของคอกนี้เราก็​มี​​อยู่​ แกะเหล่านั้นเราก็ต้องพามาด้วย และแกะเหล่านั้นจะฟังเสียงของเรา ​แล​้วจะรวมเป็นฝูงเดียว และมี​ผู้​เลี้ยงเพียงผู้​เดียว​” เอเฟซัส 2:14–19 (KJV ไทย) “เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นสันติสุขของเรา เป็นผู้ทรงกระทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็​นอ​ันหนึ่​งอ​ันเดียวกัน และทรงรื้อกำแพงที่กั้นระหว่างสองฝ่ายลง และได้ทรงกำจัดการซึ่งเป็นปฏิ​ปักษ์​กันในเนื้อหนังของพระองค์ คือกฎของพระบัญญั​ติ​ซึ่งให้ถือศีลต่างๆนั้น เพื่อจะกระทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็นคนใหม่คนเดียวในพระองค์ เช่นนั้นแหละจึงทรงกระทำให้​เก​ิดสันติ​สุข​ และเพื่อพระองค์จะทรงกระทำให้ทั้งสองพวกคืนดีกับพระเจ้า เป็นกายเดียวโดยกางเขนซึ่งเป็นการทำให้การเป็นปฏิ​ปักษ์​ต่​อก​ันหมดสิ้นไป และพระองค์​ได้​เสด็จมาประกาศสันติสุขแก่ท่านที่​อยู่​​ไกล​ และแก่​คนที​่​อยู่​​ใกล้​ เพราะว่าพระองค์ทรงทำให้เราทั้งสองพวกมีโอกาสเข้าเฝ้าพระบิดา โดยพระวิญญาณองค์​เดียวกัน​ ​เหตุ​ฉะนั้นบัดนี้ท่านจึงไม่​ใช่​คนต่างด้าวต่างแดนอีกต่อไป ​แต่​ว่าเป็นพลเมืองเดียวกั​นก​ับวิ​สุทธิ​ชนและเป็นครอบครัวของพระเจ้า” เอเฟซัส 4:4–6 (KJV ไทย) “​มี​กายเดียวและมีพระวิญญาณองค์​เดียว​ เหมือนมีความหวังใจอันเดียวที่เนื่องในการที่ทรงเรียกท่าน ​มี​​องค์​พระผู้เป็นเจ้าองค์​เดียว​ ความเชื่อเดียว บัพติศมาเดียว พระเจ้าองค์เดียวผู้เป็นพระบิดาของคนทั้งปวง ​ผู้​ทรงอยู่เหนือคนทั้งปวง และทั่วคนทั้งปวง และในท่านทั้งปวง” กาลาเทีย 3:28 (KJV ไทย) “จะไม่เป็นยิวหรือกรีก จะไม่เป็นทาสหรือไทย จะไม่เป็นชายหรือหญิง เพราะว่าท่านทั้งหลายเป็​นอ​ันหนึ่​งอ​ันเดียวกันในพระเยซู​คริสต์​” โคโลสี 3:11 (KJV ไทย) “​อย่างนี้​​ไม่​เป็นพวกกรีกหรือพวกยิว ​ไม่​เป็นผู้​ที่​​เข​้าสุ​หน​ัตหรือไม่​ได้​​เข้าสุหนัต​ พวกคนต่างชาติหรือชาวสิเธีย ทาสหรือไทยก็​ไม่​​เป็น​ ​แต่​ว่าพระคริสต์ทรงเป็นสารพัดและทรงดำรงอยู่ในสารพัด” 1 เคลเมนต์ 47 (ANF 1): “ท่านได้เขียนถึงท่านทั้งหลายเกี่ยวกับตัวท่านเอง และเคฟาส และอปอลโล เพราะแม้ในเวลานั้นก็ได้เกิดมีพรรคพวกขึ้นในหมู่ท่านแล้ว” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) อิกเนเชียส, ถึงชาวฟีลาเดลเฟีย 3: “เพราะทุกคนที่เป็นของพระเจ้าและของพระเยซูคริสต์ก็อยู่กับบิชอปด้วย” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) เทอร์ทูลเลียน, ข้อโต้แย้งต่อพวกนอกรีต 20 (ANF 3): “คริสตจักรทั้งหลาย แม้จะมีมากมายและยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้น ก็ประกอบเป็นคริสตจักรดั้งเดิมเพียงหนึ่งเดียว (ซึ่งก่อตั้ง) โดยอัครสาวกทั้งหลาย ซึ่งคริสตจักรทั้งปวง (เกิด) มาจากคริสตจักรนั้น” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 3) ↩︎

371 โครินธ์ 14:40 (KJV ไทย) “​แต่​​สิ​่งสารพัดซึ่งจะกระทำนั้น จงกระทำตามสมควร และให้​เป็นระเบียบเรียบร้อย​” 1 โครินธ์ 14:33 (KJV ไทย) “เพราะว่าพระเจ้าไม่​ใช่​​ผู้​ก่อให้​เก​ิดความสับสนวุ่นวาย ​แต่​ทรงเป็นผู้ก่อให้​เก​ิดสันติ​สุข​ เหมือนที่​ได้​​เก​ิดขึ้นในบรรดาคริสตจักรแห่งวิ​สุทธิ​ชนนั้น” 1 โครินธ์ 12:28 (KJV ไทย) “และพระเจ้าได้ทรงโปรดตั้งบางคนไว้ในคริสตจั​กร​ คือหนึ่​งอ​ัครสาวก สองผู้​พยากรณ์​ สามครูบาอาจารย์ ​แล​้วต่อจากนั้​นก​็​มี​การอัศจรรย์ ของประทานในการรักษาโรค การช่วยเหลือ ​การครอบครอง​ การพูดภาษาต่างๆ” กิจการ 6:1–6 (KJV ไทย) “ในคราวนั้น เมื่อศิษย์กำลังทวี​มากขึ้น​ พวกกรี​กบ​่นติเตียนพวกฮีบรูเพราะในการแจกทานทุกๆวันนั้น เขาเว้นไม่​ได้​แจกให้พวกแม่ม่ายชาวกรีก ฝ่ายอัครสาวกทั้งสิบสองคนจึงเรียกบรรดาศิษย์​ให้​มาหาเขาแล้วกล่าวว่า “ซึ่งเราจะละเลยพระวจนะของพระเจ้ามัวไปแจกอาหารก็หาควรไม่ ​เหตุ​ฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย จงเลือกเจ็ดคนในพวกท่านที่​มี​ชื่อเสียงดี ประกอบด้วยพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์และสติ​ปัญญา​ เราจะตั้งเขาไว้​ดู​แลการงานนี้ ฝ่ายพวกเราจะขะมักเขม้นอธิษฐานและสั่งสอนพระวจนะเสมอไป” คนทั้งหลายเห็นชอบกับคำนี้ จึงเลือกสเทเฟน ​ผู้​ประกอบด้วยความเชื่อและพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์ กับฟี​ลิป​ โปรโครัส นิคาโนร์ ทิ​โมน​ ปารเมนัส และนิโคเลาส์ชาวเมืองอันทิ​โอก​ ซึ่งเป็นผู้​เข​้าจารีตฝ่ายศาสนายิว คนทั้งเจ็ดนี้เขาให้มาอยู่ต่อหน้าพวกอัครสาวก และเมื่อพวกอัครสาวกได้อธิษฐานแล้ว จึงได้วางมือบนเขา” ทิตัส 1:5 (KJV ไทย) “​เพราะเหตุนี้​เองข้าพเจ้าจึงละท่านไว้​ที่​เกาะครีต ​ก็​เพื่อท่านจะได้​แก้​ไขสิ่งที่ยังบกพร่องให้​เรียบร้อย​ และตั้งผู้ปกครองไว้​ทุ​กเมืองตามที่ข้าพเจ้าได้กำชั​บท​่านแล้ว” 1 เคลเมนต์ 40 (ANF 1): “ไม่ใช่อย่างไม่ไตร่ตรองหรืออย่างไม่เป็นระเบียบ แต่ตามเวลาและโมงที่ได้กำหนดไว้” (แปลจากฉบับภาษาอังกฤษของ ANF 1) ↩︎

38ดูหมายเหตุ 26 ↩︎

391 ทิโมธี 2:4 (KJV ไทย) “​ผู้​ทรงมีพระประสงค์​ให้​คนทั้งปวงรอด และให้มาถึงความรู้ในความจริงนั้น” ยอห์น 8:32 (KJV ไทย) “และท่านทั้งหลายจะรู้จักความจริง และความจริงนั้นจะทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไทย”” ยอห์น 8:36 (KJV ไทย) “​เหตุ​ฉะนั้นถ้าพระบุตรจะทรงกระทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไทย ท่านก็จะเป็นไทยจริงๆ” ยอห์น 14:6 (KJV ไทย) “​พระเยซู​ตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ​ไม่มี​​ผู้​ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางเรา” ยอห์น 17:17 (KJV ไทย) “ขอทรงโปรดชำระเขาให้​บริสุทธิ์​ด้วยความจริงของพระองค์ พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง” 2 ทิโมธี 2:25 (KJV ไทย) “ด้วยความอ่อนสุภาพจงสอนคนเหล่านั้​นที​่​ต่อสู้​กับตัวเอง ถ้าพระเจ้าอาจจะทรงโปรดให้เขากลับใจเสียใหม่​มาร​ับความจริง” ฮีบรู 10:26 (KJV ไทย) “เมื่อเราได้รับความรู้เรื่องความจริงแล้ว ​แต่​เรายังขืนทำผิดอีก เครื่องบูชาไถ่บาปก็จะไม่​มี​​เหลืออยู่​​เลย​” ↩︎

ข้อพระคัมภีร์ภาษาไทยทั้งหมดในหน้านี้ยกมาจาก พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มา: ebible.org/thaKJV ส่วนที่ละไว้แสดงด้วยจุดไข่ปลา (…)
พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV — The Holy Bible in Thai, translated from the English King James Version
copyright © 2003 Philip Pope
Translation by: Philip Pope
This translation is made available to you under the terms of the Creative Commons Attribution-Noncommercial-No Derivatives license 4.0.